ขอบคุณคุณโรส คุณเพลิน คุณเปิ้ล ผู้ปกครอง และผู้เข้าร่วม Morning Talk ณ The Rainbow Room คลิกอ่าน www.therainbowroom.org

ขอบคุณโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณพ่อคุณแม่และผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาเด็กที่มีความมุ่งมั่นเป็นตัวอย่างการรวมกลุ่มที่ดีมีพลังบวกให้กับสังคมไทย

ดร.ป๊อป ใช้เวลาสนทนาในหลายประเด็น ตั้งแต่ 9.30-12.00 น. แต่คิดว่าคงไม่ได้สรุปประเด็นได้มากนักในเวลาที่จำกัด และขอบคุณพี่อ้อและทีมงานรายการ "ยิ้มสู้" มาติดตามถ่ายทำชีวิตการทำงานของ ดร.ป๊อป ด้วย คาดว่าจะออกอากาศก่อนสิ้นเดือนเม.ย. ครับ

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ

  • ผู้ปกครองควรปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์หรือความคิดที่ก้าวหน้ามากขึ้น เป็นตัวของตัวเองและเปิดใจค้นหา "ความสุขความสามารถ" ในการใช้ชีวิตของลูกที่มีความต้องการพิเศษให้มากที่สุดในแต่ละวัน
  • ผู้ปกครองส่งเสริมความสามารถที่มีอยู่ของลูก อย่าคาดหวังและกำหนดระยะเวลาการฝึกทักษะชีวิตของลูกมากจนเกินพอดี
  • ทักษะชีวิตที่จำเป็นมี 5 ประการ ได้แก่ ทักษะการดูแลตนเองอย่างอิสระ ทักษะการเรียนรู้อย่าวสร้างสรรค์ตลอดชีวิต ทักษะการเป็นพลเมืองดีในสังคง ทักษะการใช้เวลาว่างจากการทำงานให้มีคุณค่า และทักษะการให้ความสุขกับชีวิตตนเองและผู้อื่น
  • ผู้บำบัด แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็ก เป็นเพียงแรงเสริมพลังบวกที่ไม่มีรูปแบบตายตัว เด็กพิเศษแต่ละคนมีความเป็นธรรมชาติที่ต้องการศิลปะของการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับเหตุผลทางคลินิกของผู้พัฒนาเด็กที่แตกต่างกัน เช่น นักกิจกรรมบำบัดมีเป้าหมายในการพัฒนาเด็ก 1 คน ให้กินข้าวเองได้ ไม่ใช่ฝึกที่คลินิกอย่างเดียว ต้องสำรวจความต้องการ (Needs Assessment - Focus Group) ในทักษะการกินข้าวจริงที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่อื่นๆ ด้วย
  • ผู้ปกครองต้องพัฒนาความรู้ในการจัดการความคิดของตนเองให้เป็น "ต้นแบบของลูก" ในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น Self-Management ในระดับประสบความสำเร็จในการจัดการความคิดและจัดกิจกรรมการดำเนินชีวิตให้ลูกได้เกิดความสุขความสามารถเบื้องต้นจนถึงถ่ายทอดแปลความรู้ (Knowledge Translation) ไปยังครอบครัวอื่นๆ ด้วย
  • ประเด็นที่โรงเรียนไม่ยอมรับเด็กพิเศษเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองสามารถค้นหลักฐานทางกฎหมาย และ/หรือให้นักกิจกรรมบำบัด หรือสหวิชาชีพทางการแพทย์อื่นๆ เขียนรับรอง จนถึงเข้าไปสนทนากับผู้บริหารโรงเรียน ถึงแนวทางการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้เด็กพิเศษได้

ดร.ประทับใจในพลังความคิดของผู้ปกครองและผู้สนใจ ณ เวที The Rainbowroom มากครับ และถือว่า เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมไทยในการพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้เป็นพลเมืองดีได้จริง