อันเนื่องมาจากต้องหาเงินกู้ซื้อที่ดินปลูกยางพารา  ท้ายที่สุดผมก็หาหนี้สินมาใส่หัวจนครบ ๒.๘ ล้านเศษ เพื่อซื้อที่ดิน ๙๘ ไร่เศษที่ บ้านป่าจี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน  วันนี้สร้างหนี้ได้สำเร็จแล้วครับ  เอาเงินไปจ่ายให้เจ้าหนี้เรียบร้อยแล้ว ได้เอกสารสิทธิ์ นส.๓ มาจำนวน ๙ ฉบับ เป็นที่ไร่ละประมาณ ๑๓ ไร่เศษ รวมแล้วเป็นแปลงเดียวกันครึ่งภูเขา  จะเอาไว้ปลูกยางพาราครับ

         ผมจะไม่พูดถึงเรื่องเทคนิคการปลูกยางพาราแล้ว เพราะเล่าสู่กันฟังมาเยอะ แ่ต่จะเล่าถึงเทคนิคการหาเงินกู้เพื่อมาซื้อที่ดินครับ  กว่าจะหามาได้ยากเย็นแสนเข็ญดังที่เคยเล่ามาก่อนหน้านี้  แต่ท้ายที่สุดก็หาทางออกจนได้

        ๒๐๐,๐๐๐ บาท แรกเอามามัดจำ ได้จากเงินเก็บสะสมที่ได้จากการทำงานและเหลือจากส่งลูกเรียนหนังสือ  ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔ เอามามัดจำที่ไว้ก่อน เพราะหลังจากที่สืบทราบว่าที่ดิน ๙ แปลง ที่เขาเคยพาไปดูเมื่อ ๒๕๕๑ ยังไม่ได้ขาย  เหตุผลที่ขายไม่ได้เพราะเป็นที่ดินแปลงใหญ่ต้องใช้เงินเยอะ เจ้าของต้องการขายรวมทั้งแปลง  ผมเองก็อยู่ในสถานะเดียวกัน คือไม่รู้จะเอาเงินมากมายอย่างนั้นมาจากไหน แ่ใจนั้น อยากได้ที่แปลงใหญ่

        ปลาายปี ๒๕๕๔ มีช่องทางกู้ ชพค. ๑.๒ ล้านบาท ต่อสมาชิก ๑ คน แต่ต้องจับกลุ่มกัน ๓ คน ก่อนสิ้นปี ๒๕๕๔ ให้ภรรยาส่งเรื่อง กู้ ชพค. ก่อน ซึ่งคาดว่าเงินจะออกต้นเดือนมีนาคม  ส่วนผมยังจับกลุ่ม ๓ คนไม่ได้  ค่อยแก้ปัญหาเอาภายหลัง ถ้าไม่ได้ที่ดินแปลงนั้น ได้แปลงอื่นก็จะเอา แต่ต้องหาเงินรอไว้ก่อน  เพราะรู้ว่าการซื้อที่ดินหากไม่มีเงินรอจ่าย ก็ไม่มีโอกาส

        ช่วงปีใหม่ ๒๕๕๔ ทราบจากเจ้าของที่ว่ายังขายไม่ได้ ตัดสินใจซื้อเลย นัดมัดจำ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔  ผมเลยเอาเงินสองแสนดังกล่าวมาจ่ายมัดจำ  พร้อมกับไปสำนักงานที่ดินเพื่อทำหนังสือจะซื้อขาย และประกาศฯ ๓๐ วัน ตามหลัดเกณฑ์การซื้อขายที่ดิน เอกสารสิทธิ นส ๓

        มีเวลา ๓๐ วันจะหาเงินจากที่ไหน  จากยอดซื้อทั้งหมด ๒,๙๔๒,๐๐๐ บาท เขาลดให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพราะไม่ต้องผ่านนายหน้า เหลือต้องจ่าย ๒,๘๔๒,๐๐๐ บาท  มัดจำไป ๒๐๐,๐๐๐ บาท  ต้องหาอีก ๒,๖๔๒,๐๐๐ บาท

        ภรรยาได้ ชพค. มา ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท  ภรรยาไปกู้สหกรณ์มา ๗๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท  ต้องหาอีก ๘๔๒,๐๐๐ บาท

         ผมไปกู้สหกรณ์มาอีก ๓๓๐,๐๐๐ บาท ต้องหาอีก ๕๑๒,๐๐๐ บาท

         ถึงตอนนีเริ่มตันแล้วครับ  มีเครดิตที่ไหนไปกู้มาหมดแล้ว  โชคดีที่ ชพค.ขยายเวลาจากหมดเขตสิ้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ เป็นส้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๔  วิ่งเต้นหากลุ่อยู่ร่วมเดือน  มาสำเร็จช่วงต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๔  ส่งเอกสารยื่นคำร้องเสร็จหมด  เอาล่ะ ถ้าไปยืมใครก่อนก็มีโอกาสใช้คืนแน่นอน

        ขอยืมเพื่อนที่ทำงานอีก ๒๐๐,๐๐๐ บาท  เขาไม่เอาดอกเบี้ยครับ คนเคยไปมาหาสู่กัน เคยพึ่งพากัน  สัญญากันว่าเงิน ชพค.ออกจะนำมาคืน  ยังขาดอีก ๓๑๒,๐๐๐ บาทอีก  ทำไงดีหว่า

