อาสาสมัครคุ้มครองสิทธิลดปัญหา"คดีล้นศาล คนพาลล้นคุก

        

      หนี้นอกระบบเป็นปัญหาสังคม กระทบต่อความมั่นคงของชุมชน ขาดเมตตาธรรม เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และมีการติดตามทวงหนี้ โดยการข่มขู่ทำร้ายร่างกาย มีให้เห็นปรากฎเป็นข่าวอยู่ประจำ ล่าสุดรายของแม่ค้าที่พิจิตร  ต้องขายบ้านมาใช้หนี้นอกระบบเพราะการข่มขู่ทำร้ายร่างกาย

      ทางรัฐบาลเองก็มีนโยบายนำหนี้นอกระบบ มาสู่หนี้ในระบบโดยการให้ประชาชนไปลงทะเบียนหนี้ และมีหน่วยงานรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพ

       ทางกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท   กรมบังคับคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ  กระทรวงยุติธรรม ก็มีนโยบายให้ อาสาสมัครเครือข่ายคุ้มครองสิทธิ์ฯ เรียนรู้เรื่องหนีนอกระบบ โดยการพิมพ์หนังสื"คู่มือประชาชน  เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ และติดอาวุธทางปัญญาให้อาสาได้รู้กฎหมายเบื้องต้น เอาไปประชาสามสัมพันธ์ให้กับประชาชน   

        ทั้งยังได้จัดโครงการ"เผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมายให้แก่ผู้นำชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และเผยแพร่สนับสนุนกลไกการจัดการความขัดแย้งของชุมชน"  ให้ศูนย์ประสานงานจัดการความขัดแย้งชุมชน สามารถดำเนินกิจกรรมเชิง ป้องกัน  เฝ้าระวัง ปัญหาเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ และปัญหาอื่นๆที่เป็นประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นในชุมชน ส่งผลให้ลดจำนวนปริมาณคดีขึ้นศาล แก้ปัญหา"คดีล้นศาล คนพาลล้นคุก" 

จนท.รับลงทะเบียนประชุม

        งานนี้เป็นงานหนักของนักอาสาสมัคร เพราะต้องไปขัดผลประโยชน์ของคนในพื้นที่ จึงต้องสร้างพลังอาสา โดยการน้อมนำ กระแสพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  เป็นคาถาเป็นพลังศรัทธา ที่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า

  "อาสาสมัครจะต้องระลึกอยู่เสมอว่า

ศรัทธาในงานอาสมัคร เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นนั้น

 เกิดขึ้นด้วยตนเอง 

ตนเองมีความรู้สึกเห็นชอบ ในงานอาสาสมัคร 

มีศรัทธาทีจะทำงาน  มีเวลาที่จะปฎิบัติงาน

.....และพร้อมที่จะเป็นอาสาสมัคร"  

              หนี้นอกระบบต้องพบจุดจบด้วยด้วยพลังศรัทธาของอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