ร่วมสองปีการศึกษาแล้ว ครูอิงได้รับมอบหมายให้ปรุงยาหม้อใหญ่ นั่นคือ 

โครงการพัฒนาทักษะกระบวนการคิด  โห  หิน จริง ๆ ค่ะ การสอนให้เด็ก

คิด  ถ้าคิดเป็นตุเป็นตะหน่ะคงพอได้  ครูอิงจึงรวบรวมแบบฝึกการคิดไว้

ร้อยกว่าแบบ มีทุกคิด คิดคล่อง คิดละเอียด คิดหลากหลาย คิดวิเคราะห์ คิด

สร้างสรรค์  คิดสังเคราะห์ ฯลฯ  วันนี้ขอนำเรื่องการฝึกคิดโดยการใช้เรื่อง

ขำขันมาแบ่งปันค่ะ  ซึ่งครูอิงได้มาจากหนังสือ ศิลปะการจัดการเรียนรู้ภาษา

ไทย  ผู้เขียนคือ รองศาสตราจารย์อัจฉรา ขีวพันธ์  อาจารย์ท่านเก่งและ

เชี่ยวชาญมาก ๆ  ครูอิงเคยได้เรียนรู้กับท่านครั้งหนึ่ง  ยังรู้สึกว่าโชคดีจัง อ่าน

เรื่องขำขันกันดีกว่าค่ะ 

     

   " คำหล้าหนุ่มจากแดนดินถิ่นอีสาน     เสี่ยงเข้ากรุงมุ่งหางานในเมืองหลวง

ขึ้น บขส. ตัดสินใจไปตามดวง                รถแล่นล่วงจากบขส.ถึงหมอชิต

ลงจากรถตาลายใจหวิวสั่น                     นึกหวั่นๆพูดภาษากลัวจะผิด

เพิ่งเข้ากรุงเป็นครั้งแรกในชีวิต                ไม่เหมือนคิดช่างสับสนวุ่นวายเทียว

ด้วยความหิวจึงมองหาสายตาเบิ่ง            ไปเห็นเพิงมีอาแป๊ะขายก๋วยเตี๋ยว

ตัดสินใจจะแก้หิวสักชามเดียว                บะหมี่เกี๊ยวเอ๊ะ ! จะสั่งอย่างไรกัน

ตัดสินใจอาแป๊ะๆ ก๋วยเตี๋ยวซ้าม              อาแป๊ะเข้าใจความ ขมีขมัน

ทำก๋วยเตี๋ยวสามชามพร้อมๆกัน               พ่อหนุ่มนั่นจำยอมกินสิ้นสามชาม

อิ่มท้องแล้วจึงรำพึงถึงเรี่ยวแรง               ค่อนข้างดังว่า "มี้แฮ้ง" อย่างล้นหลาม

อาแป๊ะเกิดได้ยินตาวาววาม                   ทำหมี่แห้งให้อีกชามในทันที

หนุ่มติดขัดด้านภาษามิกล้าแย้ง             จึงจำใจกินหมี่แห้งไม่ถอยหนี

กินจนหมดพลางเอ่ยคำย้ำวจี                 เชิงผูกมิตรว่าตอนนี้ "เฮ่อ ไค แน่"

กลุ่มจิ๊กโก๋โต๊ะข้างๆฟังถนัด                   จึงฮึดฮัดลองเชิงตามเบาะแส

ปาฝาเบียร์ตกบนโต๊ะไม่เชือนแช               หนุ่มรู้แน่ไม่ได้หยอกบอก " บ่แม่น"

จิ๊กโก๋โฉดฟังภาษาหารู้ไม่                     หยิบฝาเบียร์ขว้างไปใหม่ถูกต้นแขน

นายหนุ่มตกใจกลัวตัวลีบแบน                เอ่ยวอนแค่น "อย่าปาข่อยจั๊กหน่อยเลย "

