เล่าเรื่องเมืองลังกาสุกะ
แผ่นดินทองของไทยเคยเป็นหัวเมืองต่าง ๆ และรัฐโบราณ ตามยุคต่าง ๆ ที่เจ้าปกครองมีพลังอำนาจเข้มแข็ง และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐใกล้เคียงเพื่อคานอำนาจกับรัฐที่เหนือกว่า เมื่อเมืองต่าง ๆ พยายามเป็นอิสระทำให้การปกครองของไทยในยุคต่าง ๆ มีปัญหาต่อเนื่องและยาวนาน
แม้ยุคหลังการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตกก็มีเงื่อนไขชัดเจนต่อการดำรงอยู่ของรัฐต่าง ๆ เหล่านี้ ความไม่พอใจของกลุ่มการเมือง กลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะสามจังหวัดภาคใต้ตอนล่างมี ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
การเปิดกว้างและรับรู้ข้อเท็จจริงเป็นมุมหนึ่งทางประวัติศาสตร์ชาติไทยดีกว่าการปกปิดข้อมูลแห่งการเรียนรู้
อนึ่ง การขาดองค์ภูมิรู้ของอาณาจักรลังกาสุกะเป็นต้นเหตุความไม่รู้ที่มาที่ไปของสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ และก่อให้เกิดกระแสการปลุกระดมทางประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี ตามความสัมพันธ์รัฐปัตตานีกับราชอาณาจักรสยามที่ปรากฏรอยร้าวแห่งสงครามโดยไม่อธิบายข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้น ส่งผลให้ขาดมิติสำคัญในความต่อเนื่องของยุคนั้น ๆ
ก่อเกิดกระแสการอธิบายประวัติศาสตร์ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายชาติพันธุ์ของตน โดยไม่พยายามเข้าใจกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ
ตามกาลเวลาที่ผ่านมา ภาครัฐอ้างหลักฐานทางประวัติศาสตร์การเสียดินแดนเพื่อปลุกเร้าคนไทยให้รักและหวงแหนแผ่นดิน ขณะอีกฝ่ายตั้งกลุ่มก่อความไม่สงบโดยอ้างถึงรัฐปัตตานีและทวงคืนอิสรภาพของชาวมลายูปัตตานี แม้การเผยแพร่ข้อความว่า...คนซีแย ( สยาม ) รุกรานคนมลายู จงขับไล่พวกมันออกไป...ก็มากเกินพอที่เห็นความขัดแย้งกันของกลุ่มชน ดังนั้นการอธิบายความจริงทางประวัติศาสตร์ควรเร่งรีบทำเพื่อให้คนไทยเข้าใจประวัติศาสตร์ของตนเองอย่างถูกต้องชัดเจน ถึงแม้ว่าจะไร้หลักฐานใดบ่งบอกว่าดินแดนนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติสุขอย่างเดิมก็ตาม
เรามาศึกษาดูพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ดินแดนแถบนี้ดังนี้
1 . ยุคก่อนประวัติศาสตร์ลังกาสุกะ ( ก่อน พ.ศ. 700 )
- ดินแดนแถบนี้เคยเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมืองมาก่อน 3 พันปี เรียกตนเองว่า Orang Asli หรือพวกโอรัง อัสลี คือเผ่าชนนิกริโต เช่น ซาไกและเซมัง ยังมีพวกซีนอย คือเผ่าชนมองโกลอยด์ใต้ ถือว่าเป็นพรรพชนของคนสยามและคนมลายูอยู่ถิ่นนี้มานานเช่นกัน มีหลักฐานเป็นภาพเขียนด้วยสีก่อนประวัติศาสตร์ที่ถ้ำศิลป์ จังหวัดยะลา และเครื่องมือใช้สอยอย่างขวานหินพบตามที่ราบและถ้ำมากแห่งแถบภูเขาสันกาลาคิรี