        ตัดสินใจยืมแม่อีก ๓๐๐,๐๐๐ บาท  สัญญาว่าจะคืนเมื่อเงินกู้ ชพค.ออก เหมือนกับสองแสนข้างต้น

        เอาล่ะ อีก ๑๒,๐๐๐ บาท เปียแชร์เอาก็แล้วกัน  สู้แชร์มือแรกเอามาเลย ได้มา ๕๐,๐๐๐ บาท  เงินครบแล้ว เหลือเงินอยู่ ๓๘,๐๐๐ บาท

      เอามาซื้อตั๋วเครื่องบินซะ ๒ เที่ยว รวมค่าใช้จ่ายเดินทางประมาณ ๑๓,๐๐๐ บาท  คงเหลือเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท

        ปัญหาคือค่าโอน ที่จะต้องจ่ายอีกน่าจะไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท ทำไงดี 

        โชคดีที่ ช่วง มกราคม - กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ราคายางพาราพุ่งทะลุ กก.ละ ๑๖๐ บาท  ช่วงนั้นเก็บเงินไว้ได้ ๔๐,๐๐๐ บาทเศษ  เอามารวมกับเงินที่เหลือ ๒๖,๐๐๐ บาท ได้เงินสดติดตัวมา ๖๕,๐๐๐ บาท  อย่างไรซะค่าโอนไม่เกินนี้แน่

         ก่อนถึงวันเดินทาง เอายอดเงิน ๒,๖๔๒,๐๐๐ บาท ไปซื้อดราฟ สั่งจ่ายตัวเอง ค่าซื้อดราฟ ๑,๐๐๐ บาทครับ แต่ปลอดภัยกว่าถือเงินสด  เพราะดราฟเป็นชื่อเราเอง ถ้าเราไม่เซ็นเบิกให้ ใครก็เอาไปเบิกไม่ได้

          เอาดราฟ กะเงินสดบินตรงหาดใหญ่ - เชียงใหม่ ใช้เวลา ๒ ชั่วโมงเศษ ต่อรถแทกซี่ ๑๒๐ บาทออกจากสนามบิน ต่อรถสองแถวจากแถวๆหนองหอยเข้าลำพูน จากเชียงใหม่ถึงลำพูน ใช้เวลา ๑ ชม.เศษ  ต่อรถสองแถวอีกทีจากลำพูนเข้าอำเภอลี้ ถึงอำเภอลี้ ใช้เวลา ๒ ชั่วโมงครึ่ง ถึงเวลา ๑๘.๐๐ น.

          รุ่งเช้า ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๔ ผู้ขายมาพบและบอกว่าค่าใช้จ่ายในการโอนประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ บาท  โห จะเอาเงินจากไหนนี่  นอกจากค่าที่ดิน  มีเงินติดตัวมาเพียง ๖๕,๐๐๐ บาท  แต่พอสอบถามรายละเอียดพบว่า ยอดนั้นรวมภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่แล้วด้ว  เลยต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่า ภาษีเงินได้ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ซื้อ เป็นเงินได้ของผู้ขาย ซึ่งผู้ขายต้องเป็นคนจ่าย ไม่ใช่ผู้ซื้อต้องมารับผิดชอบ  พร้อมกับเอาตัวเลขการระดมทุนดังที่ผมร่ายยาวมาข้างต้นให้ดู พร้อมกับบอกว่า ถ้าจ่ายค่าธรรมเนียมการโอนคนละครึ่ง ผมประมาณแล้วไม่น่าจะเกินสามถึงสี่หมื่นบาท  เขาเลยตกลงว่าภาษีเงินได้บุคคลเขาจะจ่ายเอง

          ถึงเวลาไปทำการโอน ไม่ลืมที่จะเอาลูกหยีกวน โอทอป จากปัตตานีไปฝากเด็กๆ ในสำนักงานที่ดินสองห่อครับ

          วันนั้นเริ่มเวลา ๑๐.๐๐ น. เอกสารการโอนเสร็จ ๑๔.๐๐ น.  จ่ายค่าธรรมเนียมการโอนจากยอดรวม  ๙๓,๐๓๐ บาท คนละครึ่ง เป็นเงิน ๔๖,๕๑๕ บาท  ผมจ่ายเป็นตัวเลขกลมๆ ให้ ๔๗,๐๐๐ บาท  แล้วก็รอเอกสาร

          สำหรับคนขาย ต้องเสียภาษี ๑๓๐,๔๙๖ บาท รวมกับยอด ค่าธรรมเนียมการโอนประมาณสี่หมื่นหกพันบาท เป็นเงิน ๑๗๖,๐๐๐ บาท  โห ค่าภาษีโหดมาก

          ยอดเงินกู้ทั้งหมด เมือถึงสิ้นเดือนเมษายน ๒๕๕๔ ผมและภรรยาต้องผ่อนจ่ายเดือนละประมาณ ๒๔,๐๐๐ บาทครับ เหลือเงินไว้จ่ายในครัวเรือนรวมทั้งส่งลูกเรียนหนังสือ ประมาณเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาทเศษ

           เล่าสู่กันฟังเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การหาเงินกู้ซื้อที่ดินครับ