จิ๊กโก๋เหี้ยมคิดว่าหนุ่มท้ารบ                   หยิบขวดเบียร์หวังตะปบตีเข้าเสย

หนุ่มตกใจรีบโกยอ้าวด้วยมิเคย              วิ่งแล่นเลยไปสั่นสลดบนรถเมล์

รถแล่นไปทางไหนไม่รู้จัก                    งุนงงนักรถขวักไขว่ใจไขว้เขว

คนเมืองกรุงไม่ยิ้มแย้มแถมเกเร             นั่งลังเลขวัญเสียละเหี่ยใจ

จนรถแล่นถึงเขาดินเห็นร่มรื่น               ค่อยใจชื้นเห็นเด็กลง เอ๊ะ! ที่ไหน

จึงเดินลงตามเข้าสวนสัตว์ไป               พอเพลินใจนึกสนุกทุกข์บรรเทา

ผ่านกรงลิงมีเขียนชื่อ "อุรังอุตัง"          แต่ผิดหวังไม่เห็นลิงกรงว่างเปล่า

เห็นคนเลี้ยงเดินผ่านมาจึงถามเอา         พินอบพิเทาถ้อยวาจาทำท่าอายๆ

"ลุ้งคับลุ๊งสงสัยจริงลิ๊งไปไส "             ลุงยิ้มให้แล้วตอบต่อข้อขยาย

"ลิงมันตายน่ะพ่อหนุ่มมันเพิ่งตาย "       น่าเสียดาย แล้วพ่อหนุ่มไปไหนมา

"อ๋อ! ม๊าหางานท้ำยังหาบ่ได้               ข้อยบ่ฮู้จักไผสักคนหนา"

ลุงได้ฟังนึกสงสัยลั่นวาจา                  แล้วก็พาไปสำนักสมัครงาน

ให้ทดลองแต่งอุรังอุตังช่างเหมาะเจาะ   งานมั่นเหมาะหนุ่มปรีดิ์เปรมเกษมศานต์

นั่งแทนลิงในกรงคงสำราญ                 จิตเบิกบานนึกภูมิใจได้งานเบา

วันแรกแรกนั่งนอนเล่นเป็นสุขยิ่ง           ทำท่าลิงคอยสนองคนดูเขา

ล่วงหลายวันชักเบื่อเหลือบรรเทา         เดินแกะเกากรงดึงแทะทิ้งทอย

พบรอยขาดลองแกะสอดตัวลอดได้      จึงลอดไปกรงข้างๆอย่างเงื่องหงอย

เป็นกรงเสือหารู้ไม่ใจล่องลอย             พลางเดินเดินถอยถอยคอยเมียงมอง

พลันเหลือบเห็นเสือร้ายหัวใจหล่น       ตกใจจนประจุขี้ขึ้นสมอง

กระโดดหนีสุดชีวิตจนติดซอง            ปากเผลอร้อง"ซ่อยข้อยเหน๊ ซ่อยข้อยแหน๊ "

เจ้าเสื้อร้ายยินเสียงโลดกระโดดประกบ รีบตะปบ คอเจ้าลิงยิ่งย่ำแย่

บีบกระชับดึงหน้าหลังเหมือนรังแก      จุ๊ปากแก้มกระซิบใส่บอกให้รู้

"จุ๊ จุ๊ จุ๊ !เสยเสยไว้ เสยเสยไว้            อย่าเอ็ดไปเดี๋ยวต๊กงานกันเทิงคู่ "

เฮาคนบ้านเดียวกันมึงกั๊บกู          เดี๋ยวต๊กงานเทิงคู่...อย่าเอ็ดไป

  

หลังจากให้นักเรียนฟังเรื่องราวไปแล้ว  โดยครูอ่านให้นักเรียนฟัง

พยายามอ่านให้เป็นสำเนียงของเจ้าของภาษา(ที่เป็นภาษาถิ่นอิ

สาน) สังเกตว่านักเรียนเข้าใจหรือไม่  จากนั้นก็ตั้งคำถามเพื่อให้

เด็กคิด  อาจให้เขาคิด แล้วสนทนากับเพื่อน ๆ  หรือคิดแล้วเขียนลง

ในใบงานก็ได้ค่ะ  คำถามที่ถามแล้วเป็นการกระตุ้นให้เด็กคิด

สำหรับเด็กในระดับประถมฯ เช่น

๑. หนุ่มชาวอีสาน มีปัญหาในการใช้ภาษาไทยอย่างไรบ้าง

๒. ทำไมหนุ่มอิสานถึงต้องกินบะหมี่ถึง สามชาม

๓. ทั้ง ๆ ที่อิ่มแล้วทำไมหนุ่มอิสานต้องจำใจกินหมี่แห้งอีก

๔. ทำไมหนุ่มอิสานจึงถูกจิ๊กโก๋ทำร้าย

๕. ทำไมหนุ่มอิสานที่เป็นเสือต้องพูดว่า "จุ๊  จุ๊  เสยไว้  เสยไว้"

๖.  นักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้างจากเรื่องนี้

๗. นักเรียนเคยได้รับฟังเรื่องราวขำขัน ที่เกิดจากการใช้ภาษา

ในการสื่อสาร เช่นเดียวกับเรื่องนี้มาบ้างหรือไม่ (ถ้าเคย ) แบ่ง

ปันให้คุณครูและเพื่อนฟังบ้างซิคะ

ฯลฯ