JJ2011V02_27 ทำไม KM จึงไม่สามารถเติมเต็มงานประจำ

JJ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

KM ไม่เติมเต็มงานประจำ

 วันนี้ไปออกตรวจร่างกายที่ตึก สว เป็นครั้งที่ ๓ สามารถจัดการกับตัวเองได้ดีขึ้น สามารถรายงานผลได้แบบทันที เพราะมีโปรแกรมตัวช่วยที่ใช้คล่องขึ้น และ มีทีมงานช่วยเป็นอย่างดี เรียกว่าน่าจะเข้าที่เข้าทาง

 สรุปบริการได้ ๒๐ ท่าน เริ่มตั้งแต่ ๐๘๓๐-๑๐๓๐ มีความผิดปกติ คือ นิ่วในถุงน้ำดี ๑ ท่าน มีก้อนเนื้องอกชนิดไม่อันตรายในตับหนึ่งท่าน และ มีรอยโรคของโรคปอดหนึ่งท่าน แถมมีกระดูกซี่โครงหักเก่าดั้งเดิม ๒ ท่าน อ้อมีไขมันแทรกในตับ ๒ ท่าน

 จากการสอบถามมีเพียงหนึ่งรายที่มีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง

 ผู้ชายเกือบทุกท่านจะทานเหล้า แต่บุหรี่ส่วนใหญ่เลิกเกือบหมดแล้ว มีหนึ่งท่านที่เข้ามาพร้อมกลิ่นบุหรี่ครับ

 ตรวจร่างกายไป ฟังเพลงไป อ่านเมล์ เขียนBlog ไปเห็นประเด็นของ พี่ติ๋วน่าสนใจครับ

 ท่านตั้งกระทู้ว่า "ทำไม KM ไม่เติมเต็มงานประจำ"

 ขอมา Share and Learn ที่นี่ก็แล้วกัน

 ๑. เพราะมัวแต่ไล่ล่างับจับกะปิ หรือ KPI (พระท่านว่า) กว่าตั้งใจจะสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผู้บริหาร ตั้งรองๆ และ ผู้ช่วย เพื่อให้ครอบคลุม KPI ไม่ได้ตั้ง เพื่อช่วยกันบริหารให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กรเจ้าของ

 ๒. หลายๆท่านไม่เข้าใจ KM ธรรมชาติ ที่เรา "ไม่ได้ทำ KM" แต่เราเติมเต็มงานประจำโดยใช้ KM เป็นเครื่องมือ และ ยังมีเครื่องมือ อีกหลากหลาย ที่ช่วยเสริม KM เช่น การถอดบทเรียน การลิขิต การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้

 ๓. ประเด็นสุดท้ายเราไม่ได้ใส่ใจกับงานตามบริบทจริงๆ เพราะเรามัวแต่หมกมุ่นกับงานบางเรื่อง มากกว่า สร้างกระบวนการเรียนรู้ ที่จะสร้าง Successor รุ่นใหม่ แทนคนเก่าที่กำลังจะหมดแรง

 เรียนเชิญ "แลกเปลี่ยนประสบการณ์" ครับ

JJ2011 ร่วมพลีร่วมพัฒนา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จากใจของJJ ฮาเฮ ร่วมสร้างสรรค์



ความเห็น (13)

ลูกพ่อศักดิ์พงศ์ หลานพ่อครูบา
IP: xxx.172.199.254
เขียนเมื่อ 

เป็นมนุษย์ต้องรู้จักความลับสุดยอดของมนุษย์ ค้นคำตอบได้ที่(โรงเรียนที่ถูกประเทศไทยลืม) บ้านปากบุ่ง ตำบลสะอาด อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด

คำเด็ดประจำวันค่ะ 

กะปิ หรือ KPI

แลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับอาจารย์ ผมเพิ่มเติมประเด็น  "ทำไม KM ไม่เติมเต็มงานประจำ" จากประสบการณ์ที่เจอมานะครับ

๑) เกิดจากการ "กลัว" ครับ กลัวการเปลี่ยนแปลงครับ เพราะมี Mental Model ที่ไม่ดีจากระบบต่างๆ ที่องค์กรยัดเยียดให้ พอนำ KM เข้ามาก็ตั้งกำแพงรอไว้อยู่แล้วครับ เพราะกลัวว่าตัวเองจะต้องมีงานอะไรเพิ่มอีก

๒) หลายเรื่องยังไม่ถูกกับจริตของคนไทย เช่น การแบ่งปันความรู้ การมานั่งคุยกันแบบมีสาระ การเขียน การทำงานร่วมกัน ฯล พูดง่ายๆ คือวัฒนธรรมแบบ KM วัฒนธรรมเหล่านี้องค์กรไทยไม่ค่อยได้ปลูกฝังเท่าไหร่ KPI ส่วนใหญ่ก็มุ่งให้แข่งขันกันเองมากกว่า

ก็ประมาณนี้นะครับ

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านลูกพ่อเม็กดำ หากมีโชคและวาสนา คงได้เยี่ยม รร ที่ โลก ลืม ครับ โชคดียังมี เนท ให้ใช้ ครับ

เขียนเมื่อ 

เรียน ท่านอาจารย์ ดร.จัน คู่ ชัย เก็บมาจาก หลวงพี่ ในงาน SPA อะท่าน

เขียนเมื่อ 

เรียน ท่านคิดคม ขอบพระคุณครับ

  • เพราะเวลาไม่เอื้ออำนวยค่ะ ท่านอาจารย์
  • มี "คนตามงาน" มากกว่า "คนทำงาน" ค่ะ อิอิ

ผู้นำสำคัญมากค่ะอาจารย์

ปล. นำบทสัมภาษณ์ของ อ. จากงาน NKM มาฝากค่ะ http://gotoknow.org/blog/hci/427530

เขียนเมื่อ 

เรียน ท่าน อ.นน คนตามงาน เพราะ เห็นชอบมอบรอง เห็นด้วยผู้ช่วยทำ เลยไล่ล่า หาให้ครบ เติมให้เต็ม ส่งให้ทัน นิ

เขียนเมื่อ 

เรียนท่าน อาจารย์ ดร.จัน คู่ชัย กราบงามงาม ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ผมว่าส่วนหนึ่งคือ หัวข้อเคเอ็มที่ทำไม่ได้เกิดจากการคิดร่วมกัน"บ่งชี้"ของคนทำงานครับ เพราะหากเราเริ่มจากหัวข้อที่ทุกคนเห็นควรต้องทำร่วมกัน ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำได้...เพราะอย่างน้อยๆคือ ทุกคนได้เอาไปใช้ประโยชน์กับงานประจำครับผม....

[[ddlink]]
IP: xxx.66.90.175
เขียนเมื่อ 

Lady Duetto Specifications movement Clocks foreign trade accounting for

ขอบคุณค่ะ..ที่เห็นๆอยู่คือคนทำงานส่วนใหญ่ ขาดจิตสำนึกในการแบ่งปันความรู้..แม้จะมีการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ดี