๗๐๑.ทำไมเธอจึงชอบอ่านหนังสือ

         ความจริงวันนี้ได้เข้าเน็ตน้อยที่สุด  เพราะมีหนังสือใหม่หลายเล่ม และอีกอย่างหนึ่งได้จัดระเบียบตู้หนังสือใหม่  มีประเภทสารคดี  นวนิยาย  วรรณกรรม  ธรรมะและคติธรรม  และมีปรัชญารวมอยู่บ้าง  ส่วนการ์ตูนและนิตยสารจัดไว้อีกมุมหนึ่ง  ก่อนหน้านี้บรรทุกไปมอบให้กับโรงเรียนไปเยอะแล้ว  ครั้งนี้ได้คัดเลือกหนังสือที่คิดว่ามีความหมาะสมสำหรับนักเรียนและครูได้แก่พวกสารคดีและวรรณกรรม  รวมทั้งได้จัดหาซื้อเพิ่มเติม  โดยจะนำไปมอบให้กับโรงเรียนบนดอยแห่งหนึ่งที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ถือเป็นการทำกุศลวันคล้ายวันเกิด

 

         ความตั้งใจจะมาตอบเม้นท์และทักทายเพื่อน ๆ ก่อนนอน  บังเอิญพบการเชิญชวนของคุณมะปรางเปรี้ยวว่ายังมีเวลาในการส่งบันทึกเกี่ยวกับความรักได้อีก  มีประเด็นตรงใจคือ "รักการอ่านหนังสือ"  จึงถือโอกาสร่วมกิจกรรมด้วยอีกหนึ่งบันทึก

 

        "ทำไมเธอจึงชอบอ่านหนังสือ" เป็นคำถามที่ถูกถามมากที่สุด  แต่ก็ไม่เคยให้คำตอบที่ตรงใจผู้ถาม  เพียงแต่บอกว่า "มันเป็นความสุขที่ได้อ่าน"  ความจริงแล้วคำตอบมันมากกว่านั้น  เหมือนที่ทุกท่านทราบกันมาแล้ว        

 

         วัยเด็กอยู่ในครอบครัวที่ทุกคนอ่านหนังสือ   เท่าที่จำได้ทุกคนมีหนังสือประจำของตนเองเช่น  "คุณพ่ออ่านบางกอก ฟ้าเมืองไทย ฟ้าเมืองทอง สามก๊ก  ล่องไพร  ร้อยป่า  เพชรพระอุมา  รามเกียรติ์ ผู้ดี  สี่แผ่นดิน  พลนิกรกิมหงวน  ฉันรักคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ฯลฯ  ส่วนคุณแม่อ่านสกุลไทยและสตรีสาร รวมทั้งหนังสือพิมพ์  และหนังสือคำสอนของพระพุทธทาสจะมีเป็นส่วนมาก"  ส่วนฉันถูกบังคับให้อ่าน "ชัยพฤกษ์ และฟ้าเมืองเด็ก และการ์ตูนสำหรับเด็ก" และจะพัฒนามีหนังสืออ่านหลายประเภทมากขึ้นทั้งครอบครัว

 

         การบังคับให้อ่านโดยวิธีการที่จดจำไม่เคยลืม "หากนั่งตรงไหน พ่อหรือแม่ก็จะหอบหนังสือมาวางให้ตรงหน้า แล้วแต่ว่าจะอ่านหรือไม่อ่าน"  หากเราไม่อ่านเราจะตอบคำถามเกี่ยวกับหนังสือไม่ได้  ก็จะถูกลงโทษตามวิธีการต่าง ๆ เช่นล้างรถ ล้างห้องน้ำ ตัดเงินค่าขนม และกักบริเวณโดยไม่สามารถติดตามพ่อแม่ไปงานหรือไปนอกบ้านได้ และต้องจ่ายค่าหนังสือเล่มใหม่ด้วยตนเอง

 

         ตอนที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย  และอยู่หอพักกับเพื่อนที่เรียนวิชาเอกภาษาไทย  "พวกเพื่อน ๆ มักจะนำหนังสือที่อาจารย์บังคับอ่าน   มาให้ฉันอ่านแทนและเล่าให้เพื่อนฟังก่อนที่จะไปสอบ" ทำให้มีโอกาสได้อ่านหนังสือดี ๆ โดยไม่ต้องซื้อหรือไปเช่ามาอ่าน

 

        หนังสือที่ชอบอ่านขึ้นอยู่กับวัยและประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น  นอกจากหนังสือที่ถูกบังคับให้อ่านแล้วก็สามารถอ่านหนังสือของพ่อและแม่ได้อีก  ภายหลังได้พัฒนาขึ้นมาเป็นการซื้ออ่านเอง ได้แก่ประเภทนวนิยาย  เรื่องสั้น วรรณกรรมและเรื่องแปล

 

        ปัจจุบันมีนิตยสารที่เป็นสมาชิก ๓ เล่มได้แก่ ค คน/ ซีเคร็ท /และชีวจิต  ส่วนอื่น ๆ ได้แก่นวนิยายแปล วรรณกรรม และแนวพระธรรมคำสอน  หรือหนังสือที่น่าสนใจมากมายหลายเรื่อง  ยกเว้นเกี่ยวกับการสแกนกรรม หรือหนังสือดูดวงโชคชะตา และเกี่ยวกับดาราบันเทิง  หนังสือเหล่านี้ไม่เคยจับมาอ่าน

