วิจัยในชั้นเรียน
ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553
ชื่อเรื่อง พัฒนาทักษะการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป รายวิชาการใช้โปรแกรมสื่อประสม รหัสวิชา 3204-2403 ของนักศึกษา ระดับ ปวส. 2
กลุ่ม 2 (ม.6) แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
ผู้วิจัย นายชาตรี มูลชาติ
สถานศึกษา วิทยาลัยเทคนิคยโสธร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ความเป็นมาของการวิจัย
นักศึกษาระดับชั้น ปวส.2 กลุ่ม 2 แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่เรียนรายวิชาการใช้โปรแกรมสื่อประสม รหัสวิชา 3204-2403 ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2553 ต้องออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพในสถานประกอบการ 9 สัปดาห์ ส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนในรายวิชา
ที่มีการออกฝึกประสบการณ์ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีความต่อเนื่อง และเมื่อมีการมอบหมายใบงานให้ปฏิบัติ นักศึกษาไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติใบงานเหมือนเรียนอยู่ภายในสถานศึกษา ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาที่นักศึกษาจะต้องฝึกทักษะกับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง ดังนั้น จึงได้ให้นักศึกษาออกแบบและสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปคนละ 1 ชิ้นงาน โดยไม่บังคับหัวข้อชิ้นงาน และฝึกปฏิบัติในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสม รวมถึงได้รับคำแนะนำและชี้ทางจากครูผู้สอน ก็จะทำให้นักศึกษาสามารถสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมได้ ซึ่งตรงตามมาตรฐานรายวิชาคือ อธิบายหลักการของระบบสื่อประสมและสามารถสร้างซอฟต์แวร์
สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปได้
วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิจัย
เพื่อฝึกและพัฒนาทักษะของนักศึกษาในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปได้
ปัญหาการวิจัย
นักศึกษา ปวส.2 กลุ่ม 2 แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ไม่มีทักษะในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสม และขาดความพร้อมด้านอุปกรณ์เครื่องมือในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป
วิธีดำเนินการวิจัย
กลุ่มเป้าหมาย
นักศึกษา ระดับ ปวส. 2 กลุ่ม 2 แผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ภาคเรียนที่ 2/2553 จำนวน 29 คน
ระยะเวลาดำเนินการ
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 สัปดาห์ที่ 16 จำนวน 4 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 4 กันยายน 2553
เครื่องมือในการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือในการศึกษาค้นคว้ามีรายละเอียดและการสร้างเครื่องมือดังนี้
- สร้างแบบประเมินคุณภาพสื่อประสม
- สร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปใช้เป็นกรณีศึกษา
- แบบบันทึกคะแนนในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสม
การเก็บรวบรวมข้อมูล
นำข้อมูลจากแบบบันประเมินคุณภาพสื่อประสม และแบบบันทึกคะแนนในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสม โดยนำผลคะแนนที่ได้มารวบรวม วิเคราะห์ เปรียบเทียบกับเกณฑ์การประเมิน
การวิเคราะห์ข้อมูล
1. จัดหาและสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปใช้เป็นกรณีศึกษา
2. กำหนดเกณฑ์การประเมินคุณภาพสื่อประสม
3. ดำเนินการฝึกตามแผนที่กำหนด เป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยฝึกปฏิบัติ 4 คาบ
4. ตรวจประเมินคุณภาพสื่อประสมโดยครูผู้สอนและครูประจำแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ รวม 3 ท่าน โดยมีจำนวน 20 ข้อ คำถามเกี่ยวกับความคิดเห็นใช้การวัดแบบลิเคอร์ สเกลเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คือ เหมาะสมมากที่สุด เหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมน้อย เหมาะสมน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้
มากที่สุด มีค่าคะแนนเท่ากับ 5
มาก มีค่าคะแนนเท่ากับ 4
ปานกลาง มีค่าคะแนนเท่ากับ 3
น้อย มีค่าคะแนนเท่ากับ 2
น้อยที่สุด มีค่าคะแนนเท่ากับ 1
5. บันทึกคะแนนลงในแบบบันทึกทักษะการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสม โดยมีคะแนนเต็ม 10 คะแนนในแต่ละจุดประสงค์ของการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสม รวม 50 คะแนน
6. สรุปผลการประเมินคุณภาพสื่อประสม โดยการให้คะแนนจะคิดจากค่าคะแนนความเหมาะสม ซึ่งมี 5 ระดับ ของแต่ละคนมารวมกันทั้งหมด จากนั้นหาค่าเฉลี่ยที่ได้ไปใช้ในการแปลผล ดังนี้
4.51-5.00 ระดับความเหมาะสมมากที่สุด
3.51-4.50 ระดับความเหมาะสมมาก
2.51-3.50 ระดับความเหมาะสมปานกลาง
1.51-2.50 ระดับความเหมาะสมน้อย
1.00-1.50 ระดับความเหมาะสมน้อยที่สุด
7. สรุปผลคะแนนในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมในแบบบันทึกคะแนนแล้วนำผลของคะแนนที่ได้มาคิดเป็นร้อยละ และเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ
0 – 49 มีทักษะอยู่ในระดับควรปรับปรุง
50 – 59 มีทักษะอยู่ในระดับพอใช้
60 – 69 มีทักษะอยู่ในระดับปานกลาง
70 – 79 มีทักษะอยู่ในระดับมาก
80 – 100 มีทักษะอยู่ในระดับมากที่สุด
สถิติที่ใช้
- ร้อยละ
- ค่าเฉลี่ย
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. นักศึกษามีทักษะในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมได้อย่างถูกต้องและมีมาตรฐาน
2. นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น
3. ได้ผลงานซอฟต์แวร์สื่อประสมที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน
ความก้าวหน้าการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสม และคุณภาพสื่อประสม นักศึกษามีทักษะในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสม ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปอยู่ในระดับมากที่สุดทุกคน โดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 89.10 และคุณภาพของสื่อประสม ที่สร้างขึ้นโดยรวมมีความสมบูรณ์และเหมาะสมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.16-4.90
สรุปและสะท้อนผล
จากผลการวิจัยเพื่อฝึกและพัฒนาทักษะของนักศึกษาในการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ปรากฏว่า การที่ครูได้ทำการพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษา ทำให้นักศึกษามีทักษะในการพัฒนาการสร้างซอฟต์แวร์สื่อประสมด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป รวมทั้งส่งผลให้นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น
โปรแกรมสำเร็จรูปเป็นสื่อที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะเคยนำมาใช้สอนกับนักเรียนปรากฏว่า เด็กๆ ชอบมาก และได้ความรู้ที่คงทน แต่มีข้อจำกัดตรงที่ นำเนื้อหาเพียงบางเรื่องไปจัดทำ ถ้ามีครบหรือหลายๆ เรื่องก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก
โปรแกรมสำเร็จรูปเป็นสื่อที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะเคยนำมาใช้สอนกับนักเรียนปรากฏว่า เด็กๆ ชอบมาก และได้ความรู้ที่คงทน แต่มีข้อจำกัดตรงที่ นำเนื้อหาเพียงบางเรื่องไปจัดทำ ถ้ามีครบหรือหลายๆ เรื่องก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก