ผมไปช่วยทำกลุ่มเรียนรู้ให้กับทันตแพทย์และทันตบุคลากร ของจังหวัดลำปาง มา โดยจัดเวทีเรียนรู้เล็กๆอย่างเป็นกันเองที่บ้านกรูดอาคาเดีย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวทีเรียนรู้กึ่งๆการให้รางวัลพักผ่อนจากการทำงานหนัก ดังนั้น Theme ของกระบวนการเรียนรู้จึงถูกออกแบบมาอย่างหลวมๆ บรรยากาศโดยรวมเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง
ทำไมต้องลำปาง?
ลำปาง หรือ เขลางค์นคร,เวียงลคอร มีอะไรดีๆมากมาย หากมองกลับในประวัติศาสตร์ในสมัยพระเจ้าติโลกราช ลำปางเป็นหัวเมืองทางใต้ของอาณาจักรล้านนาที่มีความหมายและความสำคัญอย่างยิ่ง "เวียงลคอร" จึงมีฐานะเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่จะต้านทานกองทัพที่มารุกรานเสมอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้ "เวียงลคอร" มีอำนาจต่อรองพอที่จะได้รับอานิสงส์ความมั่งคั่งด้วย
ผมจะเขียนถึงความสำเร็จของการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพช่องปากของเหล่าหมอฟันที่ลำปาง แต่ย้อนหลังกลับไปไกลมาก แต่สิ่งเหล่านั้นก็เป็นความภาคภูมิใจของชาวลำปาง ที่หล่อหลอมชาวลำปางให้เป็น นักสู้ นักยุทธศาสตร์ ไม่รู้จะเกี่ยวข้องกันบ้างไหม...แต่ผลงานของการขับเคลื่อนทันตสุขภาพที่ลำปาง ถือว่าเป็นสุดยอดและเกิด Best Practice ในหลายๆพื้นที่
กระบวนการที่ใช้ในเวทีที่ออกแบบมาสบายๆนี้ไม่มีอะไรมาก อาศัยต้นทุนเดิมจาก การถอดบทเรียนครั้งใหญ่จาก จังหวัดกระบี่ที่ย้อนหลังไปหลายเดือนก่อน ครั้งนั้นข้อมูลจากการพูดคุยและรวบรวมผ่าน Facilitator ฝีมือดี (คุณเกียรติศักดิ์ ม่วงมิตร) เขียนร้อยเรียงให้เห็นพัฒนาการของความสำเร็จออกมา สรุปเป็นรูปเล่มได้อย่างสวยงามและมีคุณค่า เอกสารชิ้นนี้ถือว่าเป็น “ต้นทุน” ชิ้นหนึ่งที่สามารถนำไปต่อยอดได้
ภาคเช้าถูกออกแบบเป็นเวที Knowledge café นั่งพูดคุยแบบสบายๆ แบ่งกลุ่มละ ๕ – ๖ คน เริ่มต้นด้วยคำถามใหญ่ๆ คือ “ได้ทำอะไรมาแล้วบ้าง?” และ “จะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร?”
ผมเชื่อในส่วนตัวว่า เพียงสะกิดด้วยคำถามใหญ่ๆ วงสนทนาของคนทำงานที่ลำปางก็พร่างพรู เพราะทุกคนทำเองมากับมือ จึงพร้อมมากที่จะบอกกล่าวออกไป หน้าที่ของ Facilitator จึงคอยประคับคองกลุ่มสนทนาและเรียนรู้ร่วมไปด้วย บรรยากาศที่เป็นกันเอง ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้วทำให้วงสนทนาลื่นไหล สนุกสนานในภาคเช้า มีการสรุปการพูดคุยออกมาเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญๆ โดยเฉพาะ “วิธีคิด” ตรงนี้ผมคิดว่าสำคัญมาก สำคัญกว่านำปรากฏการณ์มาเขียน วิธีคิดเป็นต้นทุนความคิดที่เป็นสากล ส่วนการประยุกต์ใช้ต่อ ก็แล้วแต่บริบทของแต่ละคน แต่ละพื้นที่ คิดต่อกันไป
ใช้วิธีการทดความคิดลงในกระดาษ Conservation mapping เป็นการเขียนความคิด หรือมุมมอง หรือวิธีแก้ปัญหา ที่แต่ละคนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นลงบนกระดาน หรือกระดาษขนาดใหญ่ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนของคนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เผชิญอยู่ ยิ่งปัญหามีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก นั่นหมายความว่า มุมมองที่ปรากฏบนกระดาษ ก็จะมากตามไปด้วย
