หลายวันมานี้ มีความรู้สึกว่าอยากจะไปเยี่ยมโยมหมอน ติดต่อสื่อสารกับทีมพยาบาลไว้ สอบถามสถานที่ที่เคยเข้าเยี่ยมครั้งแรกอีกหนหนึ่ง แต่ก็ลืมจนได้จนวันนี้พอมีเวลาจากกิจกรรมอื่นๆ ก็ผละตัวออกมาจากบรรยากาศอันวกวนบนหน้าจอคอมพ์และโต๊ะทำงานหน้ากุฏิเรือนน้อย..
น้ำปานะหม้อใหญ่จัดเตรียมไว้เมื่อครู่ใหญ่ เป็นน้ำลูกเกดผสมน้ำลำไย ให้โยมบรรจุขวดให้เรียบร้อยก่อนจะนำไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ในใจยังเป็นห่วงโยมหมอน คนใจเพชร ที่เก่งฉกาจและเอาตัวรอดได้ตลอดมา แต่ต้องมาสยบให้กับโรคภัยร้ายที่เข้ารุมเร้าเมื่อหลายเดือนก่อน..
มาวันนี้สีหน้าและสุขภาพใจของโยมหมอนดีขึ้นมาก หลังจากที่หายไปนานนับเดือน ความสุข ปิติ เบิกบานแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด ความใจกล้า ท้าชนกับโรคภัยไข้เจ็บนั้นมีเต็มร้อย.. แขนข้างขวาที่เคยบวมและดำตอนนี้มีดูเล็กลงและดีขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาเป็นประกายเต็มเปี่ยม รู้สึกมีความสุขผสมกับยินดีที่ได้เห็นพระรูปเดิมเข้ามาเยี่ยมอีกครั้งหนึ่ง ขวัญและกำลังใจของโยมหมอนจึงเต็มร้อย ทั้งน้ำเสียงและความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับโรคร้ายที่เข้ามารุมเร้า..
หนังสืออ่านสบายวางไว้ข้างเตียงสองเล่ม และหนังสือแจก "แก้กรรมทำเองได้" ที่ได้มาจากโยมศรัทธา วางไว้เคียงกัน เพื่อผ่อนคลายจากความว้าวุ่นในจิต.. คนข้างเตียงแปลกหน้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่โยมหมอนยังคงอยู่เตียงท้ายสุดมุมห้องศัลยกรรม ไม่มีข้าวของที่รกรุงรัง มีเพียงวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเดิม หัวนอนตู้ใส่ของมีแต่ขวดน้ำกับแก้วพลาสติกที่วางอยู่เท่านั้น..อนิจจาคนไร้ญาติ.. ไร้คนมาดูแล..
จากวันนั้นจนถึงวันนี้โยมหมอนยังหนักแน่น ต่อสู้กับโรคร้ายเพียงลำพังเหมือนเดิม มีแต่ปิยะวาจาจากพยาบาลและคุณหมอมาเยี่ยมไข้เป็นระยะเท่านั้น... ไม่เคยคิดว่าจะมีพระคุณเจ้าจะเดินเข้ามาเตียงนี้... เสียงพูดอันแผ่วเบาพร้อมกับสายน้ำที่คลอเบ้าตาแสดงความปลาบปลื้ม
วันต่อๆไปอาจจะได้โทรศัพท์มาคุยบ้างหลังจากที่ ได้รับเบอร์จากโยมแล้ว เป็นคำมั่นสัจจะว่าจะเป็นผู้ดูแลที่ใกล้ชิด ยามป่วยใจหรือยามท้อให้..เพื่อพลังและความหวังในการที่จะก้าวเดินต่อไปในช่วงปลายทางของชีวิตจนลมหายใจสุดท้าย..