คิดถึง ”หนังขายยา”
เมื่อมีเวลาว่าง…ได้นึกย้อนอดีตเมื่อไร “หนังขายยา” จะเป็นเรื่องที่ฉันคิดถึงเสมอ เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขทั้งในสมัยเด็ก และแม้แต่เวลานี้
หนังขายยา(การฉายภาพยนตร์กลางแจ้งส่วนใหญ่จะฉายที่ลานวัด) จะเป็นการนำหนังมาฉายโดยไม่เก็บเงินส่วนใหญ่จะฉายเรื่องเดียว แล้วหยุดประกาศขายยา เป็นช่วงๆ 2- 3 ครั้ง หนังสมัยนั้นจะมีดาราคู่ขวัญ เช่น มิตร ชัยบัญชา- เพชรา เชาวราษฎร์, สมบัติ เมทะนี– อรัญญา นามวงศ์, ภาวนา ชนะจิตร-ยอดชาย เมฆสุวรรณ
ถ้าวันไหนมีหนังมาฉาย จะมีรถประกาศรอบหมู่บ้านให้รู้ก่อน สักประมาณ 3- 4 โมงเย็น เพื่อให้เตรียมตัวไปดูหนังและเตรียมเงินไปซื้อยา ถ้าเป็นวันธรรมดาที่ฉันไปโรงเรียน ก็ไม่อยากจะเรียนแล้ว อยากมาดูหนัง เพราะเมื่อ 40 ปีก่อน หมู่บ้านฉันไม่มีไฟฟ้า ไม่มีโทรทัศน์ให้ดูหรอก
ที่วัดประจำหมู่บ้านของฉัน เป็นสถานที่สำหรับฉายหนังขายยาโดยเฉพาะ หนังมาทีไรมาฉายที่วัดนี้ทุกที
ที่วัดจะมีลานดินโล่งกว้างอยู่ตรงกลาง มีโบสถ์ กุฎิ หอระฆัง โรงลิเก เรียงรายอยู่รอบ ๆ ด้านข้างถัดจากโรงลิเกมีสระน้ำลึกและกว้างมาก น้ำในสระ ใสสะอาด เต็มไปด้วยบัวหลวงสีชมพู แซมประปรายด้วยบัวผันสีขาว ชมพู และเหลือง ผู้ใหญ่บอกว่าในสระมีสัตว์น้ำมากมาย ตั้งแต่กุ้งฝอย หอย ปู ปลา เต่า ตะพาบ และที่น่ากลัวยังมีงู นางเงือก และพรายน้ำอยู่ในสระด้วย ห้ามเด็กๆ ลงเล่นน้ำในสระเด็ดขาด น้ำในสระมีไว้สำหรับตักไปใส่ตุ่มที่บ้านเพื่อใช้ในครัวเรือนทุกอย่าง ทั้งอาบ กิน รดต้นไม้ ซักล้าง ประกอบอาหาร และรอบๆ สระน้ำจะมีแปลงผักที่พวกเรามาปลูกไว้ เช่น ต้นหอม กระเทียมผักชี ผักกาด คะน้า นอกจากนั้นในวัดยังมีไม้ดอกไม้ผลปลูกไว้หลายต้น เพื่อให้สวยงามและอาศัยร่มเงา เช่น ขนุน มะม่วง แต่มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับฉันและเพื่อนมาก นั่นก็คือต้นโพธิ์ที่อยู่ท้ายสระน้ำ
ต้นโพธิ์ในวัดของเรามีต้นเดียว แต่ตั้งต้นสูงตระหง่านแผ่กิ่งก้านใหญ่โต บ่งบอกถึงอายุ ที่บอกว่าต้นโพธิ์ต้นนี้มีความสำคัญกับฉันก็เพราะว่าพวกเรา (ฉันกับเพื่อน ๆ ร่วมรุ่น 5 – 6 คน ที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆกัน) จะถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ โดยไม่บอกใคร แต่พวกเราถือว่าทำเพื่อทุกคนในหมู่บ้าน เรียกว่าปิดทองหลังพระนั่นแหละ คือเมื่อมีรถมาประกาศจะฉายหนังขายยา ก่อนเวลาหนังฉายพวกเราก็จะรวมตัวกัน(ไม่ให้คนอื่นรู้)ไปนั่งพับเพียบเรียบร้อย ไหว้ต้นโพธิ์และบอกว่าขออย่าให้ฝน ขออย่าให้เกิดเรื่องที่ไม่ดี และขอให้หนังฉายจนจบเรื่อง
