ใต้หล้าฟ้าเมืองไทย

เรื่องของปากท้อง ความอยู่ดีมีสุขของชีวิต เป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไร ก็ต้องการ อยู่ดีมีสุขทั้งสิ้น
คุณมะเดื่อมีโอกาสเข้าร่วมประชุมประชาคมหมู่บ้าน (ในฐานะภาคีเครือข่าย) เพื่อสำรวจความต้องการของชาวบ้านในการนำไปทำแผนชุมชนของ อบต. ได้เข้าร่วมประชุมมาแล้ว 2 หมู่บ้าน ทำให้ได้ข้อสังเกตบางประการที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้องของชาวบ้าน ดังนี้
1. ชาวบ้านไม่เข้าใจเกี่ยวกับ " กลยุทธ์ " ในการจัดทำแผนชุมชน ไม่ทราบขอบข่ายที่เกี่ยวข้องของแต่ละกลยุทธ์
2. ชาวบ้านขาดความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องของวิธีการหรือกระบวนการ ของนวัตกรรม เทคโนโลยี ใหม่ ๆ ในการพัฒนาอาชีพ เช่น การรวมกลุ่ม การต่อรอง ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เกษตรอินทรีย์ รูปแบบของการทำการเกษตรแผนใหม่ หรือเทคนิคในการกำจัดโรคและศัตรูของพืชที่ไม่ใช้สารเคมี เป็นต้น
3. ชาวบ้านจะมุ่งเสนอความต้องการ ในรูปแบบของสิ่งที่เป็นรูปธรรมชัดเจน คือ ด้านสาธารณูปโภค (ถนน ไฟฟ้า ประปา ) เป็นหลัก
4. ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาท้องถิ่น ขาดการ " เข้าถึง เข้าใจ ให้ความรู้ ) กับชาวบ้านอย่างเพียงพอ ทำให้ชาวบ้านมองข้ามความจำเป็นเร่งด่วนในการประกอบอาชีพ เช่น การระวังป้องกัน โรคและแมลง การกักเก็บน้ำ เตรียมการเกี่ยวกับสาธารณภัย เป็นต้น
5. ความไม่รู้ ทำให้ชาวบ้านขาดความ " กล้า " ที่จะแสดงความคิดเห็น ในการประชุมจึงเห็นผู้ที่เสนอความคิดเพียงคนสองคน อีกหลาย ๆ คน " นั่งฟัง - นั่งหลับ"
6. การที่เจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและเกี่ยวข้องกับการพัฒนา และส่งเสริมชาวบ้านโดยตรง ไม่ได้ " เข้าถึง " ในความต้องการของชาวบ้านอย่างแม้จริง ไม่ได้ "เข้าใจ" ถึงความไม่รู้ของชาวบ้าน และ ไม่ได้ " ให้ความรู้" ในส่วนที่จะเสริมเติมต่อให้ชาวบ้าน จึงทำให้ข้อมูลที่ได้จากการนำเสนอของชาวบ้าน " วน ๆ เวียน ๆ " อยู่กับด้านสาธารณูปโภค จนดูเหมือนเป็น " โครงการล้านปี "
7. การพัฒนาชุมชน แบบ "ห่างเหิน" ของเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ ทำให้เกิด " ช่องว่าง " ที่ก่อให้เกิด " ไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง" จะเห็นว่า เมื่อถามถึงผู้รับผิดชอบในการประสานงาน หรือเป็นตัวแทนของท้องถิ่นว่าเป็นใคร ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน นั่นหมายถึง การมอบหมายงาน แล้วขาดการนำไปปฏิบัติ และขาดการติดตาม ดูแลของผู้มอบหมาย (จะเห็นได้บ่อยที่สุด ในการนำชาวบ้านไปอบรม แล้วก็จบแค่นั้น)
8. เมื่อเกิดความแตกแยกทางความคิดในชุมชน การนำเสนอความต้องการ ก็กลายเป็นการหักล้างกัน เพื่อเอาชนะกัน
หากผู้ที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของชาวบ้านทั้งโดยตรง และโดยอ้อมทั้งหลาย ใช้วิธีการทำงานโดยยึดหลัก " เข้าถึง เข้าใจ ให้ความรู้" กับชาวบ้านอย่างจริงจัง แล้วไซร้ การเสนอความคิดเห็นและความต้องการของชาวบ้าน คงไม่ออกมาในรูปแบบทำทางสร้างถนนเป็นส่วนมากอย่างนี้ และการเสนอความคิดเห็นและความต้องการของชาวบ้านคงอย่างชัดเจนและทั่วถึงมากกว่านี้ คงที่นั่งฟัง และ นั่งหลับ คงจะไม่มีให้เห็น
ยังเหลืออีก 2 หมู่บ้านที่ คุณมะเดื่อจะต้องเข้าร่วมประชุม ยังไม่แน่ใจว่า จะมีความต้องการ " ทำทาง สร้างถนน" อีกสักกี่สาย....เนาะ...!






สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ..เห็นแว้บๆเมื่อวานนี้..ว่ามีโครงการทำถนน..ราคาห้าร้อยล้าน..ขยายเป็นสี่เลนท์...ต้นไม้ข้างทาง(คงจะหมดไปอีกเยอะ)..ข่าวว่ามีรถใช้เพิ่มประมาณเจ็ดพันคัน..(ชาวบ้านจะทราบและได้..ประโยชน์(แค่ไหน)...ใครได้ประโยชน์สูงสุด(คงไม่ใช่ชาวบ้าน...อิอิ)...ใครจะเป็นผู้รู้ที่แท้จริง....(เหนื่อยแทนชาวบ้าน...อ้ะๆๆๆ).....ยายธี
ความต้องการของชาวบ้านที่เป็นรูปธรรม มันบังเอิญไปพ้องกับผลประโชน์ของคนบางคน
เข้าพอดีตามสูตร ถนนหนทางเลยผุดขึ้นเป็นว่าเล่น
แต่ถ้าใช้ในทางนามธรรมมันต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล
อีกทั้งผลประโยชน์มันน้อยยยยยยยค่ะพี่น้อง
สวัสดีจ้ะยายธี
มันก็คงเป็นเช่นยายธีว่า....นั่นแลลลลลล...ขอบคุณยายธีที่มาร่วมวงสนทนา
สวัสดีคุณ
นับวันสังคมไทย โดยเฉพาะในชนบท จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็น "วัตถุนิยม " มากขึ้น น่าเป็นห่วงมาก ๆ เลยจ้ะ ขอบคุณที่มาร่วมวงสนทนากันเป็นประจำ
สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ
สวัสดีจ้ะคุณยาย
เห็นคุณยายครั้งใด ก็สดชื่น สดชื่นด้วยดอกไม้ทุกครั้งเลยจ้ะ ขอบคุณมาก ๆ