นักโทษประหารหญิงคนที่สามของประเทศไทย………….ยาเสพติดให้โทษ(เฮโรอีน)

 

 

เป็นเวลากว่า ๒๐ ปีที่ประเทศไทยไม่เคยประหารนักโทษผู้หญิงเลย หลังจากประหารรายแรกไปเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๕ คดีปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์ รายที่สองเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๒๒ คดีเรียกค่าไถ่และฆ่าคนโดยโหดร้าย และรายที่สาม คดียาเสพติดให้โทษ(เฮโรอีน)[1]

 

จริง ๆ หนังสือเล่มนี้ออกมานานแล้วแต่ไม่ได้ซื้อมาครอบครองเป็นเจ้าของ แต่วันว่างของข้าพเจ้ามักอยู่กับหนังสือ กาแฟ และกระดาษ ทำให้ต้องมุ่งหน้าสู่ร้านหนังสือก่อนทุกครั้ง และก็ได้หนังสือเล่มนี้มาเป็นเจ้าของ

 

แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากซื้อหนังสือนี้มา เพราะประเด็นนี้อย่างเดียว นักโทษประหาร เขาต้องมีความผิดร้ายแรงสินะถึงต้องเอาชีวิต.....หลายคนเวลาได้ยินข่าวทางสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีฆ่า ปล้น ลักทรัพย์ หรือแม้แต่ทำร้ายร่างกาย ล้วนแล้วแต่บอกว่าน่าจะเอาให้ตาย แต่สุดท้ายต้องว่ากันตามกระบวนการยุติธรรมของกฎหมายบ้านเมือง สุดท้ายคดีอาจจะโดนใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง.....แล้วความรู้สึกของคนถูกตัดสินล่ะ....

 

“ขอให้ลูก ๆ ทุกคนอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก ขอให้ดูแม่เป็นตัวอย่าง เงินท่องที่ค้าขายยาเสพติดมาได้นั้น ไม่คุ้มคากับการที่ต้องมาวิ่งเต้นสู้คดี สุดท้ายชีวิตก็ต้องมาสูญสิ้นไปอีก”[2] พินัยกรรมที่นักโทษหญิงคนที่สามของประเทศเขียนสั่งเสียให้กับลูก ๆ ของเธอได้อ่าน ก่อนถูกประหารชีวิต

 

เธอผู้นี้ให้การปฏิเสธและต่อสู้คดี ในขณะที่คนอื่นที่โดนจับพร้อมกับเธอยอมรับและยืนยันว่าเธอร่วมทุกขั้นตอน...................แล้วคดีอื่นๆ  ล่ะ?

 

บันทึกอันนี้ของข้าพเจ้าเป็นเพียงการอ่านหนังสือแล้วนึกอยากจะให้สังคมปัจจุบันที่มีหลากหลายความเชื่อ ความคิด ความรู้สึก ความแตกต่างทางการเรียนรู้ รับรู้ ฯลฯ บนพื้นฐานความหลากหลายอีกมากมาย ทำให้คนสังคมต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ในรูปแบบต่าง ๆ ..........แต่สุดท้ายไม่ว่าใครจะทำอะไรล้วนได้รับการตอบแทนจากสิ่งนั้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะทางกฎหมาย กฎแห่งกรรม ทั้งที่มาช้าหรือเร็ว และข้าพเจ้าขอขอบคุณหนังสือดี ๆ อย่างเล่มนี้ ที่ออกมาให้ได้อ่านเพื่อเรียนรู้อีกแง่มุมหนึ่งของสังคมนี้

 

 

 

 



[1] คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: ๑๖๗  ยุทธ บางขวาง

[2] คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร: ๑๖๙  ยุทธ บางขวาง