บทความเรื่อง After Earth Why? Where? How? When? เขียนโดย Michael Zimmerman ในนิตยสาร Popular Science ฉบับเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ กระตุ้นให้ผมเขียนบันทึกนี้

          เป็นหลักอนิจจัง และหลักวิทยาศาสตร์ ว่าในที่สุดโลกนี้จะต้องสลายไป   อย่างช้าที่สุดก็ ๒,๐๐๐ ล้านปี  เมื่อดวงอาทิตย์ขยายตัวแผดความร้อนจนมหาสมุทรในโลกเหือดแห้งไปหมด   หรืออาจจะโดย Andromeda Galaxy เข้ามาชนกับ แกแล็กซี่ ทางช้างเผือก ของเรา   โลกก็อาจหายวับไป   นี่ก็คงจะอีกหลายพันล้านปี   แต่ที่อาจจะเร็วกว่านั้นก็เมื่อสะเก็ดดาว (asteroids) ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางเป็นพันไมล์ วิ่งมาชนโลก  ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์ เกิดขึ้นทุกๆ ๓ แสนปี   ดังตัวอย่างการชนที่ทำให้เกิด mass extinction เมื่อ ๖๕ ล้านปีก่อน  ที่กวาดล้างไดโนเสาร์ไปจากโลก

          ในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ มีสะเก็ดดาวขนาดเล็กเดินเข้ามาในวงโคจรโลก ห่างจากเวลาที่โลกโคจรไปถึงเพียง ๖ ชั่วโมง   หากชนกันก็จะเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ ๑ พันลูก

          ข้อมูลเหล่านี้สอนเราว่า การมีอยู่ของโลกเป็นอนิจจังแน่ๆ

          เมื่อโลกสิ้นสุดได้ มนุษย์ก็ต้องหาโลกใหม่อยู่ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์   นี่คือวิธีคิดของคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในโลกตะวันตก  เป็นโลกใหม่ที่มนุษย์สร้างเอาเอง  ไม่ใช่อ้อนวอนให้เทวดาช่วยสร้าง 

          นับเป็นจินตนาการสุดสุด  ที่ส่วนหนึ่งมีความรู้และผลสำเร็จทางวิทยาศาสตร์หนุน  บทความบอกว่า ในที่สุดแล้วมนุษย์จะอยู่นอกโลกมากกว่าอยู่บน Planet Earth ใบนี้   ซึ่งหมายความว่ากว่าจะถึงวันนั้น ก็จะเกิดเทคโนโลยีใหม่ชนิดที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน จำนวนมากมายหลากหลายเทคโลยี ที่ทำให้การเดินทางในอวกาศเป็นเรื่องปกติ  และการดำรงชีวิตทำมาหากิน ขยายเผ่าพันธุ์ อยู่ในโลกใหม่เป็นเรื่องปกติ

          ผมชอบอ่านจินตนาการแบบนี้   อ่านสนุก และบอกเราว่ามนุษย์ในอนาคตหลังจากที่เราตายไปหลายร้อยหลายพันปี น่าจะดำรงชีวิตอยู่อย่างไร

          ผมติดใจมากว่า วิธีเดินทางไปในอวกาศที่ราคาถูกที่สุดคืออาศัยเขาไป  “เขา” ในที่นี้คือ สะเก็ดดาวขนาดใหญ่ ที่มีวงโคจร และนักดาราศาสตร์รู้ ว่าจะเดินทางไปทางไหน ไปพบหรือเฉียดสะเก็ดดาวอื่นเมื่อไร   เราก็เดินทางโดยเกาะสะเก็ดดาวต่างดวงไปทีละทอด   ไม่ต้องเสียพลังงานเลย

          จินตนาการเช่นนี้เอง ที่ช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าของมนุษย์  ช่วยให้เกิดการค้นคว้าขวนขวาย  มีการต่อยอดความรู้กันขึ้นไป  จนในที่สุดฝันก็เป็นจริง   ดังกรณีเรือดำน้ำใต้ทะเล ๓ หมื่นโยชน์ ตามจินตนาการของ จูล เวิร์น ก็เป็นจริงแล้ว

 

วิจารณ์ พานิช
๑๒ ก.พ. ๕๔