เฝ้ารอ รอ และ รอ เพื่อซบหน้า ปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อ กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ ไม่เห็นใคร นอกจากน้องที่เฝ้ารอ

     ผมบันทึกเหตุการณ์ไว้ในวันหนึ่งเมื่อไปหาเจ้าด่าง ที่ขนำ (บ้านน้อย) ของพี่ทอง-พี่จิต กลับพบบ้านเงียบผิดปกติ จึงเรียก 2 - 3 ครั้ง ไม่มีใครขาน ก็ได้ขึ้นไปดูเห็นพี่ทองนั่งอยู่คนเดียวที่มุมขนำ สีหน้าไม่สู้ดีนัก ออกไปทางเศร้าสร้อยมากกว่า พี่ถามหาพี่จิต ก็ทราบว่ากลับไปบ้านตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เย็นแล้วยังไม่กลับมา จริง ๆ พี่ทองก็กลับบ้านพี่ทองไปด้วย ออกไปพร้อมกัน แยกย้ายกันกลับบ้านตัวเอง แต่พี่ทองกลับมาก่อน ผมบันทึกไว้ดังนี้...

นั่งซุกตัวเงียบ ๆ อยู่ในมุมบ้าน
บ้านหลังน้อย ๆ ที่เฝ้าคอย
อยากบอกว่าค่ำคืนนี้ เหงาใจจัง
เมื่อกลางวันมีหลายสิ่งประดังเข้ามา

เลือกที่จะรีบกลับบ้าน
เพื่อลืมความทุกข์โศก
แต่กลับเงียบเหงา
น้องไม่ได้กลับมา อย่างที่จินตนาการไว้

เฝ้ารอ รอ และ รอ
เพื่อซบหน้า
ปาดน้ำตาที่ไหลเอ่อ
กับเสื้อผ้าที่สวมใส่
ไม่เห็นใคร นอกจากน้องที่เฝ้ารอ

คนดีจ๋า วันนี้จะทิ้งไปแล้วเหรอครับ
วันนี้หมดแรงต่อสู้ชีวิตแล้วจริง ๆ
ทุก ๆ สิ่ง ประดังเข้ามามากเหลือเกิน
มีแต่งานและงานเท่านั้นที่จะพยุงกลับ

     วันนั้นผมกลับออกไปตลาด เพื่อซื้อหาอะไร ๆ มาให้พี่ทอง และเจ้าด่างได้กินไปก่อน เชื่อไหม เจ้าด่างที่ไม่ได้กินอะไรมาเลยตลอดทั้งวัน กลับไม่แตะคอไก่ ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นมาดู ทั้ง ๆ ที่กลิ่นคอไก่ทอดหอมมาก จนผมไปบอกพี่ทอง พี่ทองก็ลงมานั่งทานอะไรกับผมที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน เจ้าด่างจึงได้กินคอไก่กับข้าวสวยที่ผมซื้อใส่ถุงแยกมาด้วย น่าประทับใจจริง ๆ ประมาณว่าหากเจ้านายไม่สบายใจ ข้าฯ ก็ไม่สบายใจ อดก็อดด้วยกันแหละว้า!

     พอมุ่งมิ่ง (พลบค่ำ) พี่จิตก็นั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างกลับเข้ามา ผมเห็นเขากอดกัน จึงลากลับบ้าน เจ้าด่างเดินมาส่ง ถึงครึ่งทางก็เลยไล่ให้กลับ มันไม่ค่อยอยากกลับสักเท่าไหร่ สงสัยไม่อยากเห็นภาพบาดตามากกว่า...นิ

          หากต้องการอ่านทุกตอนก่อนหน้าใช้ป้าย (Tag) เจ้าด่าง คลิ้กเข้าไปครับ