เจ้าด่าง: ลิ้นเป็นปานกับพิษงูเห่า

  ติดต่อ

  เจ้าด่างพยายามยื่นขาหลังด้านซ้ายให้ผมดู ก็พบกับรอยเขี้ยว   

     เรื่องเล่าของเจ้าด่างที่เล่าเป็นตอน ๆ อาจจะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเวลา เพราะเรื่องมันผ่านมานานมากแล้ว และเจ้าด่างก็แก่ตายไปหลายปีแล้วด้วย ศพเจ้าด่างถูกฝังอยู่ที่โคนต้นมะพร้าวใกล้ ๆ ขนำพี่ทอง-พี่จิต อันนี้คงต้องไว้เล่าตอนปลาย ๆ แล้ว ตอนนี้จะกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เจ้าด่างถูกงูเห่าฉกเข้าที่ขาอย่างจังก่อน

     ตอนกลางวันไม่มีใครอยู่บ้านกันเลย เจ้าด่างถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่ยามเฝ้าขนำ ขณะที่เพลิน ๆ อยู่ คงเห็นเจ้าอสรพิษกำลังเลื้อยเข้ามาเพื่อขึ้นไปยังกรงไก่ ที่แม่ไก่ไข่ทิ้งไว้ แต่ยังไม่กกฟัก มันจัดการส่งเสียงเห่า และวนเวียนรอบ ๆ งูซึ่งกำลังแผ่แม่เบี้ยอยู่ ผมพอได้ยินเสียงก็ออกไปดูว่าเจ้าด่างเห่าอะไร พอไปถึง ก็เห็นซากงูกำลังขดตัวที่คอโดนเขี้ยวเจ้าด่างเป็นแผลแทบขาดจากตัว ส่วนเจ้าด่างก็ร้องครางเข้ามาหาผม พร้อม ๆ กับทรุดงวบลงในขณะที่เดินยังไม่ทันถึงกัน ผมรีบวิ่งไปดูเจ้าด่าง ด้วยแน่ใจว่าอสรพิษร้ายคงสิ้นฤทธิ์แล้ว

     เจ้าด่างพยายามยื่นขาหลังด้านซ้ายให้ผมดู ก็พบกับรอยเขี้ยว ผมแน่ใจในทันทีว่าเจ้าด่างโดนเข้าให้แล้ว จึงเอาเชือกกล้วยขันชะเนาะรัดเหนือแผลไว้ให้ สังเกตได้ว่าเจ้าด่างพยายามใช้ลิ้นเป็นปานของมันพยายามจะเลียแผลให้ได้ ผมจึงได้ช่วยโดยพยุงมันนอนที่ข้างแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน และจัดให้มันเลียแผลให้ถึง ด้วยเชื่อว่ามันต้องมีอะไรดีสักอย่างแน่ ไม่งั้นไม่คงไม่พยายามที่จะทำ มือผมลูบที่โดนขาให้มัน พร้อม ๆ กับการคลายชะเนาะเป็นครั้งคราว

     สักพักพี่ทองก็มาถึงตามด้วยพี่จิต เพราะสังหรณ์ใจคิดถึงเจ้าด่าง ทันทีที่มาถึง ผมก็เล่าให้ฟัง พี่จิตร้องให้เสียยกใหญ่ พี่ทองก็ไปหลังบ้าน ตำสมุนไพรมาพอกมาให้มัน แต่สักพัก เจ้าด่างมันก็พยายามเลียแผลจนสมุนไพรหลุดออกหมด เราตกลงกันว่าต้องให้มันเลีย ผ่านไปสัก 2 ชม. เจ้าด่างค่อย ๆ นิ่งไป เราพยายามไม่ให้มันหลับตามความเชื่อของเรา แต่ก็ห้ามไม่ได้ เมื่อมันหลับไปแล้ว พี่ทองก็จัดการพอกสมุนไพรให้ใหม่ อีกพักใหญ่ ๆ เราก็ค่อย ๆ คลายชะเนาะออก ตอนนี้เราเห็นขามันบวมมาก คืนนั้นผม พี่ทอง และพี่จิต เราเฝ้าเจ้าด่างโดยไม่มีใครยอมนอน เรามองเห็นแต่หน้าท้องที่ยังขยับ เราไม่เห็นการเคลื่อนไหวอื่นเลย สิ่งเดียวที่บอกว่าเจ้าด่างยังอยู่และกำลังต่อสู้กับพิษอยู่ ผมนั่งลูบเจ้าด่างอยู่ตลอดเวลา เผื่อว่ามันจะได้รู้ว่า มันไม่โดดเดี่ยวเลยในยามนี้