กลุ่มที่ผมเป็นคุณอำนวย(Facilitator) จึงสรุปประเด็นออกมา ได้ดังนี้
คน
สำคัญที่ “ใจ” หากได้ “ใจ” ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี เมื่อคนมีใจแล้ว สิ่งหนึ่งที่องค์การจะสนับสนุนหรือ นักพัฒนาบุคลากรต้องคิดก็คือ “เราจะสร้างแรงบันดาลใจ” อย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าสำคัญมาก แรงบันดาลใจมีพลังมากมายในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
วิธีคิด
การทำงานสำคัญมาก อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในหลายๆบทความว่า Right view,Right concept แล้วถึงจะ Right Action โดยเฉพาะกระบวนการคิดเชิงระบบ (System thinking) และ การคิดเชิงบูรณาการ(Integrated Thinking ) คนทำงานทันตสุขภาพที่ลำปางล้วนแล้วแต่คิดแบบองค์รวม ดังนั้นการคิดแบบนี้ ทำให้งานหนักในช่วงเริ่มต้นคิด เริ่มต้นทำ เพราะทุกอย่างต้องระมัดระวัง ด้วยความตระหนักที่ว่า ทุกอย่างเชื่อมโยงไปหมด แต่เมื่อเวลาผ่านไปงานที่หนักก็ค่อยๆคลาย ทุกอย่างอยู่ตัว สมดุล และยั่งยืนในที่สุด
การวางตัว
ประเด็นนี้ สำคัญมากโดยเฉพาะการ Approach กับผู้คน ชุมชน การวางตัวที่ดีหมายถึงการเชื่อมใจสู่ใจตามแบบวัฒนธรรมอันดีของไทย การสร้างความคุ้นเคย ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดีทั้งสิ้น มีธรรมภาษิตที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ปรากฏอยู่ว่า "วิสาสา ปรมา ญาตี" ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
บุคคลเรียนรู้
ความจำเป็นขององค์กรเรียนรู้อยู่ที่ บุคคลเรียนรู้ และทีมเรียนรู้ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญหากคุณภาพของ คนและทีม ถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้ ด้วยความพยายามในการสร้างความรู้ที่ต่อเนื่อง ก็จะพากันมุ่งไปสู่ ฝันหรือสิ่งที่เราต้องการร่วมกัน (Result that we truly wants)
นอกจากนั้น กิจกรรม (Activities) และ การเสริมพลัง (Empowerment) ก็สำคัญในแง่ของการรวมพลังคนทำงาน
ในมุมมองการส่งเสริมสุขภาพ ออตตาว่าชาร์เตอร์(Ottawa Charter for Health Promotion)และ บางกอกชาร์เตอร์ (The Bangkok Charter for Health Promotion) เป็นหมุดหมายของการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพที่ครอบคลุมและชัดเจน
ประเด็นอื่นๆที่มีการแลกเปลี่ยนและผมคิดว่า ประเด็นที่ถือว่าเป็น “วิธีคิด” เหล่านี้สำคัญก็คือ
- ทำจากเล็ก ไปสู่ ใหญ่ ทำให้ดี ดีแล้วขยายผล
- การสร้างทีมที่ดี การทำงานเป็นทีมหากบริหารจัดการที่ดี เป็นทีมเรียนรู้ การทำงานหนักๆก็จะสำเร็จลงโดยง่าย
- การสร้างกระบวนเรียนรู้ เป็นเหมือน “หัวใจ” เพราะการเรียนรู้จะได้ผลึกของความรู้ และการทำงานจำเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้ทั้งทีมงาน และกลุ่มเป้าหมาย การขับเคลื่อนด้วยความรู้ โดยเฉพาะความรู้ที่ผ่านการปฏิบัติ เราได้ “ความยั่งยืน” ของการแก้ไขปัญหา
- อย่าละเลยวัฒนธรรมอันดีของคนไทย ที่มีความเอื้ออาทรในการทำงานร่วมกัน การช่วยเหลือ พึ่งพา มีน้ำใจให้กันเป็นพลังบวกที่ส่งผลต่อความสำเร็จของงานด้วย
- ทำงานกับคน ต้องรู้จัก “ค้นหาความดี” ของคนให้เจอ เมื่อเราค้นหาความดีเจอ ก็สานต่อความดีของแต่ละคนให้เด่นชัดมากขึ้น มีกระบวนการที่เร้าให้คนอยากทำความดีมากขึ้นไป ตลอดจนการเชื่อมโยงกับความรักความเมตตา (Compassion)
