2 มีนาคม 2554
ทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 (ขอนแก่น) ได้ชวนเราไปร่วมเรียนรู้ การออกหน่วยแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่ที่จังหวัดมหาสารคาม ตามโครงการพัฒนาต้นแบบการดำเนินงาน”สุขภาพดีวิถี อีสาน สืบสานภูมิปัญญา ตักสิลานคร ปี ๒๕๕๔
พวกเราออกเดินทางจากขอนแก่นกันตั้งแต่ 07.30 น. โดยทีมงานครั้งนี้ประกอบด้วย เรา พี่ติ๋ว เภสัชกรชำนาญการ พี่อ้อ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ น้องหนิงนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งหมดล้วนทำงานอยู่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 (ขอนแก่น) เราจึงถือได้ว่าเป็นแขกที่ร่วมติดรถไปมหาสารคาม
09.30 น. พวกเราเดินทางมาถึงโรงเรียน โรงเรียนโคกก่อพิทยาคม ตำบลโคกก่อ อำเภอเมืองจังหวัดมหาสารคาม พอลงจากรถ เสียงกล่าวเปิดงานดังแว่วออกมาจากหอประชุมของโรงเรียน เมื่อลองมองเข้าไปก็ต้องอึ้งกับจำนวนคนที่เข้ามาร่วมงาน ประมาณด้วยสายตาน่าจะสามร้อยคนเป็นอย่างน้อย มีทั้งชาวบ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มาในเสื้อกาวส์สีฟ้า เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนร่วมโดยตรงมาในเสื้อสีกาวสกรีนดานหลังว่า
หน่วยบริการแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่จังหวัดมหาสาคาม
ภายในงานมีการให้บริการหลายจุดด้วยกัน โดยผู้เข้าร่วมงานจะต้องผ่านจุดบริการจุดแรกเพื่อเข้ารับบัตรสำหรับเข้าบริการจุดอื่นๆ เรียกง่ายๆว่าจุดสกรีนคนไข้ ที่จุดนี้จะมีแพทย์แผนไทยประยุกต์และแพทย์แผนไทยที่มีใบประกอบโรคศิลป์ด้านเวชกรรมแผนไทยคอยซักประวัติ ตรวจร่างกาย แล้วส่งต่อคนไข้ไปยังจุดบริการอื่นๆ ได้แก่
การรับยาสมุนไพร การนวด การดูดวงชะตา การตรวจร่างกายโดยการจับชีพจร
เราเดินวนไปมาหลายจุดในงานเพื่อสังเกตการณ์ทำงานของแต่ละจุดที่ให้บริการ มีความสนใจในการตรวจดวงชะตาเป็นสำคัญ (หึหึ มาเพื่อการนี้ ^_^) หมอที่เชิญมาร่วมในจุดนี้เป็นหมอพื้นบ้าน มีการดูดวงจาการทายชื่อและนามสกุล อีกท่านหนึ่งเป็นหมอที่ดูดวงชะตาโดยดูตามตำราพรหมชาติ เป็นที่น่าเสียดายที่คนออกันเยอะมากเราเลยได้แต่ยืนมองดูด้วยตาละห้อย
ซุ้มนี้ยืนมองตาละห้อย คนเยอะ
ตัดใจเดินออกมาจากซุ้มดูดวง หันมาสนใจการตรวจร่างกายโดยการจับชีพจรที่ข้อมือ ผู้ให้บริการเป็นหมอชาวบ้านเช่นกัน ท่านเป็นหญิงวัยกลางคน ดวงตาแจ่มใส สวมเสื้อคล้ายกับหมอยาจีนที่ติดกระดุมถึงคอ ท่าทางน่าเลื่อมใส เราคุยเกี่ยวกับการมาเป็นหมอของท่าน ท่านเล่าว่าตอนเด็กๆอยู่กับยาย ยายเป็นคนสอนให้จับชีพจร ท่านฝึกฝนมาเรื่อยๆและเริ่มที่จะวิเคราะห์โรคได้ตั้งแต่อายุสิบสี่
การจับนั้นต้องตรวจดูลมปราณ การเต้นของหัวใจ การทำงานของมดลูก การทำงานของเส้นเอ็น ท่านบอกว่าหากมีความผิดปกติลักษณะการเต้นจะแตกต่างกัน ฟังแล้วเราสนใจเลยขออนุญาตจับมือท่านดูซักเล็กน้อย ท่านเมตตาเลยสอนให้ลองจับบริเวณกึ่งกลางแขน เหนือข้อมือไปประมาณ 3 เซนติเมตร
จุดนี้เป็นจุดที่บ่งบอกถึงภาวการณ์ป่วยด้วยโรคเส้น โรคเอ็น ท่านว่าอย่างนั้น เราสัมผัสแล้วพบว่าเต้นแผ่วเบามาก ท่านอธิบายว่าเพราะไม่มีภาวะโรคนั่นเอง พอลองจับดูลมปราณและการเต้นของหัวใจ เราก็แยกเม็ดที่เต้นว่ามีความหมายอย่างไรไม่ออก กอปรกับคนเริ่มมาต่อคิวเราเลยเกรงใจท่านจึงมานั่งดูท่านตรวจร่างกายคนไข้อยู่ข้างๆแทน
แม่หมอทำงานใช้สมาธิ
คุณแม่วัย ห้าสิบเศษๆ ถูกทักเรื่องมดลูกที่ไม่ดี เส้นเอ็นทำงานไม่ดี ต้องแก้ไขโดยการนวดท้องโกยมดลูกขึ้น ท่านบอกพร้อมแนะนำสถานที่สำหรับรักษาตัว ระหว่างถูกทักอาการคุณหมอจะทวนอาการว่าใช่หรือไม่กลับด้วย คนไข้ก็บอกว่าจริง เรานั่งมองด้วยความอึ้ง ทึ่ง และอยากจะขอสมัครเป็นศิษย์ในเดี๋ยวนั้นเลย แต่เวลานี้คงไม่เหมาะ