เมื่อผมได้รับเชิญ

ให้แต่งกลอนเพื่อใช้

ขับเสภาหรือแหล่

ในงานต่างๆ

     ด้วยความเป็นครูภาษาไทยที่มีใจรักร้อยกรอง ผมจึงมักได้รับการไหว้วาน หรือเชิญ ให้แต่งกลอน เพื่อใช้ขับ หรือร้องแหล่ในงานต่างๆอยู่เสมอทั้งงานมงคลและงานอวมงคล ดังเช่น

    เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๔ มีงานพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อพงษ์ มากระจัน บิดาของท่านผอ.อร่าม มากระจัน ผอ.โรงเรียนสองพี่น้องวิทยา กรรมการคุรุสภา ระดับประเทศ คุณพ่อพงษ์ มีลูกถึง ๙ คน และทุกคนได้เป็นข้าราชการระดับผู้ใหญ่ๆทีเดียว ดังนั้นงานนี้จึงมีแขกมาร่วมงานจำนวนมาก โดยเฉพาะข้าราชการในชุดปกติขาวไว้ทุกข์มีจำนวน หลายร้อยคน ในจำนวนนี้มีผมอยู่ด้วย ในงานนี้มีการขับเสภา เทิดเกียรติพ่อพงษ์ ผู้วายชนม์ โดยผู้ขับคือครูวัชรินทร์ บุญมี จากโรงเรียนสองพี่น้องวิทยา และบทเสภาประพันธ์โดยครูพิสูจน์ ใจเที่ยงกุล จากโรงเรียนบางลี่วิทยา ซึ่งผมได้รับเชิญจากลูกๆของพ่อพงษ์  ให้แต่งกลอนเทิดเกียรติท่าน ผมแต่งไว้ดังนี้

บทกลอนไว้อาลัย

พ่อพงษ์ มากระจัน

ดั่งร่มโพ ร่มไทร ครรไลลับ  

เมื่อเทวา พากลับ  สู่สวรรค์

สิ้นแล้วหนอ พ่อพงษ์ มากระจัน        

ทั้งชีวัน พ่องดงาม ด้วยความดี

พ่อเริ่มต้น แนวทาง สร้างครอบครัว   

พ่อทำนา เลี้ยงวัว ไม่หน่ายหนี

พบรักแท้ แม่เฮียะอยู่ คู่ชีวี 

สร้างศักดิ์ศรี มากระจัน จนมั่นคง

ด้วยอาชีพ ทำไร่ และขายค้า 

เลี้ยงดูบุตร ธิดา มุ่งเสริมส่ง

มิให้ใคร ดูถูก ลูกพ่อพงษ์ 

พ่อประสงค์ ลูกศึกษา พัฒนาตน

ทั้งชีวี นี้หนอ พ่ออุทิศ 

จนลูกเก้าชีวิต สัมฤทธิ์ผล

มีหลักฐาน การศึกษา งามน่ายล         

ได้ครองคน ครองตน มีผลงาน

นับแต่นี้ ไม่มี พ่อพงษ์แล้ว

เหลือแต่แนว พ่อวาง สร้างรากฐาน

เหลือคุณงาม ความดี ที่ยืนนาน          

ให้ลูกหลาน สืบทอด ตลอดไป

ขอผลานิสงส์ ส่งสุขศานติ์

ดวงวิญญาณ พ่อพงษ์ จงสุกใส

สถิตสรวงสวรรค์ ชั้นอำไพ                

เป็นเทพใน ดวงใจ ลูกนิรันดร์

      อีกงานเป็นงานบวช ผู้ปกครองนักเรียน เชิญให้แต่งเพื่อให้น้องกุ้ง แม่เพลงอีแซวของผม ขับเสภา หรือแหล่ ผมแต่งไว้ดังนี้ครับ

