ยิ้มเข้าไว้ แล้วทุกอย่างจะดีเอง...

 ทุกปัญหาแก้ได้ อยู่ที่มุมมองของคุณ…

 

      ตั้งแต่เริ่มต้นเดือนมี.ค. มาจวบเกือบสัปดาห์ ช่วงนี้ดูเหมือนพระศุกร์ เข้าพระเสาร์แทรก เสียเหลือเกิน

      งานประจำก็ยุ่ง งานที่บ้านก็มีปัญหาให้ต้องตามแก้ไข ทั้งปัญหารางน้ำรั่ว  กระเบื้องมุงหลังคาแตก

ต้องปีนขึ้นไปเปลี่ยนเอง เล่นเอาซะเหนื่อยเหมือนกัน จอคอมเก่าเล่นอยู่ดีๆก็เสียซะงั้น ต้องไปซื้อจอใหม่ไม่งั้นก็อดเล่นเนต

        แต่พอเหลือบมองคนข้างๆ รอบๆกายในชีวิตประจำวันของตนเอง กลับพบว่าปัญหาของตัวเราเองนั้น

        บางครั้งที่ดูเหมือนพระศุกข์ เข้าพระเสาร์แทรกนั้น  แท้จริงแล้วเรานั้นสามารถแก้ไขมันได้ในทันที

        ปัญหารางน้ำรั่วก็จัดการเปลี่ยนใหม่โดยจ้างร้านเขามาทำให้

        กระเบื้องรั่วก็รื้อเปลี่ยนเองได้โดยไม่ต้องจ้าง

       จอคอมเสียก็ได้ซื้อจอใหม่แบบLED. ดีซะอีกสบายตาขึ้นเยอะ แถมเขาว่ามันประหยัดไฟมากกว่าเดิมอีก

      ซึ่งนั่นถ้ามองอีกมุมมองหนึ่งกลับกัน  หากแม้นว่าปัญหาของเรานั้นไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที มันคงจะทุกข์ใจไปมากกว่านี้เป็นแน่แท้ 

      ทำไมน๊า..คนเราแว๊ปแรกไม่มองมุมกลับมาบ้างว่าเราโชคดีปานใดที่ปัญหาของเรานั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง โดยทันท่วงที 

    เพราะในความเป็นจริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น  ไม่มีบุคคลใดในโลกนี้ที่จะไม่มีปัญหา

    แล้วพอเราลองกลับมาคิดดูใหม่ว่าตัวเรานั้นโชคดีเพียงใดที่ทุกครั้งที่เรามีปัญหา เราก็สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที  ในขณะที่ยังมีผู้คนอีกมากมายที่อาจจะยังต้องทุกข์ใจกับปัญหานั้นอยู่ ก็อาจเป็นได้

    พอร่างกายเราว่าง ลองนั่งสงบๆแล้วตรึกตรองดู ก็จริงดังพระท่านว่า

"สติมาปัญญาเกิด" อย่าให้อารมณ์นำหน้า  เราจะพบว่าปัญหาทุกอย่างนั้น

"มีไว้ให้แก้ไข ไม่ได้มีไว้กลุ้ม " เพราะกลุ้มไปก็ไร้ประโยชน์

สู้เอาเวลาที่กลุ้มนั้นไปหาทางแก้ไขปัญหานั้นดีกว่า

 

       ที่มาบ่นให้เพื่อนๆได้ฟังในวันนี้ก็ดูเหมือนไม่มีสาระอะไรมากมายหรอกครับ  เพียงแค่อยากจะมาบอกว่าวีธการแก้ปัญหาต่างๆนั้นให้  หากเรามองมันเป็นเรื่องกล้วยๆ เดี๋ยวอีกหน่อยมันก็ออกลูกมาให้เราได้กินเองแหละครับ เกี่ยวกันมั้ยนี้เรา 555

    แต่ก็ยังดี อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง บ้างเผื่อ เป็นแง่คิดให้นำไปประยุกต์ใช้กันบ้างไม่มากก็น้อยจ้า "และจำไว้อย่างว่ายิ้มเข้าไว้ แล้วทุกอย่างจะดีเอง..."