จากนั้นพวกเราก็จะพากันไปที่ลานวัด ไปดูว่าหนังตั้งจอแล้วหรือยัง ถ้ายัง….พวกเราจะไม่ไปไหน จะวิ่งเล่นไล่จับ กระโดดหนังยาง ฝุ่นตลบอยู่แถวนั้น ถ้าหนังตั้งจอเมื่อไร พวกเราก็จะวิ่งกรูกันไปจองที่ที่จะปูเสื่อเพื่อนั่งดูหนัง ใครมาก่อนก็จะได้ทำเลดีกว่า ได้ดูหนังชัดในระยะที่เหมาะกับสายตามากกว่า การจองที่ดูหนัง สมัยนั้นเราไม่ต้องหอบเสื่อไปปูไว้ก่อน เพียงแค่เราใช้ไม้หรือปลายเท้าขีดลงบนพื้นดินก็เป็นการจองที่ที่ไม่มีใครมาละเมิดสิทธิ์เราเลย จากนั้นเราก็จะกลับบ้าน ไปอาบน้ำ กินข้าว ทำกิจวัตรประจำวันในตอนเย็น พอถึงเวลาพลบค่ำ ตะวันตกดิน พวกเราก็ทยอยกันแบกเสื่อมาครอบครัวละผืน แล้วก็มาปูในที่ที่เราขีดเส้นไว้ ฉันไม่เคยเห็นใครทะเลาะกัน แย่งกันปูเสื่อดูหนังเลย บางคนมาขีดเส้นจองไว้แล้วไม่ได้มา จะเป็นเพราะสาเหตุอะไรก็ตาม ก็จะเห็นพื้นดินที่จองไว้ตรงนั้น ว่างเปล่าไม่มีใครมานั่ง จนหนังเลิกฉาย
สิ่งที่เล่ามาข้างต้นเป็นความจริงที่ฉันไม่เคยลืม ฉันเคยพูดคุยกับเพื่อน ๆ และน้อง ๆ หลายครั้งว่า ทำไมเมื่อก่อนเด็กๆ ถึงเป็นคนที่เคารพกฎกติกาของสังคมได้ดีขนาดนั้น
“หนังขายยา”นอกจากจะทำให้ฉันนึกถึงความสุข ความสนุกสนานในวัยเด็กแล้ว เรื่องของการขีดเส้นลงบนพื้นดินเพื่อจองที่ ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้”หนังขายยา” เป็นเรื่องของความรู้สึกดีๆ ที่อยู่ในในฉันมาตลอด
…………………………………………………………………………………..
อัมพร ทานประสิทธิ์
20 กุมภาพันธ์ 2554
ดีใจที่ได้อ่านคนชอบหนัง
เมื่อก่อนเคยออกฉายหนังให้สาธารณสุข รณรงค์ การใช้ส้วม อันตรายจากพยาธิ
มาชวนไปอ่านคนชอบหนังในบันทึกนี้ http://gotoknow.org/blog/bangheem/413591 ชุดบันทึกจดหมายจากนายฉิมพลี ประมาณปี 2521
คิดถึงตอนวัยเด็กค่ะ
หนังฉายขายยา เป็นสิ่งที่สร้างความตื่นเต้นสุด ๆ ให้กับเด็ก ๆ ณ เวลานั้น
วันใดมีรถมาประกาศว่ามีหนังฉายขายยาหล่ะก็ สนุกกกกกกก กันใหญ่
ขอบพระคุณที่ทำให้หวนคิดถึงวันเก่า ๆ ในวัยเด็กค่ะ
สวัสดีครับ
เป็นบันทึกที่ผมโหยหาสำหรับบันทึกแรกของวันนี้
ผมเกิดทัน ยุคหนังกลางแจ้ง ดูหนังจนสว่าง
"ซอดแจ้ง" ไปทั้งกับเตี่ยและแม่ พอโตประมาณประถม ก็ไปกับเพื่อน ๆ
เอาเสื่อไป นอนบ้าง กินขนม ผัดหมี่ ส้มตำ ดูหนังบ้าง
ตอนเด็ก ผมอยากเป็นคนที่มาฉายหนังกลางแปลง
คนอะไรเก่งจัง ตั้งจอ ประชาสัมพันธ์รอบบ้าน และพากษ์หนัง และขายยา
และตอนเด็ก ๆ ผมอยากเป็น "บรู๊ดลี" มากครับ
แค่คิดถึงก็มีความสุขจังครับ
คุณครูเขียนบันทึกได้น่าอยากมากครับ
อย่าจากไปจากโกทูโนง่าย ๆ นะครับ
เพราะผมจะได้อ่านบันทึกที่ดี ๆ
ผมจะตามเป็นแฟนคลับของครูนะครับ
อ่านคำว่า หนังขายยา
คิดถึงเพลง "คนกินแดด"
เหมือนว่าจะสะท้อนชีวิตหนังสือขายยา
อยู่เหมือนกันนะครับ
"เหนื่อยหน่ายการ บ่มีสถานผ่อนคลาย มีแต่รถยาบวดหาย มาฉายหนังให้ดู...."
