1. คุณฉัตรลดา Bakery (1) … สิ่งที่คาดหวังไว้ คือ ต้องการมา ลปรร. ต่อยอดจากการที่เราจัดการความรู้มาแล้ว ว่าจะเห็นอะไรเพิ่มเติม และมาพัฒนาต่อตรงนี้ได้ ส่วนที่ 2 คือ เรามีแผนการจัดทำตลาดนัดของศูนย์ ก็เลยรีบเสียบ เพราะว่าตลาดที่ศูนย์ของเราเล็ก กำลังหาคนมาร่วม พอดีกรมจัด ก็คิดว่า ได้ตลาดใหญ่มาก ยิ่งจากกรมธนารักษ์เข้ามาร่วมด้วย ก็ยิ่งชอบเพราะว่าเป็นการขยายเวทีของตลาด นี่ก็คือสิ่งที่คาดมาก่อน ... พอมาถึงแล้วเป็นไปตามความคาดหวังมั๊ย คิดว่าเป็นมากเลย เพราะตอนอยู่ในบูท และพูดให้กับทุกท่านที่มาแลกเปลี่ยนกับเรา เราได้แลกเปลี่ยนกันมาก มีข้อมูลจะไปต่อยอดการทำงานของเราได้เยอะ ได้รู้กลุ่มที่มาแลกเปลี่ยนกับเราด้วยว่า เขาทำอะไร ไปถึงไหน และก็จะไปเชื่อมตรงนี้ และพัฒนาต่อตรงนี้กันยังไง ในฐานะของการพัฒนาเครือข่าย ... สิ่งที่ยังไม่ได้เป็นไปตามคาดหวัง โดยส่วนตัวคิดว่า อยากเห็นรูปแบบจัดตลาดนัดให้มันเร้าใจกว่านี้ ให้มันตื่นเต้น ออกมาในแนวใหม่ๆ เช่น ความรู้ออกมาเล่าเป็นเรื่องหนัง เรื่องละคร talk show … และสิ่งที่นำไปพัฒนาต่อก็ได้ และประเด็นจากท่านที่มาแลกเปลี่ยนกับเรา เช่น ทำยังไงเครือข่ายจึงจะยั่งยืน
  2. บูท 7 ส่งเสริมสุขภาพ กับสำนักฯ ... วัฒนธรรมองค์กรของสำนัก จะไม่ค่อยอยู่ติดที่ทำงาน เรารู้กันดีว่า สัปดาห์ที่แล้วเราจะมีการออกตลาด ก็เตรียมการกันเมื่อวันพฤหัสที่แล้ว ทุกอย่างเลยต้องใช้วิธีทั้งสกัด ทุบ เคาะ ขุด เพื่อให้ได้ KM ที่เกิดขึ้นในสำนักฯ ออกมา ก็ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน สกัดแล้วเราจะนำเสนออย่างไรภายใต้เวลาที่กำหนด ก็ประชุมกัน และสรุปมาแสดงดังที่ท่านได้เห็น ดิฉันรับผิดชอบเรื่องเวปไซต์ คิดว่าอันนี้เอา KM มาขายได้แล้ว เพราะเราทำ และพัฒนาเวปแล้ว ต้องอาศัยเครือข่ายคือท่าน ที่เข้าไปใช้บ่อยๆ ช่วยถาม ช่วยตอบ เรื่องการทำเอกสาร ทุกคนก็เตรียมเอกสาร วันศุกร์ต้องได้ต้นแบบออกมาให้ฝ่ายผลิต ฝ่ายผลิตก็ผลิตโปสเตอร์ที่เราเห็น ก็อาศัยเครือข่ายในการทำงานที่ได้ผลผลิตออกมา แต่ที่เป็นแฟ้มงาน Portfolio ทำกันเป็นระบบมีการเก็บรวบรวมอยู่แล้ว ดิฉันก็เลยใช้เวลาเตรียม 2 ชั่วโมงเมื่อวานนี้ เพื่อให้ได้เห็นภาพรวมทั้งหมด สิ่งที่เราอยากถ่ายทอดออกมาทั้งหมด
  3. ดร.พัชรินทร์ กลุ่มพัฒนาทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ ... บูทสร้างเครือข่ายพันธมิตร เราคิดว่า จุดเด่นขององค์กรเรามุ่งเน้นว่า เราจะต้องอยู่รอด หมายความว่าเราต้องปรับบทบาทตัวเอง ก็มาคิดว่า การสร้างพันธมิตรเครือข่ายดีที่สุด วิธีการสร้างนี้ หลังจากที่ทุกคนได้ชม และมีเสียงออกมาว่า บูทนี้ทำยากที่สุด ก็คิดว่า ในกระบวนการทำงานของนักวิชาการ ในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ ท่านต้องคิดให้เป็นระบบ และต้องต่องานที่เป็นสิ่งใหม่ๆ ความก้าวหน้าที่ต้องทำ ตัวอย่างที่เราทำคือ ความคิดของนักวิชาการจากศูนย์ต่างๆ ของกรมที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ทำงานที่เขต 10 และภาคเหนือตอนบน และเทคนิคที่เราทำ ทำให้เครือข่ายมีส่วนร่วมกัน คือ คิดถึงอนาคต 10 ปีข้างหน้า
  4. ทพ.ก้องเกียรติ ศูนย์อนามัยที่ 8 นครสวรรค์ ... ศูนย์ทำ KM ค่อนข้างเยอะ แต่การที่จะมารวบรวมเป็นเอกสาร ในส่วนของ KA ยังมีน้อย ก็ได้รับความรู้มากขึ้น ก็อาจต้องไปทำให้มากขึ้น

