มือสองข้างกำเบาๆ ยกวางระหว่างหน้าอก มือขวาอยู่บน มือซ้ายอยู่ล่าง

ฉันฆ่าคนตาย-1

โสภณ เปียสนิท

...........................


            พระอุโบสถเก่าแก่ตั้งตระหง่านกลางวัดใจกลางเมืองใหญ่ แสงลำสุดท้ายจากดวงอาทิตย์ ส่องกระจกบนช่อฟ้าใบระกาหางหงส์สะท้อนประกายวิบวับ กระเบื้องเคลือบบนหลังคาโบสถ์สีแดงตัดขอบเขียวมองเห็นแต่ไกล ด้านหน้าโบสถ์แห่งนั้น มีศาลาขนาดกะทัดรัด รูปปั้นพระสงฆ์ชราภาพนั่งในท่าขัดสมาธิ หลังตรงงามสง่า ดวงตาทั้งสองของท่านคล้ายทอดลงต่ำ ทั้งที่หลับสนิท จีวรผ้าสีกลักเข้มข้นเพิ่มความขลังน่าศรัทธา มือสองข้างกำเบาๆ ยกวางระหว่างหน้าอก มือขวาอยู่บน มือซ้ายอยู่ล่าง

                ด้านหน้ารูปปั้นพระสงฆ์มีบาตรน้ำมนต์ขนาดใหญ่ วางให้สำหรับประชาชนผู้ต้องการน้ำมนต์ประพรมเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตน คนในครอบครัวและญาติมิตร เสียงสวดพระคาถาชินบัญชรจากเครื่องบันทึกเสียงดังต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก บรรดาศรัทธาสาธุชนแวะเวียนเปลี่ยนกันมากราบไหว้ขอน้ำมนต์ ปิดทองรูปปั้น น้อมปัจจัยทำบุญใส่ตู้บริจาคตามศรัทธา แดดบ่ายลับเหลี่ยมตึกทอดเงาทับศาลา ผองชนลดน้อยลงเหลือน้อยราย

                หญิงวัยกลางคนนั่งหลบมุมด้านในท้ายสุดของศาลาหลังนี้เพียงคนเดียว เธอมานั่งอยู่ตรงนี้นานเท่าใดไม่มีใครสังเกตเห็น หลวงตารูปหนึ่งมีหน้าที่ดูแลเดินมาเพื่อปิดศาลา เห็นเธอนั่งพับเพียบประนมมือนิ่งจึงทักขึ้น “มืดแล้วโยม ยังไม่กลับบ้านหรือ” คำทักทายด้วยน้ำเสียงอันประกอบด้วยเมตตาของหลวงตา เหมือนเปิดเขื่อนต่อมน้ำตาของเธอพรั่งพรู สร้างความงุนงงให้หลวงตาแบบคาดไม่ถึง ท่านจึงนั่งลงบนอาสน์สงฆ์สงบนิ่งมองสีกาผู้อยู่ในห้วงทุกข์ด้วยอาการอันสำรวม