หลังจากที่ได้กลับบ้านเมื่อวันวันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม และเดินทางกลับอุบลฯในวันที่ 7 สิงหาคม พอขึ้นรถปรับอากาศชั้น 2 สิ่งแรกต้องเจอกับคำถามที่ว่า
เด็กรถ - จะไปลงไหนค่ะ
พิไล - อุบลฯค่ะ
เด็กรถ - ตอนนี้ค่ารถขึ้นนะค่ะ จาก 113 เป็น 121 บาท ค่ะ เอา 120 บาทแล้วกันลดให้ 1 บาทแล้วกัน
พิไล - แหมถ้าไม่ลดให้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรใช้บริการมาตั้ง 4 จนจะเข้าปีที่ 5 แล้ว
เด็กรถ - หัวเราะและตบแขนเบาๆ
ตามที่เคยรอๆ ตั๋วโดยสาร เป็นเวลานาน แต่แล้วมาถึงอุบลฯ ไม่ได้ตั๋วโดยสารเลย เคยเจอหลายครั้งแล้ว โกงบริษัทอย่างหน้าตาเฉย
และอีกเรื่องกับการคุยโทรศัพท์บนรถโดยสาร คนที่คุยโทรศัพท์นั่งอยู่ข้างๆ พูดเสียงดังอีกต่างหากเราก็ไม่ได้ตั้งใจฟังแต่ทุกคำที่พูดออกมาได้ยินหมดและเรื่องส่วนมากที่เล่ามาเป็นเรื่องของครอบครัวที่เกิดความแตกร้าวระหว่างสามีและภรรยา เธอคนนั้นพูดไปด้วยร้องให้ไปด้วย เราที่นั่งอยู่ข้างๆทั้งสงสารทั้งรำคาญแต่ก็อดทนจนถึงอุบลฯ เธอใช้เวลาในการโทรศัพท์ตั้งแต่ จังหวัดอำนาจเริญ - จังหวัดอุบลราชธานี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เห็นจะได้
เรื่องแรกเป็นเรื่องของค่ารถโดยสารที่แพงขึ้นทุกวันหลังจากที่ค่าน้ำมันโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นเราเป็นผู้ใช้น้ำมันต้องประหยัดเข้าไว้
เรื่องที่สอง เป็นการใช้โทรศัพท์อย่างสิ้นเปลืองและขาดความเกรงใจคนอื่น แล้วคุณล่ะเคยทำอย่างนี้บ้างใหม
นายบอนเคยทั้ง 2 เหตุการณ์ครับ ขึ้นค่ารถโดยสารแต่เค้าไม่ได้ลดให้นายบอนนะครับ นายบอนจ่ายให้เค้าเต็มราคา เพราะสงสารเค้า รถโดยสารที่นั่งอยู่ทุกวัน บางเที่ยวคนน้อยมากๆ ไม่รู้ว่า ขาดทุนมากแค่ไหน ในฐานะคนคุ้นเคยเลยช่วยๆกันหน่อย
เรื่องที่ 2 บ่อยมากๆครับ คนคุยโทรศัพท์ไม่เกรงใจเนี่ย แต่ก็ทำเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เหมือนได้ฟังเรื่องชาวบ้านไปด้วย เพราะไม่รู้จะหลบยังไง ยังไงเค้าก็นั่งข้างๆ อยากคุยนานๆรบกวนชาวบ้านดีนัก เดี๋ยวเอามานินทาในบล็อกซะเลย อย่างที่คุณพิไลทำนี่แหละ 5555