วันครบรอบคล้ายวันเกิดเวียนมาอีก ๑ รอบปี  ได้ตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมตามเจตนาแบบเดิม ๆ เหมือนทุกปีคือไปทำบุญ  และไปเลี้ยงอาหารที่สถานสงเคราะห์  โดยได้รับบริจาคเงินเพิ่มเติมจากพี่ krutoiting  น้องชายไทบ้านผำ และเพื่อน ๆ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามอีกจำนวนหนึ่ง  

 

        การจะจัดเลี้ยงอาหารได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ เพื่อต้องการทราบว่าผู้รับบริการชอบทานอาหารประเภทไหนมากที่สุด และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย  เนื่องจากผู้รับบริการในสถานสงเคราะห์ดูเหมือนจะเป็นผู้ป่วยทั้งใจและกาย  ได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่าควรเป็น "ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าและลอดช่องน้ำกะทิ" และได้แจ้งความจำนงไว้ว่า "จะจัดเลี้ยงเรือนหญิง" ทั้งหมด

 

        เพื่อนบ้านในซอยเดียวกันช่วยกันคนละไม้ละมือ และมีเพื่อนบ้านจากซอยอื่นมาช่วยบ้างโดยไม่ต้องขอร้อง  เมื่อทำเสร็จแล้วทุกคนก็ต้องช่วยกันชิมฝีมือของตนเอง  ที่น่าชื่นใจคือความงดงามตอนที่เพื่อนบ้าง "ตะโกนส่งเสียงให้แต่ละครอบครัว ลูกเล็กเด็กแดงนำชามมาใส่ราดหน้าและลอดช่องไปทานกัน" นี่คือความรัก ความสามัคคีกันของเพื่อนบ้านคนในซอยเดียวกัน  และช่วยกันบรรทุกไปที่สถานสงเคราะห์ก่อนเวลารับประทานอาหาร ประมาณ  ๓๐ นาที 

 

          เจ้าหน้าที่ของสถานสงเคราะห์ได้จัดแบ่งอาหารของเรือนหญิงออกเป็น ๒ กลุ่มคือกลุ่มของผู้สูงอายุ  มีประมาณ ๖๐ คน  และกลุ่มวัยรุ่นสาวถึงวัยกลางคนอีก ๑๔๐ คน  บันทึกนี้ขอเล่าและมีภาพของกลุ่มผู้สูงอายุมาให้ชมกันก่อน 

 

         กลุ่มผู้สูงอายุถูกแยกเรือนนอนและสถานที่พักผ่อนหรือรับประทานอาหารออกไปจากกลุ่มวัยรุ่นสาวและวัยกลางคน  สังเกตแล้วพบว่ากลุ่มนี้มีคนส่วนน้อยมากที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และเป็นผู้ป่วยลักษณะพิการ เช่นพิการทางหู และพิการทางสายตาไม่สามารถมองเห็นได้ 

 

          บางคนนั่ง  บางคนนอน บางคนร้องเพลง  บางคนเดินวนไปวนมา  บางคนพูดบ่นอยู่คนเดียว  บางคนก็ส่งเสียงด่าทอ  กลุ่มผู้สูงอายุนี้มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถตอบคำถามและบอกความต้องการของตนเองได้  ที่สังเกตคือบางคนไม่สามารถสื่อทางสายตาได้ เศร้าสร้อย  เลื่อนลอย  แต่บางคนก็รู้จักทักทายถามไถ่และยิ้มได้

 

          สิ่งที่ประทับใจและน่าชื่นชมคือความมีระเบียบวินัย  เข้าแถวตามลำดับ  การมีสัมมาคารวะคือการยกมือไหว้ทุกคน  และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันจะเห็นว่าช่วยหยิบจับ บีบนวดและจูงมือเพื่อน ๆ ที่ช่วยตัวเองไม่ได้  จึงเชื่อและศรัทธาเรื่องการฝึกฝน  เพราะผู้ป่วยแต่ละคนได้รับการอบรมและฝึกฝนมาแล้วอย่างดีนั่นเอง  ผู้ป่วยที่อยู่ที่นี่จะอายุเท่าไรก็เรียกเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ไปเยี่ยมว่า "คุณพ่อคุณแม่"  ทุกคน  สิ่งที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือ "ขอถ่ายภาพ"  และบอกว่าขอให้นำภาพถ่ายไปให้พวกเขาด้วย

 

          สิ่งที่ขาดแคลนและอยู่นอกงบประมาณการดูแลจากหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบก็คือ "ขาดราวตากผ้า" จำนวนมาก  เนื่องจากมีราวตากผ้าอยู่เพียงแห่งเดียว  และคนป่วยเพิ่มขึ้น ๆ หากมีผู้สนใจที่จะบริจาค  สามารถบริจาคเป็นปูน เหล็ก  ลวดตากผ้า  และเสาปูน 

 

         "ความสุขบนความงดงาม"  นี้ขอนำมาฝากพี่ krutoiting  น้องชายไทบ้านผำ และเพื่อนผู้มีเมตตาจิต  ก็คือความรู้สึกขณะที่ทุกคนรับประทานราดหน้าและลอดช่องจะบ่นพึมพำไปด้วยว่า "อร่อย ๆ ๆ"  กลุ่มเพื่อนบ้านบางคนถึงกับหลั่งน้ำตา  บันทึกหน้ารอชมภาพของรุ่นสาวและวัยกลางคนนะคะ 

 

           ขอขอบคุณ  พี่ krutoiting  น้องชายไทบ้านผำ และเพื่อนผู้มีเมตตาจิต  ทุกท่าน  รวมทั้งเจ้าหน้าที่  ผู้รับบริการ และเพื่อนบ้านที่ช่วยกันทำอาหาร  ขอให้ทุกท่านและผู้เข้ามาอ่านบันทึกนี้  มีความสุขโดยทั่วหน้ากันค่ะ