     เช้า ๆ เราได้ยินเสียงครางอิ้ง ๆ เบา ๆ ของเจ้าด่าง ทุกคนเริ่มยิ้ม พี่ทองกอดกับพี่จิต (อีกแล้ว) พี่จิตร้องให้ไปยิ้มไป ก่อนจะมาลูบตัวเจ้าด่าง มันพยายามที่จะยกขาให้เราดู หน้าเจ้าด่างเศร้ามาก คงเจ็บปวดมาก น้ำตามันไหลเป็นรอยเล็ก ๆ เราเพิ่งสังเกตได้ เมื่อพี่จิตเอาน้ำหม้อ (น้ำข้าวที่หุงข้าวแบบเช็ดน้ำ) ปรุงรสนิดหน่อย มาให้มันเล็มเลีย มันเลียได้นิดนึง ก็ตามด้วยการเล็มเลียน้ำเปล่า ๆ ก่อนที่จะนอนมองหน้าพวกเราแบบสลับสายตาไปมา พี่ทองไปเปลี่ยนยาพอกให้มันใหม่ แกเปลี่ยนทุก 4 ชม. โดยประมาณ ผมก็ไม่ทราบในตอนนั้นว่าเป็นยาอะไร

     อีก  2 วันต่อมา เจ้าด่างเริ่มชันตัวและลุกเดินกระเผลก ๆ ได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะเอาขาข้างที่โดนงูกัด มาเกย ๆ ผม ยามเมื่อไปนั่งใกล้ ๆ ผมพบว่าเขาต้องการให้ลูบให้เขา ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 7 วัน เท่านั้น เราแทบไม่รู้เลยว่าเจ้าด่างเพิ่งโดนงูกัด เจ้าด่างเป็นกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม เพียงแต่ยังไม่ค่อยวิ่งหยอกกัน รางวัลที่เจ้าด่างได้รับตอนหายปกติแล้วคือ ไก่อบฟาง ที่พี่ทองจัดการให้ โดยไก่ 1 ตัวเป็นของเรา 3 คน 1 ตัว เป็นของเจ้าด่างตัวเดียว (กินแต่สวน ไม่พักปันกับใคร) ครับ

          หากต้องการอ่านทุกตอนก่อนหน้าใช้ป้าย (Tag)  เจ้าด่าง  คลิ้กเข้าไปครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากพ่อ

หมายเลขบันทึก: 42795, เขียน: , แก้ไข, 2015-03-19 08:28:05+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #เรื่องเล่า#พื้นบ้าน#คนดี#คนชายขอบ#สุนัข#เจ้าด่าง

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (10)

  • เรื่องน่ารักมากครับ
  • ผู้ใหญ่(ไม่ใช่กำนัน)เคยบอกว่าหมาที่ลิ้นสีดำ ปานถูกงูกัด เลียแผลแล้วจะไม่ตาย ไม่รู้จริงหรือเปล่า
  • ตอนเด็กๆมีอยู่หนึ่งตัว ชื่อเจ้านิล ลิ้นเป็นสีดำปาน ถูกงูกัดไม่ตายเหมือนกัน เป็นงูจงอางเสียด้วยสิ น่ากลัวมาก
  • ขอบคุณมากครับ

อาจารย์พี่ขจิต

     ตอนหลังมาได้ยิน ก็มีสาเหตุมาจากการคุยกันเรื่องเจ้าด่าง เสียงเขาบอกว่าอย่างนั้นครับ หมาที่ลิ้นเป็นปาน งูกัดเขาจะเลียเอา และหายเองได้ครับ
     เจ้านิลของอาจารย์พี่งูดจงอางกัดไม่ตาย ดีจังเลยนะครับ ตกลงว่ามี 2 กรณีแล้วที่ลิ้นเป็นปานจะต้านพิษงูได้ เริ่มอยากรู้แล้วสิว่าใครเคยได้ยินอย่างนี้บ้างอีกไหม

Vij
เขียนเมื่อ 

เคยได้ยินเหมือนกันค่ะ...แต่ปกติแล้วแมวก็สามารถเลียแผลให้หายได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นปาน ทวดบอกว่า เป็นยาของมันที่ทำให้แผลหายอาจเป็นเพราะน้ำลายหรืออะไรก็ไม่ทราบได้

แต่ที่เห็น ๆ ก็จริงนะ เพราะปาดแผลสด ๆ จะค่อย ๆ หายทุกที...ไม่แน่ใจว่าถ้าคนอกหักเป็นแผลใจ จะให้เจ้าด่างเลียแผลให้จะหายหรือเปล่า...นิ