- ยุคเริ่มต้นประวัติศาสตร์ ราว 2 พันปีถึง พ.ศ. 700 ปี มีชาวอินเดียและชาวอาหรับเดินทางมาในแถบนี้นำศาสนาและวัฒนธรรมมาเผยแพร่ด้วย ปรากฏรอยศาสนาพราหมณ์และการค้าตามปากน้ำขยายเป็นชุมชนเป็นเมืองท่าที่สำคัญ เช่น เมืองตักโกลา และเมืองพันพัน เป็นต้น
2 . ยุคลังกาสุกะช่วงแรก ( พ.ศ. 700-ท1400 )
- ยุคอาณาจักรโบราณลังกาสุกะหรือลังยาซู ( Lang Ya Shiu ) มีปรากฏราว พ.ศ. 700-1400 ปี ตามหลักฐานบันทึกการเดินทางของชาวจีนว่า...มีรัฐต่าง ๆ เกิดขึ้นมากแห่งรวมถึงรัฐลังกาสุกะด้วยบนคาบสมุทรมลายู ในการปกครองของอาณาจักรฟูนัน ( Funan ) ช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 11-14 ลังกาสุกะเป็นรัฐอิสระ เป็นยุครุ่งเรืองมีแหล่งโบราณลังกาสุกะที่ท่าสาป จ. ยะลา และ อ. ยะรัง จ. ปัตตานีที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนา มีหลักฐานการส่งทูตไปจีนในปี พ.ศ. 1058, 1066, 1111
3 . ยุคลังกาสุกะอยู่ในอำนาจอาณาจักรศรีวิชัย ( พุทธศตวรรษที่ 14-15 )
- ยุคนี้อาณาจักรศรีวิชัยมีกองทัพเรืออันเกรียงไกรและเป็นยุครุ่งเรืองของพุทธฝ่ายมหายาน ชาวลังกาสุกะก็นับถือพุทธมหายานด้วย มีศาสนสถานทางพุทธสร้างขึ้นหลายแห่งบนคาบสมุทรมลายู รวมถึงพระนอนองค์ใหญ่ในวัดถ้ำคูหาภิมุข จ. ยะลาด้วย.
4 . ยุคลังกาสุกะอยู่ใต้ปกครองอาณาจักรโจฬะ ( พ. ศ. 1567-1587 )
- นับแต่ พ.ศ. 1535 ตลอดมา กองทัพโจฬะแห่งอินเดีย ได้บุกตีเมืองต่าง ๆ บนคาบสมุทรมลายูของอาณาจักรศรีวิชัย เพื่อคุมเส้นทางการค้าขายผ่านช่องแคบมะละกาและหลายมุมเมืองรวมถึงลังกาสุกะได้อยู่ใต้ปกครองของโจฬะในปี พ.ศ. 1567 ในปี พ.ศ. 1587 กองกำลังลังกาสุกะยึดคืนมาได้ แม้ศรีวิชัยกลับมามีอำนาจแต่ก็แพ้รัฐตั้งใหม่คืออาณาจักรมัชปาหิต ในปี พ.ศ. 1836 และช่วงนี้พ่อค้าชาวอาหรับและนักเผยแพร่ศาสนานำศาสนาอิสลามเข้ามามากขึ้นในแถบนี้
5 . ยุคลังกาสุกะสมัยสุโขทัย-มัชปาหิต ( พ.ศ. 1838-1907 )
ในต้นรัชกาลพ่อขุนรามคำแหง ราวปี พ.ศ. 1838 กรุงสุโขทัยส่งกองทัพมาตั้งไว้ที่เมืองนครศรีธรรมราชร่วมกับกองทัพเรือเมืองนครศรีธรรมราชทำสงครามเพื่อปกครองหัวเมืองต่าง ๆ ไปทั่วปลายแหลมมลายูคือเตมาสิก ( ประเทศสิงคโปร์ปัจจุบัน )ไปจนถึงเมืองปาไซ บนเกาะสุมาตรา ในตำนานนครศรีธรรมราชกล่าวว่า...ไทยได้ส่งเจ้าเมืองไปปกครองหัวเมืองมลายู ได้แก่ เมืองตานี ( ลังกาสุกะ ) เมืองสาย ( สายบุรี ) เมืองกลันตัน เมืองปาหัง เมืองไทร ( ไทรบุรี ) เมืองอะเจ ( อาเจห์ ) ฯลฯ ต่อมาไม่นานอาณาจักรมัชปาหิตก็แผ่อำนาจมาปกครองโดยลังกาสุกะก็อยู่ใต้ปกครองด้วยในปี พ.ศ. 1884-1907 พร้อมกับการเผยแพร่ศาสนาอิสลามเข้ามามากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณเมืองปาไซและมะละกา
6 . ยุคนครปตานี ( พ.ศ. 2043-2351 )
