(ep. 6)
บรรยากาศยามค่ำคืน (หารูปกองไฟไม่ได้)
ค่ำคืนนั้นเสื่อถูกปูรอบกองไฟ เพราะหากเป็นตะเกียงจะต้องคอยเติมน้ำมันอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้ไปมอดดับ นั่งรอบกองไฟคุยถึงสิ่งที่เราได้จากการออกหน่วยในครั้งนี้
ฝ่ายน้องๆที่ต้องการมาฟังประสบการณ์ ได้ประสบการณ์กันไปเต็มๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับการตัดสินใจการเลือกที่ทำงานของน้องในอนาคต รู้สึกดีที่เห็นน้องๆประทับใจกับค่าย ฝ่ายรุ่นพี่เราประทับใจการเล่าเรื่องของอาจารย์ดวงใจเป็นพิเศษ
อาจารย์เล่าว่า อาจารย์เปิดตัวการทำงานของแผนไทยด้วยคลินิกเบาหวาน ให้ทุกคนเป็นที่รู้จักจารย์ยึดคติการทำงานด้วยความสุข ซึ่งอาจารย์บอกว่าความสุขแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป ตัวอาจารย์เองก็นิยามความมสุขในรูปแบบที่ทำเท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก แค่ทำแล้วคนไข้รู้สึกดีขึ้นก็เพียงพอ งานตามนโยบายก็ไม่ต้องไปเครียดอะไรมาก ทำเท่าที่ทำได้
ฟังอาจารย์เล่าแล้วเราเลยพลอยรู้สึกสบายไปกับอาจารย์ด้วย งานแต่ละที่มีปัญหามีรูปแบบ มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป ฟังเรื่องของคนอื่นนั้นฟังได้แต่เมื่อนำมาใช้เราต้องปรับเข้ากับพื้นที่ของเราอีกทีหนึ่ง
มาถึงอาจารย์เอ็มบ้าง ไม่รู้เราคิดไปเองรึเปล่า ค่ายครั้งนี้เรารู้สึกว่าอาจารย์ดูเศร้าๆ มีแววหม่นๆกระจายออกมาตามแผ่นหลัง อาจารย์เล่าถึงระบบงานที่ทำงานซึ่งจะมีการเปลี่ยนแลงให้เข้าระบบมากขึ้น ทว่าการเข้าระบบครั้งนี้กลับจะทำให้งานแพทย์แผนไทยที่เคยมีอยู่ขาดความเป็นแพทย์แผนไทยไป ราวกลับไร้จุดยืน ตัวอาจารย์เองก็พยายามที่จะหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ฟังแล้วเรารู้สึกหดหู่ ด้วยเราชอบระบบงานที่ทำงานของอาจารย์มาก หากจะมีการเปลี่ยนแปลงไป เราก็ไม่รู้ว่าจะหาต้นแบบดีๆแบบนี้ได้จากที่ใด
เวลาเดินผ่านไป ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว น้องซิ่ง ซึ่งทีแรกนั่งอยู่ข้างกันแล้วแวบหายไปครึ่งชั่วโมงกลับมาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับจี่ข้าวขี่ ความสนใจของเราจึงพุ่งไปที่ของกินแล้วฟังสาระจากวงสนทนาได้ประปราย กำลังเคี้ยวๆข้างจี่ ก็โนโยนไมด์มาให้เล่าถึงความประทับใจกับค่ายครั้งนี้
สำหรับค่ายครั้งนี้ เราประทับใจมาก เพราะวัตถุประสงค์ที่ตั้งให้ตัวเองในการมาค่ายคือการสานสัมพันธ์กับพี่ๆในค่าย เพราะตัวเราเองถือได้ว่ามาเข้ากลุ่มครอบครัวกาบเชิงได้ช้ากว่าใครๆ ฝึกงานก็ไม่เคยมาฝึก รู้แต่ว่าที่นี่เป็นต้นแบบที่ดี แสวงหากลุ่มคนทำงานด้วยใจรักในวิชาชีพนี้มานาน เมื่อเจอแล้วก็ไม่รีรอที่จะกระโดดลงไปร่วมเรียนรู้กับพวกเค้า
คนมาน้อยทว่าเรากลับรู้สึกว่ามันพอดี ได้ฟังความคิดดีๆ ได้เห็นการทำงานของแต่ละคน ได้ร่วมเรียนรู้ทุกๆอย่างไปด้วยกัน ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงานคนเดียว อย่างที่อาจารย์เอ็มบอก อยากทำอะไรทำไปเลย เพราะเรามีคนคอยหนุนหลังให้อยู่ สงสัยอะไรก็โทรมาถาม
อย่างนี้แหละงานที่เราต้องการเห็น งานที่เติบโตไปพร้อมๆกัน แชร์กัน เปลี่ยนแปลงทันกัน พัฒนาทันกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
ดีจัง.....ที่เราตัดสินใจมาค่ายในครั้งนี้
พวกเราอำลาค่ายโดยการประสานมือนั่งเป็นวงกลม ร่วมร้องเพลง คำสัญญา .....จนครบหนึ่งรอบ เรารู้สึกอยากจะให้เพลงมันยาวกว่านี้อีกหลายนาทีกว่านั้น อยากซึมซับบรรยากาศแห่งความอบอุ่นนี้ไว้ให้นานเท่าทาน น้องเดี่ยว รพ.สต.ที่จังหวัดร้อยเอ็ดถามเราว่า ถ้าจัดค่ายอีกจะมารึเปล่า
เราตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าจะไปร่วมแน่
เพราะเรารักบรรยากาศอบอุ่นๆในค่ายแบบนี้เป็นที่สุด ^___^