การสัมมนาคราวนี้เป็นการนำตัวอย่างความสำเร็จในการนำผลงานวิจัยสู่การปฏิบัติและสู่ชุมชน สิ่งที่หลายท่านต้องการเห็นในการแลกเปลี่ยนคราวนี้...เป็นเรื่องของการเรียนรู้จากเพื่อน คือ How to
เรื่องแรกเป็นผลงานของคุณชูศรี คูชัยสิทธิ์ (พี่ชู...ของน้องๆ) อดีตหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เริ่มจากโครงการวิจัยเรื่อง “การจัดการดูแลผู้ป่วยอย่างมีระบบเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศรีนครินทร์”
คุณพี่ชูศรีเล่าถึงประสบการณ์และแนวคิดว่า
ท่าน...
- เริ่มต้นงานวิจัยจากการสังเกตปัญหาของผู้ป่วยที่พบได้เสมอๆในงาน
- สร้างงานวิจัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การดูแลผู้ป่วยที่ดีขึ้น
- เลือกเรื่องที่สอดคล้องกับนโยบายหรือทิศทางของทีมการแพทย์ของโรงพยาบาลช่วยทำให้งานประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
- สร้างทีมดูแลผู้ป่วยที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะทีมสหสาขาวิชาชีพ
- สนับสนุนและช่วยเหลือทีมงานจนสามารถดำเนินกิจกรรมได้สำเร็จ
- สนับสนุนการสร้างงานวิจัยที่ต่อยอดกันไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องครอบคลุมในหลายมิติ
- จัดทำคู่มือที่ง่ายต่อความเข้าใจของผู้ป่วยส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้ป่วยได้โดยตรง เช่น จัดทำซีดีหมอลำเป็นต้น
- มีการปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานที่เกิดประโยชน์ต่อทีมผู้ร่วมงาน
เช่นพัฒนาเป็น care map และ คู่มือการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย เป็นต้น
- นำผลงานสู่การจัดทำเครือข่ายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในวงกว้าง
(อ่านผลงานของท่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ และ ที่นี่)
ท่านต่อมาคือ รศ.ดร.เสาวคนธ์ วีระศิริ สาขาวิชาการพยาบาลครอบครัว คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอนแก่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเรียนรู้ข้ามคณะฯจากเพื่อนร่วมสถาบัน
อาจารย์เล่าให้ฟังเกี่ยวกับงานวิจัยว่า
- เริ่มจากการค้นหาเรื่องเพื่อทำวิทยานิพนธ์ แต่พบอุปสรรคคือเรื่องที่ได้ไม่สอดคล้องกับบริบทของตนเอง
- เกิดแรงบันดาลใจจากเรื่องที่เกิดใกล้ตัว เพราะเห็นปัญหาในสังคมทั่วไป จึงเกิดความห่วงใยและอยากรู้วิธีการเลี้ยงดูเด็กในช่วงวัยรุ่นไม่ให้ประสบปัญหาเพื่อสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ด้วย
- ทำเพื่อตอบคำถามของตนเอง
- เมื่อได้คำตอบจากงานวิจัยเกิดความรู้สึกอยากแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับสู่ผู้อื่นและสังคม
(อ่านผลงานของท่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)
จากการนำเสนองานทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวจะเห็นเป้าหมายที่เคียงคู่ไปกับงานวิจัย คือความก้าวหน้าทางด้านวิชาชีพของผู้ทำวิจัยเอง ซึ่งก็เป็น WIN – WIN Situation
สำหรับ How to นั้น... ผู้เขียนคิดว่า สิ่งที่ทั้งสองท่านมีมากกว่าความต้องการความก้าวหน้าในวิชาชีพนั้น คือแรงบันดาลใจ พลังขับภายในของท่านเองที่เมื่องานวิจัยสิ้นสุดลงทั้งสองท่านก็ยังคงสานต่อผลงานให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
หัวใจสำคัญของการทำให้ผลงานคงอยู่และเกิดประโยชน์ในชุมชน คือการเริ่มต้นที่หวังผลลัพธ์ที่เกิดกับชุมชนและสังคมเป็นที่ตั้ง(ของโจทย์วิจัย) เมื่อได้ผลลัพธ์ที่เป็นคำตอบก็หมั่นพรวนดินใส่ปุ๋ยด้วยการหยิบผลการวิจัยสู่การปฏิบัติด้วยตัวของเราเองแล้วสะท้อนผลการปฏิบัติว่าเราทำได้หรือไม่ได้อย่างไร จะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ต่อตัวเราเอง งานเราเองเป็นเบื้องต้น.. และต่อผู้อื่นเป็นลำดับถัดไป
(ภาพบนซ้าย คุณชูศรี คูชัยสิทธิ์ และภาพล่างซ้าย รศ.ดร.เสาวคนธ์ วีระศิริ)
ขอขอบพระคุณท่านทั้งสอง ที่กรุณาสร้างงานเพื่อชาวอิสานรากหญ้าอย่างเป็นรูปธรรม
สวัสดีค่ะพี่กฤษณา
ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆนี้ค่ะ
ชื่นชมท่านทั้งสองเช่นกันค่ะ ที่เป็นแบบอย่างที่ดี ให้ความรู้ ส่งเสริมพวกเรามาตลอด
เป็นเรื่องราวดีดี ที่ชาวบ้านตาดำดำ ได้เข้าใจได้ดีขึ้นครับ
สวัสดีค่ะ คุณถาวร
ได้อยู่ในบรรยากาศคนเก่ง...รู้สึกชื่นชมท่านทั้งสองเช่นกันค่ะ
ขอบคุณนะคะ
เรียน ท่านอ.JJ
ผลงานของพวกเราคล้ายท่านทั้งสองนี้ยังมีอีกมากใน เลือดสีอิฐ จิตศรีนครินทร์ ค่ะ...เพียงแต่ว่าทำอย่างไรจะสามารถนำออกมาเล่าสู่กันฟัง...ให้อ่านกันอย่างง่ายๆได้ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงอาทิเช่นผู้ป่วยหรือญาติ
...เป็นงานที่ท้าทายทีมทำงานค่ะ...
ขอบพระคุณค่ะอาจารย์