การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพ ให้เป็นผู้เจริญทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เป็นบุคคลที่สามารถสร้างสรรค์พัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมและสามารถแข่งขันกับนานาอารยประเทศได้ เนื่องจากการศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การถ่ายทอดทางวัฒนธรรม การปลูกฝังเจตคติ ค่านิยม การสร้างสรรค์งานด้านวิชาการให้เจริญก้าวหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจและเทคโนโลยี นอกจากนี้การศึกษายังเป็นกระบวนการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการนำพาเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นไปในทิศทางที่พึงประสงค์
ในการจัดการศึกษาของชาตินั้นได้กำหนดแนวทางการดำเนินการต่างๆไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ทั้งในส่วนของหลักการ จุดมุ่งหมาย ระบบ โครงสร้าง การพัฒนาบุคลากร หลักสูตร การมีส่วนร่วม มาตรฐานและการประกันคุณภาพคุณภาพการศึกษา ตลอดจนการระดมทรัพยากรและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการกระจายอำนาจในการจัดการศึกษาสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อตอบสนองเจตนารมณ์ของชาติดังกล่าวอย่างแท้จริง กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของชาติ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมาย และกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญามี คุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมกันนี้ได้ปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจทางการศึกษาให้ท้องถิ่นและสถานศึกษาได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่นขึ้น
การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา เป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งกระบวนการหนึ่งของการใช้หลักสูตร ซึ่งมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อเป็นการศึกษา ทบทวน ตรวจสอบ ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนว่าหลังจากโรงเรียนได้ดำเนินการบริหารจัดการและใช้หลักสูตรจนสิ้นปีการศึกษาแล้วนั้นส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างไร มีอุปสรรค ปัญหา ข้อบกพร่องและความไม่สมบูรณ์ไม่ชัดเจนในส่วนใดบ้าง ตลอดจนสอดคล้องและตอบสนองความต้องการของนักเรียนและท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไร เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนให้มีคุณภาพและสามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามแนวนโยบายการจัดการศึกษาของชาติ เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และจุดหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ยิ่งขึ้น
การประเมินเป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลและตัดสินคุณค่าของสิ่งต่างๆโดยเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมีรูปแบบและวิธีการอย่างหลากหลาย แบ่งได้หลายประเภทตามแต่ที่จะใช้เกณฑ์ใดเป็นหลักในการแบ่ง ซึ่งการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยใช้ดัชนีวัดความสำเร็จแบบสมดุล ( Balanced Scorecard: BSC ) หรือรูปแบบการประเมินองค์รวมแบบสมดุลก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ โดยรูปแบบดังกล่าวเป็นแนวคิดของ Robert Kaplan และ David Norton (1990) ที่ได้เสนอแนวคิดเรื่องการใช้วัตถุประสงค์ 4 มุมมอง ได้แก่ มุมมองด้านการเงิน ด้านลูกค้า ด้านกระบวนการภายใน และด้านการเรียนรู้และเติบโต มาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรและเป็นเครื่องมือการวัดและประเมินการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ เป็นการประเมินที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ คือ ความสัมฤทธิ์ผลเป็นหลัก โดยใช้ระบบการประเมินผลงานที่อาศัยตัวชี้วัดเป็นตัวสะท้อนผลงานให้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ผลการประเมินนี้จะนำมาใช้ในการตอบคำถามถึงความคุ้มค่าในการทำงาน ใช้แสดงผลงานต่อสาธารณะและเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้น(อมรรัตน์ ทิพยจันทร์, 2546) ซึ่งจากการศึกษาแนวคิดการประเมินผลการปฏิบัติงานโดยใช้ดัชนีวัดความสำเร็จแบบสมดุล ( Balanced Scorecard (BSC) ) หรือรูปแบบการประเมินองค์รวมแบบสมดุล ซึ่งการประเมินจะประกอบด้วย
1. มุมมองด้านนักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยตัวบ่งชี้ด้านคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ จิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีความสามารถในการคิด มีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร มีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรีและกีฬา ความพึงพอใจในการจัดการศึกษาของนักเรียนและผู้ปกครอง
2. มุมมองด้านกระบวนการพัฒนาหลักสูตร ประกอบด้วยตัวบ่งชี้
- การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา การใช้ และการบริหารหลักสูตร
- คุณภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู
- การวัดและประเมินผลนักเรียนตามสภาพที่แท้จริงในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
3. มุมมองด้านการพัฒนาบุคลากร ประกอบด้วยตัวบ่งชี้
- ความรู้ ความสามารถด้านการการจัดทำการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของครู
- ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู
- ความพึงพอใจ ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของผู้บริหารและครู
- ความรู้ ความสามารถในการพัฒนาหลักสูตรและการบริหารหลักสูตรของผู้บริหาร
4. มุมมองด้านงบประมาณและทรัพยากร ประกอบด้วยตัวบ่งชี้ งบประมาณในการบริหารจัดการ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ความคุ้มค่าในการจัดการศึกษา จำนวนครูและบุคลากรที่ปฏิบัติงานตรงตามความรู้ ความสามารถ จำนวนสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี สิ่งสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้
การวางแผนเพื่อประเมินการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนโดยใช้แนวคิดดังกล่าวนี้นอกจากจะเป็นการประยุกต์ใช้แนวคิดแบบใหม่แล้วยังจะสามารถสะท้อนภาพที่แท้จริงถึงอุปสรรค ปัญหา สภาพต่างๆ ของกระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรของโรงเรียน อันจะส่งผลให้โรงเรียนได้รับทราบข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อนำไปใช้สำหรับการวางแผน พัฒนา ปรับปรุง การบริหารจัดการหลักสูตรและการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้เหมาะสม มีความเชื่อมโยง สอดคล้องกับสภาพบริบทของนักเรียน บริบทของโรงเรียนตลอดจนความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น
รายการอ้างอิง
อมรรัตน์ ทิพยจันทร์.(2546). รวมบทความด้านการวิจัย สถิติ วัดและ
ประเมินผลการศึกษา. พิษณุโลก : โรงพิมพ์ตระกูลชัย.
Kaplan, R. and Norton, P. (1990). The balanced scorecard:
translating strategy into action. America: Printed in the
United of America.