ในช่วงต้นยุคอยุธยา มะละกามีอำนาจมาก สยามต้องยกทัพไปตีแต่ไม่ชนะ ในปี พ.ศ. 1998 กองทัพมะละกาบุกตีเมืองโกตามหลิฆัยเป็นเมืองหน้าด่านของลังกาสุกะได้และขยายอำนาจปกครองทั่วหัวเมืองแหลมมลายู ทำให้ชาวเมืองหันมานับถือศาสนาอิสลามตามมะละกาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ต่อมาในปี ราว พ.ศ. 2000 พญาอินทิราราชโอรสของราชาศรีวังสาแห่งเมืองโกตามหลิฆัยได้สร้างเมืองใหม่ชื่อปตานี ตั้งอยู่ริมทะเลบ้านกรือเซะบานา และหันมานับถือศาสนาอิสลามเปลี่ยนชื่อเป็น สุลต่าน อิสมาอีล ชาห์ ปกครองเมืองปัตตานี ระหว่างปี พ.ศ. 2043-273 ทำให้ชาวเมืองเปลี่ยนศาสนาตามนับถือศาสนาอิสลามอย่างสมบูรณ์มีความรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลาม ปัตตานีมีเจ้าปกครองถึง 23 พระองค์ ในปี พ.ศ. 2351 รัฐปัตตานีมีการปกครองเป็นระบบ 7 หัวเมือง
7 . ยุคการปกครอง 7 หัวเมือง ( พ.ศ. 2351-2445 )
หัวเมืองทั้ง 7 คือ ปัตตานี หนองจิก ยะหริ่ง ยะลา รามันห์ ระแงะ และสายบุรี แตะละเมืองมีเจ้าเมืองปกครองส่งอำนาจมาจากสยาม มีหลักว่าเมืองใดมีคนนับถือศาสนาอิสลามมากให้เจ้าปกครองเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม เมืองใดมีชาวพุทธมากให้เจ้าเมืองเป็นชาวพุทธ แต่การปฏิบัติกับมาปัญหาอยู่เนือง ๆ จึงล้มเลิกแนวทางนี้ในปี พ.ศ. 2445 แม้ทุกวันนี้ยังคงมีวังถูกทิ้งร้างให้เห็นอยู่
8 . ยุคมณฑลเทศาภิบาล ( พ.ศ. 2445-2475 )
ในปี พ.ศ. 2449 รัฐสยามตั้งมณฑลปัตตานี ต่อมาปี พ.ศ. 2465 ยกเมืองปัตตานีมีฐานะเป็นจังหวัดทำให้อำนาจเจ้าเมืองจบลง นำไปสู่การเรียกร้องเกิดปัญหามากมาย
9 . ยุคสามจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ( พ.ศ. 2476-ปัจจุบัน )
ในปี พ.ศ. 2474 รัฐบาลยกเลิกระบบเดิม โดยรวมปัตตานีเข้าไว้ใต้การปกครองของมณฑลนครศรีธรรมราช ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 รัฐบาลแบ่งการปกครองออกเป็นอำเภอ จังหวัด จึงได้ปรากฏจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส และมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นพ่อเมือง มาจนถึงปัจจุบันนี้แล.
......................................................
เก็บความมาจากเอกสารอ้างอิงนี้ ขอขอบพระคุณผู้วิจัยเรื่องนี้เป็นอย่างสูงยิ่ง
บรรณานุกรม
ศ. ดร. ครองชัย หัตถา . 2552. อาณาจักรลังกาสุกะประวัติศาสตร์ยุคต้นของคนชายแดนใต้. ปัตตานี : ร้านภูรีปริ้นช็อบ. หน้า 129-139.
วันนี้ที่ยูมิได้พบกันกับ ท่าน ศ. ดร. ครองชัย หัตถา เจ้าของผลงานเรื่อง อาณาจักรลังกาสุกะ ประวัติศาสตร์ยุคต้นของคนชายแดนใต้ เล่มนี้แล.
เรียนท่านอาจารย์
สวัสดีค่ะอาจารย์
มารับความรู้ค่ะ
สวัสดีครับ คุณธรรมทิพย์
เป็นเรื่องเล่าขานทางประวัติศาสตร์แดนใต้ จากหนังสือเล่มไม่โตนักของท่าน ศ. ดร. ครองชัย หัตถา เพราะท่านยังอยู่ที่เมืองปัตตานี ค้นคว้าเรื่องเล่าทางนี้ได้ดีเยี่ยมครับผม
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณยาย
มีดอกไม้สวยงามมาให้พวกเราได้ชื่นชมนะครับผม
ตอนนี้สายฝนกำลังเทลงมาในแดนดินถิ่นเมืองใต้ครับ...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกขอนนะครับผม...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