วันหยุดยาวสามวันที่ผ่านไปได้มีโอกาสเดินทางไป ร่วมทริปสุขใจ ครั้งนี้ในตำแหน่งพนักงานขับรถ พร้อมกับสมาชิก รวม 5 คน ออกเดินทางจากจังหวัดอยุธยา ประมาณ สี่โมงเย็น เป็นวันพฤหัสที่ 17 ก่อนวันหยุดมาฆะบูชา มุ่งหน้าสู่จังหวัดลำพูน โดยตั้งใจว่าจะค้างกันที่จังหวัดลำพูน

        พักค้างแรมกันที่คุ้มเจ้าจอมแก้ว อยู่กลางเมืองลำพูน บรรยากาศเก่าๆ วังเวงดี แต่ก็หลับสบายคงเพราะเหนื่อย

เริ่มต้นการเดินทางวันใหม่

        วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลาง เมืองลำพูน

 

        วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เดิมชื่อ วัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทอง ตั้งอยู่ถนนเชียงใหม่ - ฮอด หมู่ 2 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 58 กิโลเมตร วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 บริเวณที่ตั้ง เป็นเนินดินสูง ประมาณ 10 เมตร เรียกกันมาตั้งแต่อดีตว่า ดอยจอมทอง ตามประวัติสันนิษฐานว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 20 แต่จากลักษณะทางศิลปกรรมของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในวัด ปรากฏเป็นลักษณะของศิลปกรรม ในสมัยหลัง พุทธศตวรรษที่ 24 ซึ่งเป็นห้วงระยะเวลาของยุคฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่

 

พิพิธภัณฑ์ผ้าป้าดา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการออกแบบภูมิทัศน์ในลักษณะของสวนไผ่ โดยปลูกไผ่เรียงเป็นแนวนับจากทางเข้าจนถึงพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ เป็นการสื่อถึงชื่อสถานที่ตั้งคือ "บ้านไร่ไผ่งาม"

 

      และก็มาถึง พระพุทธบาทสี่รอย ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งใจหมายมั่นมาในครั้งนี้ หนทางแสนลำบาก ทางคดเคี้ยว และแคบ ตั้งใจขับมาก แล้วก็มาถึง

 

          ออกเดินต่อสู่ ปาย หนทางยังอีกไกล ต้องใช้กำลังใจอีกเยอะ 555 หลายโค้งมาก โค้งไป โค้งมา ระหว่างทางก่อนถึงปาย แวะชมธรรมชาติที่ กองแลน หรือ Pai Canyon แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นบริเวณที่ผืนดินที่ถูกกัดเซาะลงไป เกิดเป็นหน้าผาชัน

 

       ออกเดินทางต่ออีกไม่กี่กิโล ก็มาถึง ปาย แล้ว จ้า  แต่ต้องมาเจอว่าไฟดับทั้งเมือง เพราะเสาไฟล้ม ทางมาปาย ก็เลยต้องรีบหาที่พักก่อนที่ฟ้าจะมืด

 

      ถึงไฟจะดับแต่ก็ยังสู้ ออกมาเดินเที่ยว ถนนคนเดิน แยกปายหนาว ก็ได้บรรยากาศอีกแบบ

 

ปิดท้ายอาหารค่ำ มื้อนี้ที่ปายยามไฟดับ

 

**จบวันที่หนึ่งของการเดินทาง**