สวัสดีค่ะ
ผมเกิดและโตที่จังหวัดพะเยาเมื่อตอนเด็กอายุประมาณ7-8 ขวบพ่อแม่ก็พาไปดูหนังขายยาแล้วครับรถฉายหนังจะเข้ามายังอำเภอที่ผมอยู่เป้นประจำ รถฉายหนังมีหลายบริษัทเช่น ยาหม่องตราถ้วยทอง ยาทันใจ หมากหอมเยาราช บริษัทบีเอ็นฮั้วจำกัด ยาตราหัวสิงห์ ยาแก้ปวดหาย ยาประสะนอแรด หลังๆก็มี รถฉายหนังไมโล โอวัลติน และรถฉายหนังของถ่านไฟฉายตราไก่ ตราห้าแพะ ตรานกฮูก รั้งท้ายด้วยถ่านไฟฉายตรากบ ก่อนการฉายหนังเรื่องก็จะฉายหนังการ์ตูนก่อนแล้วก็ฉายหนังเรื่องเป็นหนังฝรั่ง หนังไทย หนังอินเดีย หนังยี่ปุ่น ที่บ้านผมมักจะฉายที่สนามหญ้าหน้าที่ว่าการอำเภอหรือสนามหญ้าหน้าโรงเรียน ส่วนบรรยากาศบริเวณที่ฉายหนังก็จะมีพ่อคัแม่ค้าเอาขนมมาขาย ส่วนคนดูก็ยืนบ้างปูเสื่อนั่งบ้างส่วนหนุมสาวก็จะควงกันมาเป็นคู่ๆ ลูกเล็กเด็กแดงก็จะมากับพ่อแม่ครับ
เป็นความสุขของเด็กๆในแถบชนบทครับ ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนั้น ทำให้นึกย้อนถึงวันวาน เหมือนหนังเรื่องแฟนฉันก็ไม่ปาน 555
อ่านไปยิ้มไป นี่ก็เป็นอีกบทความหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นคุณค่าของอดีตวันวาร ว่ามันสร้างรอยยิ้มภายในใจเรามากมายเพียงใด เมื่อเรานึกถึง แม้ว่าวันนี้สิ่งเหล่านั้นจะเหลือแค่เพียงความทรงจำก็ตาม เราก็มักจะนึกถึง และแอบยิ้มอย่างมีความสุขเสมอเมื่อได้ระลึกถึง
คุณ Peter p ค่ะ
ความสุขในอดีต ทำให้เรามีความสุขในวันนี้ได้เสมอ
หลายครั้งเหน็ดหนื่อยเมื่อยล้ามาก ก็หยุดพักทุกเรื่องราวที่ทำให้
เหนื่อย ทำให้เครียด แล้วคิดถึงแต่เรื่องราวดีๆ ที่ผ่านมา จิตใจของ
เราจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่า มีพลังที่จะก้าวไปข้างหน้า และสามารถ
จัดการเรื่องราวต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปด้วยดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แวะมาดูหนังขายยาอีกครั้ง และเอาบทเพลงมาฝากครับคุณครู
http://www.youtube.com/watch?v=73OBEQSkXwQ
เป็นเพลงที่แต่งสด ร้องสด โดยไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน ก็เลยออกมาอย่างที่เห็นครับ
ลองฟังดู เผื่อชอบครับ
กีต้าร์ โดย เชาวลา ดวงศรี
คำร้อง ทำนอง ขับร้อง โดย Peter p