  • อ่านแล้วน้ำตาไหลค่ะ ในวรรคที่ว่า ผมนั่งลูบเจ้าด่างอยู่ตลอดเวลา เผื่อว่ามันจะได้รู้ว่า มันไม่โดดเดี่ยวเลยในยามนี้
  • นึกถึงเจ้าปุ๊กกุ๋ย สุนัขที่เลี้ยงมาจนอายุได้ 13 ขวบด้วยโรคหัวใจโต วันที่เจ้าปุ๊กกุ๋ย เสียชีวิต คือ 14 ก.พ. (จำได้แม่นเพราะเป็นวันวาเลนไทม์ที่น่าเศร้า) ตอนที่มันรู้ตัวว่าจะเป็นวาระสุดท้ายนั้นเจ้าปุ๊กกุ๋ยได้ส่งเสียงเบา ๆ ทำนองจะบอกว่าจะไปแล้วนั้นดิฉันได้อุ้มเขาไว้ ได้กอดและลูบหัว กระซิบบอกเขาให้ไปดี ความรู้สึกในตอนเหมือนคุณชายขอบค่ะ อยากให้มันได้รู้ว่า มันไม่โดดเดี่ยวเลยในยามนี้ แล้วเจ้าปุ๊กก็จากไปอย่างสงบ

น่าสงสารเนาะ อ่านแล้วคิดถึง  เจ้าโดด หมาธรรมดาตัวนึงที่น้องชายเอามาเลี้ยงเพียงแค่ต้องการหาเรื่องไปจีบสาว ก็เลยไปขอหมาสาวมาเลี้ยง 2 เดือนผ่านไป น้องชายประสบความสำเร็จก็เลยลืมเจ้าโดดไปเลย 

เป็นภาระของกัลยา ที่ต้องรับผิดชอบต่อไป แต่เจ้าโดดน่ารักมาก  ชอบกินไอติมมาก โดยเฉพาะไอติมสายรุ้ง ชอบนั่งรถยนต์ ชอบแอร์เย็นๆ จะไปใหนมาใหนด้วย ต้องได้นั่งรถ

หากวันใหนที่เจ้าของขับมอไซม์ เจ้าโดดจะวิ่งตามจากบ้านที่สามเหลี่ยม มาถึงคณะวิศวะฯ (ประมาณ 3 Km) และมีความสามารถไป-กลับจากบ้าน และที่ทำงานได้เอง อย่างช่ำชอง

แต่ เดี่ยวนี้  เจ้าโดดไม่อยู่แล้ว  หายไปจากบ้านนานแล้ว เนื่องจากกัลยาต้องไปประเมินโครงการสระน้ำในไร่นาที่ภาคเหนือทั้ง 19 จังหวัด ไปนานครึ่งเดือนกลับมาถึงบ้าน เจ้าโดด ก็ไม่อยู่รอซะแล้ว ไม่รู้ไปใหน ถามหากับใคร ตามหาอย่างไร (แม้แต่น้องชายยังไม่สามารถตอบได้) ก็ไม่เจอ

เจ้าโดด ตัวอ้วนๆ สีน้ำตาล ขาไม่แข็งแรง 1 ข้าง แขวนกระดิ่งที่คอ เสียงดังมาก ถ้าวิ่งจะได้ยินมาแต่ไกล หายไปจากบ้านแล้ว ไม่กลับมา

อาจารย์น้อง Vij

     ตกลงเป็นเพราะการเลียใช่ไหมครับ ทั้งหมาและแมว ประเด็นนี้น่าสนใจมากเลยครับ หรือจะเหมือน ๆ กันกับตอนเด็ก ๆ เวลาโดนมีดเหลาดินสอบาดนิ้ว สิ่งแรกเลยคือเราจะเอาเข้าปากห้ามเลือด และก็ไม่เคยเห็นจะต้องติดพลาสเตอร์ด้วย

คุณศุภลักษณ์

     เสียใจด้วยนะครับสำหรับเจ้าปุ๊กกุ๋ย
     ไม่ว่าคนหรือสัตว์ในช่วงนาทีชีวิตเป็น/ตาย จะต้องการการอยู่ใกล้ ๆ คนรัก คนที่เขารักครับ
     ผมได้รับประสบการณ์จากคนไข้เอดส์บอกความต้องการก่อนสิ้นใจครับ จึงนำมา ลปรร.กันไว้