บทกลอนงานอุปสมบท

นายสุทธิเกียรติ(เบลล์ ใจยะสุ

ร้องแหล่หรือขับเสภาโดย

นางสาวสุวนันท์ ทองดี

สิบสาม มีนาคม อุดมผล 

วันมงคล ได้เป็นญาติ ศาสนา

คุณพ่อน้อย คุณแม่หมู ผู้ศรัทธา

บรรพชา ลูกชาย สายสุดใจ

สุทธิเกียรติ ใจยะสุ บรรลุแล้ว

นาคแน่แน่ว ทดแทนคุณ บุญยิ่งใหญ่

ครั้งนี้หนอ พ่อนาคเบลล์ เย็นฤทัย      

ได้บวชให้ พ่อแม่ แผ่ความดี

ณ ร้านน้อย ไดนาโม บ้านโพธิ์อ้น 

ญาติมิตรมา มากล้น กันที่นี่

อนุโมทนาบุญอุ่นชีวี

เจ้าภาพนี้ ซึ้งซาบ กราบขอบคุณ

ขจรเกียรติ กมลทิพย์ หยิบยื่นจิต        

ขอต้อนรับ ญาติมิตร ผู้เกื้อหนุน

ทั้งนาคเบลล์ เห็นเมตตา ท่านการุณ 

ความเจือจุน น้ำใจ ไม่ลืมเลือน

นาคขอลา ท่านที่มา พร้อมหน้ากัน

บวชวัดอัมพวัน ขบวนเคลื่อน

เก้าโมงเช้า ขึ้นเก้าค่ำ ขอย้ำเตือน

ญาติพี่น้อง ผองเพื่อน ร่วมขบวน

กรรมใดที่ พ่อนาค หากทำมา

ด้วยกายใจ วาจา ครบถี่ถ้วน

ขออโหสิกรรม ธรรมทั้งมวล              

เพื่อนาคควร ผุดผ่อง ก่อนครองไตร

ที่สิบสาม มีนา ลาทุกคน

นาคขอแบ่ง กุศล ครั้งนี้ให้

ท่านที่มา ร่วมงาน สำราญใจ              

มีโชคชัย สุขสันต์ ทุกท่านเทอญ

งานที่ ๓ เป็นงานแต่งงานศิษย์เก่า ที่เคยเป็นหัวหน้าคณะเพลงอีแซวนักเรียนโรงเรียนบางลี่วิทยา เป็นลูกสาวอีกคนหนึ่งของครูพิสูจน์ แต่งงานกับลูกชายสุดหล่อของผู้กำกับตำรวจจากชัยนาท  งานนี้ผมแต่งแล้วขึ้นเวทีร้องแหล่ด้วยดังนี้

บทกลอนอวยพรบ่าวสาว

ในงานมงคลสมรส

ระหว่างพรรณปพร กับ เกียรติเชษฐ์

เมื่อ ๖ มีนาคม ๒๕๕๔

เพราะบุพเพสันนิวาสประสาทไว้                  

สองดวงใจ หลอมรวมรัก สุดจักถอน

เกียรติเชษฐ์ เป็นคู่ขวัญ พรรณปพร    

กามเทพ  แผลงศร ซึ้งตรึงตรา

คู่บ่าวสาว สองคน ปลูกต้นรัก

จนผลิดอก ออกฝัก รักล้ำค่า

จวบถึงคราว สุขสันต์ วันวิวาห์          

หกมีนา ห้าสี่ ฤกษ์ดีจริง

เจ้าสาวเก่ง ดีด้วย สวยสดใส

สมชื่อไบร๊ท์ เธอมี ดีหลายสิ่ง

เป็นศิษย์เก่า บ.ล. ขออ้างอิง

เธอไม่ทิ้ง กตัญญู คู่ชีวัน

เป็นแม่เพลงพื้นบ้าน เสียงหวานหวาม

เป็นนางงาม หลายแห่ง ที่แข่งขัน

เป็นนักธุรกิจ คิดครบครัน

มีความคิดสร้างสรรค์ ตลอดมา

เจ้าบ่าวต้น หุ่นแมน แสนสมาร์ท

หนุ่มชัยนาท ทายาท ตำรวจกล้า

เป็นคนหล่อ เก่งดี มีวิชา

เกียรติเชษฐ์ กริยา น่าชื่นชม

เหมือนกิ่งทอง มาครองคู่ใบหยก

วันที่หก มีนา พาสุขสม

ขอบ่าวสาว ยั่งยืน รักรื่นรมย์

ทรัพย์อุดม สมปอง ครองสุขเทอญ