Shot 5 : นพ.สมศักดิ์ ... มี 2 ประเด็นที่ผมขอแลกเปลี่ยน ที่ Bakery (1) พูดว่า ได้โอกาสต้องมาขายของ คือ สิ่งที่เรียกว่า ความสำคัญของ KA – Knowledge assets และสิ่งที่เรียกว่า วิธีคิดเชิง Marketing ผมเองพูดอยู่เรื่อยๆ เวลาใครมาถามว่า จัดการความรู้คืออะไร ผมก็จะบอกว่า ทำยังไงก็ได้ที่ให้ความรู้มันไหลเวียน ทำให้สิ่งแวดล้อมในองค์กรเกิดการ ลปรร. ที่บอกว่าความรู้ไหลเวียน ผมก็จะบอกว่า มี 2 องค์ประกอบที่สำคัญมากเลย คือ 1) ความรู้ต้องอยู่ในรูปที่ไหลเวียนได้ 2) ต้องมีกระบวนการที่ทำให้มันไหลเวียน เพราะฉะนั้นความรู้ที่จะไหลเวียนนั้น ที่เรามีมักจะอยู่ในรูป documents ในรูปแบบอะไรก็ได้ ผมยังชอบแซวว่า ถ้าพวกเราไม่ชอบเขียนกัน แต่พูดเยอะ เดี๋ยวนี้ mp3 ก็ถูกมาก ก็บันทึกเลย digital ก็เพียงแต่ transfer ไฟล์ upload ให้ฟังกัน แต่ยังไงก็ไหลเวียนยาก คนฟังก็อาจฟังลำบากหน่อยเพราะว่ามันยาว ถ้าอ่านก็คงง่ายกว่า

เรื่อง marketing ก็คือ การจะทำความรู้ให้ดี ก็ต้องการ concern เรื่องการตลาด เพราะว่าการที่เราจะถามว่า ความรู้นี้มันยังไง ก็ต้อง Show off แล้วค่อยกลับมาเรื่อง IT พอมี IT มันก็ง่ายขึ้นเยอะ เพราะว่าเราก็เคยพิมพ์เป็นเล่ม ก็ต้องใช้ตังค์ ไม่ก็โรเนียว เดี๋ยวนี้ไม่ต้องพิมพ์ก็ได้ computer ก็ดูได้ทันใจ จะประหยัดได้เยอะ ความรู้ก็จะไหลเวียนได้ ข้อไม่ดีของ IT คือคนไม่ได้เข้าทุกคน แต่ว่าองค์กรสมัยใหม่ ก็จะมีการเข้าสู่ IT ได้ไวมาก ถ้าอยากจะคว้าจริง ไม่ก็ยัดเยียดผ่าน email เข้าไปเลย ก็มีหลายวิธี รวมทั้งไป promote ด้วยการแจกรางวัล แข่งขัน ทดสอบ ชิงรางวัล ตอบคำถาม ก็ว่าไปเรื่อยๆ อันนี้ก็เป็น marketing ที่เราอาจจะนำไปกระตุ้นได้ด้วย ก็เป็นบรรยากาศในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี

มีคนไปเข้า blog GotoKnow ของ สคส. ก็ไปฝอยกันเยอะ ผมเห็นคนที่ไปเข้า GotoKnow ผมเห็น 2 อย่าง 1) คุณวีรยุทธพูดเมื่อเช้าว่า ตัวเองได้อะไรดีดีมา ก็กลัวลืม บันทึกไว้ อย่างน้อยๆ ก็ดีกับตัวเอง อย่างที่ 2) เป็นเรื่องที่เขาอยากบอก เขาอยากแบ่งปัน คุณศรีวิภา ไปอ่านตำรามา เทียบกับตัวเอง ก็เขียนบล็อค ว่าตีความตำราว่ายังไงจากประสบการณ์ และเขียนบล็อกเพื่อให้คนไปอ่าน และก็คงอยากได้รับความรู้ด้วย เวลาไปอ่านก็จะเห็นว่า เขามีลักษณะของ Social marketing เพื่อให้สังคมได้ประโยชน์จากความรู้