แรงบันดาลใจในการทำงาน

    วันนี้เป็นวันแรกของการเริ่มสร้าง Blog ของตนเอง หลังจากได้แต่อ่านของผู้เขียนท่านอื่นๆ มานานหลายปี และจดๆจ้องๆ บอกตัวเองว่าจะเขียนๆ อยู่หลายรอบ ตอนแรกคิดว่าช้าสำหรับตนเอง แต่ก็ได้ปลอบใจตนเองโดยพยายามมองในมุมบวกว่า "ไม่มีอะไรที่ช้าสำหรับการเริ่มต้นเสมอเมื่อเราลงมือทำ"  โอ้โห!! เป็นประโยคที่ดูดีมาก ^__^ เพราะมันทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จต่อไป สู้ สู้นะ

    เช้าวันนี้ดิฉันจึงได้บอกตัวเองว่าปีนี้กำลังจะเริ่มเข้าสู่การทำงานในปีที่ ๕ สำหรับตนเองแล้วนะ จะทำอะไรต่อล่ะหลังจากนำเวลาราชการไปเรียนปริญญาโท ๒ ปี และไปอบรมระยะสั้นหลักสูตรครูคลินิกมาอีก ๔ เดือน เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งวันที่ ๓๑ มกราคม ได้แต่ถามตัวเองว่าจะทำอะไรต่อดีล่ะนอกจากงานสอน จะทำอะไรเพื่อสังคมดี จะทำอะไรเพื่อในหลวงดี ? ไปทำงานวันแล้ววันเล่าจนมาวันหนึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ ๔ รุ่น ๖๒ ที่นับถือทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลามเสร็จสิ้น ดิฉันได้มีโอกาสเป็นอาจารย์ประจำฐานเข้าร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาที่นับถือศาสนาพุทธในการเ้ข้าค่ายธรรมะโดยมีคณะพระอาจารย์ "กลุ่มรักธรรม" เป็นคณะพระวิทยากร อบรมทั้งสิ้น จำนวน ๔ วัน ๓ คืน เมื่อวันที่ ๒-๕ มีนาคมที่ผ่านมา   ผลของการเข้าค่ายธรรมะในครั้งนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองมีจิตใจที่บริสุทธิ์ของความเป็นครูอย่างแท้จริง ตื้นตันใจ รู้สึกดีใจที่เห็นความสำเร็จของลูกศิษย์ที่กำลังจะจบอีก ๑ รุ่น เขาเหล่านี้ได้เข้าค่ายธรรมะ ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันมากมายหลายอย่าง ทำให้นักศึกษาได้ชำระจิตใจตนเองเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นพยาบาลที่จะดูแลคนในสังคมเราด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

      ดิฉันหวังว่าปณิธานอันแน่วแน่ของพวกเขาจะคงอยู่ในจิตใจไม่เลือนหายเมื่อเผชิญกับการทำงานที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะทุกคนเวลาทำงานคงหลีกเลี่ยงไม่ได้กับสภาพแวดล้อมมากมายที่ส่งผลกระทบต่อสภาพกายและใจ  เฉกเช่นเดียวกับดิฉันที่ทำงานย่อมต้องเจอปัญหาอุปสรรคมากมาย ทำงานแล้วใจทุกข์ ใจยิ่งแย่ ร่างกายก็แย่ ดิฉันจึงเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่างานที่มีอุปสรรคนั้นจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น เราจะทำให้อุปสรรคนั้นเป็นประสบการณ์ที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ดิฉันก็สบายใจขึ้น เวลาทำงานมีท้อบ้างแต่ไม่เคยถอย เพราะดิฉันมักคอยเติมกำลังใจให้ตนเองเสมอๆ เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า ดิฉันรู้สึกประทับใจกลอนบทหนึ่งซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเป็นอย่างดีให้ดิฉัน กลอนบทนี้อยู่ในหน้าแรกของหนังสือเรื่อง"บ้านเก่า" ของอ.โชคชัย บัณฑิตค่ะ ดิฉันอ่านแล้วรู้สึกประทับใจกลอนบทนี้เป็นพิเศษจนจำได้ขึ้นใจ และทำให้ดิฉันปรับมุมมองในเรื่องการทำงาน ว่าการทำงานนั้นจะเป็นหนทางแห่งความสำเร็จ กลอนนี้สามารถร้อยเรียงหลักธรรมผ่านอักษรไ้ด้งดงามจริงๆค่ะ ดิฉันขออนุญาตนำมาลง Blog เปิดศักราชหน่อยนะคะอาจารย์โชค

                     ทำงานฉันทรักษ์       ย่อมต้องรักษ์ ฉันทะ ยิ่ง

                 ทะลักความรักจริง         สงบนิ่งยิ่งงดงาม

                     ไม่ย่อ วิริยะ              อักขระพยายาม

                 เกลาแก้แต่ละความ        ตาม ฉันทะ ไม่ละเพียร

                     เอา จิตตะ จดจ่อ       คำอ่อนข้อต่อขีดเขียน

                 เป็นนายได้แนบเนียน     เวียนตรองตริ วิมังสา

                     ไร้แล้วฉันทลักษณ์     รู้แต่รัก อักษรา

                 กรอบคำไม่นำพา           สัมผัสค่า สมาธิ

                                                      โชคชัย  บัณฑิต'

                                             กวีนิพนธ์รางวัลซีไรต์ ปี ๒๕๔๔

     ขอขอบคุณงานที่มีในตอนนี้ที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นจุดเริ่มอันดีของความสำเร็จที่จะสร้างตน สร้างคน สร้างงาน สร้างสังคม และสร้างองค์ความรู้ให้แก่สังคมบ้าง ตามรอยพระบรมราชชนกที่ว่า "ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นกิจที่สอง ประโยชน์ส่วนตนเป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ท่าน ถ้าท่านทรงธรรมแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์"

ครูเดียร์ ^__^