- พื้นฐานที่ดีสำหรับวิธีคิดในการทำงานชุมชนก็คือ ความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์(humanistic value) เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ เพียงแต่ว่า จะถูกนำมาใช้ในเวลาไหน สถานการณ์ใด นักพัฒนาจึงจำเป็นต้อง “สร้างพื้นที่” ที่เอื้อให้เกิดการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์
ทั้งหมดเป็นข้อสรุปจากการพูดคุยในกลุ่มคนทำงานเล็กๆ เพียงไม่กี่คน และใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง เราสามารถเห็นปรากฏการณ์ผ่านเรื่องเล่าที่เร้าพลัง และเบื้องหลังเรื่องเล่าเหล่านั้นมี “วิธีคิด” แทรกอยู่ จึงเป็นหน้าที่ของ Facilitator และ ผู้เข้าร่วม ช่วยกันสกัดบทเรียนเหล่านั้นออกมา
ผมเชื่อว่า คนทำงานทันตสาธารณสุขที่จังหวัดลำปาง ไม่ได้หยุดที่ภาพความสำเร็จในวันนี้ แต่ด้วยวิธีคิดที่พวกเขามี ความต่อเนื่อง(Continuity) ความมุ่งมั่น(Commitment)พลังของพหุภาคีที่เป็นแนวร่วมทางด้านสุขภาพที่ถูกสร้างมาเป็นระบบ แม้ว่าสถานการณ์สุขภาพจะเปลี่ยนแปลงตามพลวัตของสังคมที่ไม่หยุดนิ่ง พวกเขาก็พร้อมจะรับมือ และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนลำปาง...
และเมื่อมีเวลาที่เหมาะสม เราจะมาถอดบทเรียนกันอีกครั้ง
(เราสัญญากัน)
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
เข้ามาเยี่ยมอ่านบันทึกดีจากพี่เอกครับ
ชื่นชมมากครับ
สวัสดีค่ะคุณจตุพร
ไปไม่ชวนเลย..ลำปางเมืองในฝันผมเลยนะ...
ทีหลัง ให้ไปยกเก้าอี้ก็ไป...ไปฟรีก็ไป (55) เพราะผมจะไปกราบพระธาตุฯ ..
เมษานี้ ก็เลยตั้งใจจะแวะลำปาง เดินกาดฯ และไหว้พระธาตุดังที่ใจพึงปรารถนา
ขอบคุณครับ น้องป้อม ราชิต เเละขอบคุณ คุณยายครับ
คุณพนัส...เวทีที่ผ่านมาจัดที่ บ้านกรูด-ประจวบคีรีขันธ์ ครับ เเต่ที่ลำปางก็มีหลายงาน เดี๋ยวต้องไปช่วยกันครับ
“ได้ทำอะไรมาแล้วบ้าง?” และ “จะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร?” --> เป็นคำถามสร้างชาติจริงๆ
น้องปืน
คำถามกว้างๆ ครับ เเต่คนทำงานเขาก็รู้ว่า scope ลงที่งานที่ทำ เเต่ด้วยวิธีคิดของคนทำงานที่ร้อยเรียง มองแบบองค์รวม ก็ได้คำตอบ - บทเรียน ที่น่าสนใจเเละเป็นบทเรียนที่มีคุณภาพครับ
ลำปางก็ยิ่งใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย
ตั้งใจมาอ่าน เพื่อนำไปปรับใช้และขยายผลต่อยอดจากงานประจำครับ
ชวนไปอ่านบันทึกใหม่ ครับ
http://gotoknow.org/blog/supersup300/431375
ผ่านปราณบุรี สามร้อยยอดอาหารอร่อยมากมากครับ
ได้ทั้งความรู้และการผักผ่อน
ในคราวเดียวกัน
ย่อมเป็นวิธีการที่ดี
เอาล่ะสิ ... ผมก็สนใจเหมือนกันนะ ลำปางหนา เนี่ย
ชวนเลขาฯ ไปยกเก้าอี้ด้วยคน 555
สบายดีนะครับ
คุณนัทครับ
ทีมทันตบุคลากรของลำปาง ถือว่าเป็น ทีมที่ทำงานกันเเล้วมีผลงานที่ดี เเละมีผลงานเชิงประจักษ์ครับ
ขอบคุณ ต้นกล้าครับ
งานเเละวิธีการทำงานของต้นกล้าเป็นเเรงบันดาลใจของผมเช่นเดียวกัน
ขอบคุณมากครับ สำหรับลิงค์ที่เเนะนำผม
ขอบคุณครับ อ.โสภณ
บรรยากาศเรียนรู้ที่เราต้องการคงต้องมีความสุขเเละผ่อนคลายครับ คนให้-คนรับ/บรรยากาศเเลกเปลี่ยนก็มีความสุข :)
ขอบคุณครับ คุณเพชร เเละ อ.วัส