หลักสำคัญในการแยกพระสมเด็จออกจากพระโรงงาน

ดูได้ตามนี้แล้วโอกาสจะได้พระแท้ก็จะเกิน 90% ขึ้นไปครับ

หลังจากผมได้พยายามหาทางจัดการความรู้ด้านการแยกพระสมเด็จและพระเนื้อผงออกจากพระโรงงาน ว่าควรจะเรียงลำดับการอธิบายและการใช้ความรู้อย่างไร ที่จะช่วยให้คนที่ไม่ทราบมาก่อน สามารถเข้าใจได้ง่ายที่สุด

ผมจึงมาพิจารณาว่าสิ่งที่ “มือใหม่” พอจะมีคือตำราดูพระที่หาซื้อได้ทั่วไปที่ส่วนใหญ่เน้นเชิง “พุทธพานิช” และ "วิชามาร" แบบกลัวคนอ่านรู้ทัน มากกว่าการให้ความรู้ที่ "เข้าใจง่าย ชัดเจน และถูกต้องกับคนที่ไม่รู้ รู้น้อย หรือเข้ามาเรียนใหม่ๆ

ด้วยเหตุผลข้างต้น

ผมจึงขอเตือนว่า

อย่าเชื่อคำพูดใคร หรือตำราใดๆ แบบหัวปักหัวปำ แต่ต้องพยายามอ่านให้ได้สาระและเนื้อหาที่พอจะมีอยู่บ้าง และพยายามทำความเข้าใจอย่างเป็นขั้นๆ จึงจะได้ความรู้ที่สามารถใช้งานได้จริงๆ

และที่สำคัญ

อย่าเชื่อ "นิทาน" ใดๆ

อยากรู้อะไร ให้ศึกษาจากองค์พระ และเนื้อพระเพียงอย่างเดียว

ผมจึงขอเรียงลำดับการพิจารณา ตามลำดับ ดังนี้

 

 

ตัวอย่างเนื้อพระสมเด็จบางขุนพรหมจะปูดจากในเนื้อ

(พระโรงงานจะโปะด้ายกาว สังเกตจากรอยต่อจะแยกได้ชัดเจน)

พระสมเด็จวัดระฆัง ที่มีเนื้อปูด เกินออกมาจากพิมพ์ และปกคลุมพิมพ์เดิม

 

พระโรงงานใช้แป้งโปะ ดูเรียบๆ แห้งๆ

 

เนื้อปูดออกมาตามรอยแตก (พระโรงงานใช้แป้ง หรือกาวชุบแล้วทอดน้ำมันให้ดูพองๆ แต่มักจะออกสีน้ำตาลไหม้และเป็นสีโทนเดียว ไม่หลากหลาย)

 

เนื้อปูดออกมาจนแห้งเคลือบผิวเดิม ที่กร่อนยุ่ย อยู่ด้านใน เป็นผิวของพระแท้ดูง่าย (พระโรงงานใช้ชุบกาวแล้วทอด จะพองลม เป็นฟองอากาศ และดูเหมือนสีน้ำตาลไหม้ติดอยู่ ไม่เนียนไปกับรูน้ำตาเก่า  และรอยแยก)

 