มาว่าเรื่องหนังขายยาต่อครับ รถฉายหนังหากเข้ามายังหมู่บ้านช่วงปิดเทอมเด็กๆไม่ได้ไปโรงเรียนเด็กก็จะต้องเห็นก่อนและพากันวิ่งตามไปเป็นกลุ่มสนุกมากครับคอยดูว่ารถฉายหนังจะแวะที่ไหนแต่ส่วนมากก็จะแวะที่สถานีตำรวจเพื่อขออนุญาติก่อน จากนั้นก็หาที่ฉายจะเป็นที่สนามหญ้าหน้าที่ว่าการอำเภอหรือไม่ก็จะเป็นที่หน้าโรงเรียน รถฉายหนังส่วนมากจะเป็นรถประเภทบุกป่าบุกเขาหรือที่สมัยนี้เรียกว่ารถโฟวีลตัวรถ จะมีรูปของผลิตภัณฆ์สินค้าต่างๆส่วนบนหลังคารถก็จะมีลำโพงฮอลติดอยู่ที่ต้านหนัและด้านหลังและจะมีสำไม้ไผ่สำหรับกางจอหนังสองเล่มผูกติดมาด้วยด้านท้ายรถก็จะเป็นเครื่องปั่นไฟติดอยู่ หลังจากติดต่ออะไรเรียบร้อยแล้วรถฉายนังก็จะประกาศไปตามถนน สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องบอกสถานที่ฉายหนัง อย่าลืมอย่าพลาดอย่าละโอกาสอันดีงาม จูงมือบุตรฉุดมือหลานประสานมือแฟนควงแขนกันมา ยืมฝีปากน้อยๆกระซิบกระซาบบอกบ้านได้บ้านซ้ายบ้านขวาบ้านหัวระเบียงติดกันคำคืนนี้เสนอฉายภาพยนต์เรื่อง.......นำแสดงโดย.......หนังที่มาฉายจะเป็นหนังระบบ 16 มม.หนังไหม้บ้างขาดบ้างฉายด้วยเครื่องหลอดถ้าเป็นหนังฝรั่งคนก็จะน้อยแต่ถ้เป็นหนังไทย มิตร เพชรานำแสดงคนก็จะมากหากมาช้าก็จะไม่มีที่ปูเสื่อต้องไปนั่งดูที่หลังจอ หนังฝรั่งก็จะเป็นหนังคาวบอยขี่ม้ายิงปืน หนังอินเดียก็จะเป็นประเภทอภินิหารเหาะเหิรเดินอากาศ หนังยี่ปุ่นก็ประเภทซามูไร ก่อนฉายหนังเรื่องจะฉายหนังการ์ตูนเช่นโดนันดั๊กการ์ตูนไทยก็มีเป็นการ์ตูนรณรงค์ให้ใช้ส้วมซึมและสวมรองเท้าก้นพยาธิสร้างโดยประยุต เงากระจ่างเดี๋ยวนี้ไม่เห็นแล้ว ที่หอภาพยนต์ไม่ทราบว่าเก็บไว้หรือเปล่า บบางครั้งก็ฉายหนังข่าวก็มีเป็นเกี่ยวก้บการเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ต่างๆของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้วและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ นอกจากจะมีหนังขายยามาฉายหนังของหน่วยราชการก็มีเช่น การไปดวงจันทร์ของยานอวกาศอพอลโล่ 11 หนังเกี่ยวกับต่อต้านลัทธิคอมมิวนิตส์ เช่น เหตุเกิดที่หมู่บ้านพังโพน ไฟเย็น เป็นต้น สำหรับหนังขายยานั้นทั้งคนขายยาคนพากย์หนังจะเป็นคนๆเดียวกันพากย์ทั้งเสียงหณิงเสียงชายคนแก่เด็กลีลาการพากย์มันมากครับบางครั้งคนดูหนังต้องหันไปดูคนพากย์ด้วย บรรยากาศการพากย์หนังขายยาเป็นอย่างไรพิมพ์กูเกิ้ลแล้วเข้าไปที่รายการหนังขายคุณพระช่วยครับจะเป็นแบบนั้นแหละ หลังๆรถฉายหนังจะฉายด้วยเครื่องอาร์คส่วนหนังก็จะเป็นระบบ 35 มม.จอกว้างหรือที่เรียกว่าระบบซีนีมาสโค๊บเช่นรถฉายหนังของ ไมโล โอวัลติน โอสถสภาเต๊กเฮงหยูและถ่านไฟฉายตรากบ สวัสดีครับ จากคน อ.ปง จ.พะเยา 2496