อุบลราชธานี/เครือข่ายคนไทยไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมืองดอกบัว บุกโรงแรมจี้ "วรรณรัตน์ ชาญนุกูล" รมว.พลังงานล้มโครงการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ด้าน รมว.พลังงานรับเป็นเพียงการศึกษาความเป็นไปได้ ยังไม่มีโครงการสร้างแต่อย่างใด ระบุขณะนี้ไทยมีทางเลือกใช้พลังงานด้านอื่นอีกมาก โดยเฉพาะพลังงานสะอาดที่มีผู้สนใจลงทุนเกินเป้าที่รัฐตั้งไว้

วันนี้ (๒๑ มี.ค.) ที่โรงแรมลายทอง จ.อุบลราชธานี น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.กระทรวงพลังงาน บรรยายพิเศษเรื่องบทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) ประจำเขต ๕ ที่ให้บริการประชาชนในการออกใบอนุญาต การให้คำปรึกษาปัญหาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าใน พื้นที่ ๘ จังหวัดอีสานใต้ ประกอบด้วย ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และอุบลราชธานี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้ประกอบการด้านกิจการพลังในเขต ๘ จังหวัดร่วมรับฟังหลายร้อยคน

ขณะเดียวกันที่บริเวณหน้าโรงแรม กลุ่มเครือข่ายคนไทยไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประมาณ ๑๐๐ คน นำโดย น.ส.สดใส สร่างโศก จับกลุ่มถือป้ายประท้วงไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กระทรวงพลังงานมีเป้า หมายจะมาสร้างในพื้นที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ตามแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าสำรอง หรือพีดีพี  ๒๐๑๐ ของกระทรวงพลังในอีก  ๕-๖  ปี ข้างหน้า 

ซึ่งเนื้อหาของจดหมายได้ชี้เหตุผลของการ ความเสี่ยงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ๔ ประการ   คือด้าน มิติสิ่งแวดล้อม  สารกัมมันตภาพรังสีสมารถปนเปื้อน สู่สิ่งแวดล้อมได้หลายทาง เช่น ในรูปฝุ่นละอองและก๊าซ  นำ ไปสู่การปนเปื้อนทางการเกษตร น้ำทั้งปนเปื้อนรังสี สะสมในสัตว์น้ำเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร คนกิน ปลา กินผัก ดื่มนม กินเนื้อ   เข้าสู่ร่างกายโดยทางผิวหนัง สัมผัสรังสีโดยตรง  ฯลฯ      มิติด้านเศรษฐกิจ ต้นทุนไม่ได้ถูกจริง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีปัญหาต้นทุนบานปลาย การตั้งงบประมาณไว้ ๑แสนล้าน สร้างจริงอาจต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า ๒-๓ แสนล้าน ซึ่งประชาชนก็จะตกเป็นผู้แบกรับภาระอย่างแน่นอน     เช่น กรณี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Olkiluoto  ๓ ประเทศฟินแลนด์ เริ่มก่อสร้างปี ๒๕๔๘ ขณะนี้ล่าช้ากว่ากำหนด ๓ ปี งบประมาณบานปลายจาก ๓,๒๐๐ เป็น  ๕,๕๐๐ ล้านยูโร   หรือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Framanville ๓ ประเทศฝรั่งเศส เริ่มก่อสร้าง ธ.ค.  ๒๕๕๐  เกิดปัญหาล่าช้าและต้นทุนบานปลายเช่นกัน   ด้านการพึ่งตนเองซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเป็นโรงงานที่ไม่สามารถพึ่งตนเองได้    ต้องนำ เข้าเทคโนโลยี่ และนำเข้าเชื้อเพลิงทั้งหมดตลอดอายุการใช้งาน  และมิติทางด้านสังคม นำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคม 

พร้อมทั้งเสนอทางเลือกในการจัดการด้าน พลังงานคือ ต้องยกเลิกแผนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์และโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศ ไทย  และควรเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและการประหยัด พลังงาน ซึ่งให้ลดการใช้พลังงานให้ได้ ๑๓ % ภายใน พ.ศ. ๒๕๗๓  ประเทศไทย จะสามารถลดการใช้พลังงาน ๔๕,๒๐๐ ล้านหน่วยหรือ ๗,๓๐๐ เมกะวัตต์   เท่ากับการหยุดโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ได้ ๕ โรง 

ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ลง มารับหนังสือคัดค้านจากกลุ่มผู้ประท้วง พร้อมระบุว่าขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ที่ผ่านมาเป็นเพียงแผนการศึกษาความเป็นไปได้ แต่เมื่อเกิดเหตุร้ายกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น ทำให้แผนการจัดหาพลังงานด้านนี้ ต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด เพราะการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ยังต้องมีการศึกษาด้านความปลอดภัยอีกมาก

นพ.วรรณรัตน์ระบุต่อไปว่า สำหรับแผนการพัฒนากำลังไฟฟ้าสำรองในประเทศไทยขณะนี้ มีทางเลือกหลายทาง โดยเฉพาะพลังงานทดแทนด้านชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจลงทุนเกินเป้าหมายไปมาก โดยพลังงานแสงอาทิตย์ได้ตั้งเป้าไว้ราว 500 เมกะวัตต์ภายใน ๑๕ ปี แต่ขณะนี้มีผู้เสนอมา ๒,๙๐๐  เมกะวัตต์

ส่วนพลังงานลมตั้งเป้าไว้ ๘๐๐ เมกะวัตต์ แต่เสนอมาแล้ว ๑,๔๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งพลังงานทางเลือกนี้เป็นพลังงานสะอาด และสามารถสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้ประเทศได้อย่างดี

อย่างไรก็ตาม รมว.พลังงานยังเรียกร้องให้คนไทยเรียนรู้ในการใช้พลังงานอย่างประหยัด และคุ้มค่าที่สุด เพื่อไม่เป็นปัญหากับประเทศในการจัดหากำลังไฟฟ้าสำรองไว้ใช้ต่อไปในอนาคต

ด้าน น.ส.สดใสกล่าวว่า  แม้ รัฐบาลชะลอการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในระยะนี้ไปก่อน แต่แผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังคงอยู่ในแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าสำรองใน อนาคตต่อไป กลุ่มก็ยังเดินหน้าให้ความรู้เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกด้านหนึ่งที่หน่วย งานยังไม่เปิดเผยความจริงให้ประชาชนทราบต่อไปด้วย

 

 

ประชาธรรม วันที่ 22 มี.ค. 2554 เวลา : 14:04 น.