  1. ศิลปะโดยรวมถูกต้องของแต่ละวัด หรือแต่ละกรุ ที่ต้องละเอียดอ่อนช้อยแบบช่างหลวง ที่สามารถเปิดตำราที่มีมาตรฐานหน่อยได้ทั่วไป เป็นตัวเทียบ
  2. มวลสารที่ปรากฏนั้น ถูกต้องตามหลักของแต่ละวัด ที่ต้องศึกษาที่มาและกระบวนการสร้างพระ ที่แม้จะมีมวลสารหลักคือปูนเปลือกหอยและน้ำมันตังอิ้ว อาจจะมีมวลสารอื่นประกอบแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย ที่เป็นรายละเอียดแตกต่างกัน ที่แม้แต่พระจากวัดเดียวกันก็ยังอาจแตกต่างกันไปบ้าง
  3. การเริ่มดูนั้น เมื่อมองไกลๆ จะต้องดูเก่า เนื้อแห้ง แต่เมื่อส่องหรือมองใกล้ๆ ต้องมีจุดฉ่ำ หรือรูน้ำตา และคราบน้ำตาเคลือบผิวด้านนอก ที่แสดงถึงการพัฒนาที่ต่อเนื่องยาวนานเป็นร้อยปีขึ้นไป ยิ่งมากยิ่งดี แต่ไม่ควรฉ่ำทั้งองค์
  4. ถ้ามีผิวเปิด ให้ดูเนื้อในที่แน่นแห้ง หรือแกร่ง มีลายเกล็ดๆ คล้ายผลึกในเนื้อหินอ่อน จากการตกผลึกภายในของปูนเปลือกหอยที่ได้อายุ
  5. ส่วนนูน ทั้งซุ้มและองค์พระ มักจะฉ่ำ มีรอยปริแยกเป็นสันแบบฉ่ำๆ ที่มักมีน้ำมันตังอิ๊วที่ส่วนฐานของรอยปริ 
  6. ผิวเดิมควรยุ่ยกร่อนแบบต่อเนื่องกัน หลายรูปแบบ โดยไม่มีคราบโปะใดๆ นอกจากคราบธรรมชาติของบ่อ "น้ำตา" และน้ำมันตังอิ๊วที่กลั่นตัวไหลออกมาตามอายุความเก่ามาคลุมผิวเก่าไว้ ที่มักจะเห็นเส้นทางการไหลแบบ "ธารน้ำตา" มีผิวเป็นคลื่น ต่างอายุ แบบฉ่ำ มัน หรือแตกระแหง ก็แล้วแต่อายุและประเภทของมวลสารที่ไหลออกมา
  7. มีรูน้ำตาแบบ "ปลายเข็ม" ที่มีคราบไหลของน้ำปูนออกมาอย่างสอดคล้องกัน ที่บางจุดกลับเป็นจุดที่เนื้อปูดนูนมาจากในเนื้อ หรือเคลือบตามรอยแตก ทำให้ผิวนูนเป็นลูกคลื่นเล็กๆ อยู่ทั่วไป
  8. เมื่อรูน้ำตาเก่าจนหมดอายุแล้ว ก็จะมีเหลือคราบเหลืองอมน้ำตาล แห้งๆ เป็นวงๆ หรือคราบแตกระแหงของคราบน้ำตา หรือผิวแบบฟองเต้าหู้ คลุมผิวเดิม ทำให้ฉ่ำนุ่มสายตา ดูมีชีวิต ไม่แข็งกระด้าง (ที่เรียกกันว่า "ดูไม่เบื่อ")
  9. มีบ่อน้ำตาเป็นเนื้อฉ่ำขาวยุบเป็นหลุม ส่วนใหญ่อยู่ด้านหลัง
  10. มีคราบน้ำมันตังอิ๊ว และฟองเต้าหู้ตามขอบ ตามสัน หรือตามรอยแยก
  11. ขอบด้านข้างที่เป็นผิวเดิม ควรแยกเป็นเกล็ดๆ ที่มีรอยกดจากหน้าไปหลังยกเว้นจุดที่มีคราบปูนหินอ่อนธรรมชาติออกมาคลุม
  12. ตามร่องโดยเฉพาะด้านหน้าของพระที่ยังไม่ผ่านการล้าง มักจะมีคราบสีขาวคล้ายแป้งออกมาคลุม อย่างเป็นธรรมชาติ
  13.  ผิวด้านหลังเดิมควรมีรอยร่องไม้กระดาน ที่อาจเป็นรอยกร่อน หรือรอยงอกก็แล้วแต่ลักษณะเฉพาะของพระแต่ละองค์
  14.  เมื่อดูครบแล้ว จึงค่อยกลับมาดูว่าพิมพ์ถูกต้อง ที่ควรพิจารณาหลังจากการพยายามเข้าใจวิวัฒนาการของพระ และสามารถมองผ่านเนื้อปูด รอยกร่อน คราบแป้ง และคราบฟองเต้าหู้คลุมแล้ว

 

เมื่อดูได้ตามนี้แล้วโอกาสจะได้พระแท้ก็จะเกิน 90% ขึ้นไปครับ

เพราะพระโรงงานที่เป็นพระ "ฝีมือจัดที่สุดแล้ว" ทำอย่างไรก็ยังได้ไม่ครบทุกข้อ ยังมักขาดอย่างหนึ่งอย่างใดอยู่เสมอ

ตามหลักของของวิชาอาชญกรรม "ไม่มีอาชญกรรมใดที่ไร้ร่องรอย"

ขอให้โชคดีทุกท่านครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนประวัติศาสตร์จากของเก่า

คำสำคัญ (Tags)#การจัดการความรู้#km ธรรมชาติ#พระแท้#พระโรงงาน#พระสมเด็จ#พระเนื้อผง#เทคนิคการแยก

หมายเลขบันทึก: 432189, เขียน: 21 Mar 2011 @ 23:50 (), แก้ไข: 11 Dec 2012 @ 13:39 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ดอกไม้: 4, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

ยอดเยี่ยมสวยงามเลยครับ ข่าวว่าราคาขึ้นไปสูงมาก จนมีปลอมจำนวนมากทีเดียว

น่าจะจริงนะครับ