Vij
เขียนเมื่อ 

ตอนเป็นเด็กที่บ้าน จ.สงขลา เลี้ยงสุนัขชื่อ "โจ้" พันธุ์ไทยแท้ สีน้ำตาล เป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์มาก รู้จักที่จะฟังภาษาคนมันเรียนรู้ได้เร็วมาก มันรักเจ้านายทุกคนในบ้านเลยค่ะ จำได้ว่า มีอยู่ครั้งนึงที่ครอบครัวต้องย้ายมาอยู่ที่ จ.ยะลา แล้วเอา "โจ้" ไปฝากไว้กับคนข้างบ้านให้ช่วยเลี้ยงดู เจอภาพที่ประทับใจ คือ พอครอบครัวเราขึ้นรถจะเดินทาง "โจ้" วิ่งไล่หลังตามรถมา วิ่งมาไกลมาก ๆ มันไม่ยอมหยุด จนกระทั่งขึ้นถนนเอเชียจึงเร่งรถให้เร็วขึ้น มันไล่ตามไม่ทันจึงยอมจากไป ทุกคนในบ้านรักมันมากและยังพูดถึงมันตลอด ทุกคนคิด...ถ้าตอนนั้นเราหยุดรถแล้วพามันไปด้วยมันคงดีใจมาก แต่มาคิดอีกทีทำไมพวกเราใจดำกับโจ้จัง...

พอครั้นปิดเทอมได้มีโอกาสกลับมาบ้าน จ.สงขลา เชื่อใหมค่ะว่า "โจ้" ยังจำเจ้านายทุกคนของมันได้ มันดีใจอย่างสุด ๆ วิ่งจากบ้านคนที่ฝากเลี้ยง และไม่ยอมกลับไปอีกเลย คนเลี้ยงบอกว่ามันมักจะมาเฝ้าคอยอยู่ที่บ้านทุกวันจนค่ำ แรก ๆ ข้าวปลามันก็ไม่ยอมกิน มันผอมลงมาก สงสารมันจังค่ะ

 "โจ้" ตายเพราะโดนวางยาเบื่อ แต่คนเลี้ยงบอกว่า มันวิ่งไปที่บ้านเดิมร้องเสียงดัง และนอนตายที่หน้าบ้าน บ้านเดิมที่ จ.สงขลา มันคงร้องหาเจ้านายของมัน เชื่อว่ามันคงไม่รักใครนอกจากเจ้านายเก่าที่เลี้ยงมัน ถึงจะมีเจ้านายใหม่แต่ "โจ้" ก็ผูกพันกับพวกเราทุกคนมาก ๆ

ถ้าพูดถึงสุนัขที่เคยเลี้ยงมา ทั้งแม่ พ่อ และพวกเรามักจะพูดถึงแต่โจ้ตัวเดียวที่เรารัก จะพูดถึงความซื่อสัตย์ของมัน ตอนนี้มันคงเกิดใหม่มาเป็น "เจ้าด่าง" ในปัจจุบันแล้วกระมัง แต่ "พวกเรารักโจ้" ค่ะ

คุณกัลยา

     เสียใจด้วยนะครับเรื่องเจ้าโดด เจ้าโดดคงน่ารักน่าชังมาก ๆ ที่พัทลุงผมจะได้ยินบ่อยเหมือนกันที่มีคนประกาศให้รางวัลแก่ผู้ที่พบเห็นหมาของเขาสูญหายไป ใจนึงผมคิดว่าหลงทางนะยาก นอกจากโดนขโมยไป หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุกับเขา
     ผมจำเรื่องเล่าได้ตอนหนึ่งเมื่อคราวอยู่วัดต่ำ (ภูผาภิมุข) ว่ามีหมาโดนรถชน แล้วคนที่พบเขาเอาไปดูแลจนหาย เขาหนีกลับบ้านได้ถูกเมื่อหายเป็นปกติแล้ว และเขาก็จะวนเวียนไปมาระหว่าง 2 บ้านนี้อย่างสม่ำเสมอ แม้จะห่างกันหลายกิโล นี่ก็เป็นความประทับใจที่ผมเคยรับรู้เกี่ยวกับหมาอีกเรื่องหนึ่งครับ

อาจารย์น้อง Vij

     หาก "โจ้" ได้รับรู้ว่าทุกคนยังพูดถึงเขาอยู่ตลอด โจ้าเขาคงซาบซึ้งใจเป็นยิ่งนัก แม้จะโดนทอดทิ้งจากเจ้านาย แต่เจ้านายก็รักนะ ยังพูดถึง เจ้านายคงมีความจำเป็นจริง ๆ ที่เอาไปด้วยไม่ได้
     ดูความซื่อสัตย์ของ "โจ้" แม้ก่อนตาย ยังขอกลับไปตายรัง น่าสงสาร "โจ้" นะ