 

         หนังสือที่ชอบมากที่สุดอ่านเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมาชื่อ "ความสุข" เขียนโดยคุณหมอประเวศน์ วะสี  เมื่ออ่านแล้วถูกใจก็จะแนะนำคนอื่นต่อ  ไม่ทราบว่าคนอ่านต่อถูกใจหรือไม่  จากการให้ยืมจึงเป็นการให้ลืม  เมื่อต้องการอ่านใหม่ก็จำเป็นต้องไปหาเล่มใหม่ เป็นแบบนี้เสมอตลอดมา

 

           หนังสือเล่มแรกที่ซื้อเอง  แบบแคะกระปุกคือ "คำสารภาพของมารีอังตัวแน็ตต์" แปลโดยนิดา  เอามาแอบอ่านเพราะกลัวถูกตำหนิจากพ่อแม่  แต่เป็นผลดีที่ต่อมาได้รับเงินรายเดือนเพิ่มเป็นค่าหนังสือจาก ก.พ. (กระเป๋าพ่อ) อีกเดือนละ ๓๐๐  บาท

 

        "นิดา" จึงเป็นนักแปลในดวงใจ  ที่สามารถแปลหนังสือเล่มนี้ให้เด็กอายุ ๑๓ ปี ซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของต่างชาติน้อยมาก  ได้อ่านแล้วเข้าใจง่าย  เพราะการที่จะอ่านหนังสือแปลได้เข้าใจง่ายนั้น  ผู้อ่านต้องมีความรู้และประสบการณ์มามากพอ  โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของต่างชาติ  เพราะวัฒนธรรมเป็นส่วนสำคัญในการสื่อสาร  แต่ในปัจจุบันมีนักแปลมากมาย  ขึ้นอยู่กับหนังสือแต่ละประเภทจึงมีนักแปลที่ชื่นชอบเพิ่มขึ้น

 

          วรรณกรรมเยาวชนที่ชื่นชอบมากที่สุด  และกำลังจะหามาอ่านอีกครั้งคือ BUD, NOT BUDDY เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ ย้อนยุคไปในช่วงเศรษฐิกจตกต่ำของสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๓๐ - ๑๙๓๙ (The Great Depression) สำหรับเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี ๑๙๓๖ ใช้สถานที่เมือง ฟลินท์ รัฐมิชิแกน ผู้แต่งคือ Christopher Paul Kertis

 

         ระยะหลัง (ในปัจจุบัน) ชอบหนังสือ "การเดินสู่อิสรภาพ" ของอาจารย์ประมวล  เพ็งจันทร์มากที่สุด  ส่วนเรื่องอื่นที่ได้อ่านหมายความว่าชอบทุกเล่มเป็นรองลงมา  มากมายไม่อาจเขียนให้ครบทุกเล่มได้

 

         การ์ตูนยังชอบอ่านอยู่คือ "หนูหิ่น" อ่านมาตั้งแต่เล่มแรกและไม่เคยขาด  เพราะชื่นชอบ "เอ๊าะ" นักเขียนการ์ตูนที่เขียนได้สร้างสรรค์  สามารถเชื่อมโยงภาษาพื้นถิ่นของตนเองให้ผู้อ่านได้เข้าใจ  ทำให้เกิดความกลมกลืนกับความต่างถิ่นต่างภาคได้ดี และการ์ตูนของเอ๊าะบูรณาการคุณธรรมลงไปในเนื้อหาถ้อยคำพุดและบทบาทของตัวละคร

 

         สำหรับนักเขียนใหม่ ๆ จะซื้อมาอ่านเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นักเขียนเหล่านี้  และมีผู้นิยมเขียนแบบถอดบทเรียนจากประสบการณ์กันมากขึ้น  ชอบอ่านเหมือนกัน  เพราะบทเรียนชีวิตหาไม่ได้ในตำราหรือในมหาวิทยาลัย  เพราะอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วยความเป็นหนังสือดีอย่างใดอย่างหนึ่งอันได้แก่ความงามด้านเนื้อหา อ่านแล้วชวนติดตาม  ความงามด้านภาษา สามารถรับรสในภาษาที่สื่อสารได้  ความงดงามในด้านความคิด ได้แก่ข้อคิดและคติธรรม  ความงามในจิตสำนึก  คือสร้างสรรค์สำนึกดีให้แก่คนอ่าน 

 

         นักเขียนในดวงใจที่เห็นชื่อแล้วต้องซื้อ  เพราะความศรัทธามาอันดับหนึ่ง อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล  ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ  วินทร์ เรียววารินทร์ ไพรวรินทร์ ขาวงาม  ดร.อาจอง  ชุมสาย ณ อยุธยา  ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ท่าน ว. วชิรเมธี  อัศศิริ ธรรมโชติ  ประภัสสร เสวิกุล  งามพรรณ เวชชาชีวะ ชาติ  กอบจิตติ คำพูน บุญทวี มาลา คำจันทร์ นักเขียนนวนิยายชอบ ว.ณ ประมวลมาร์ค กฤษณา อโศกสิน  โสภาค สุวรรณ สุวรรณี สุคนธา    ฯลฯ

 

         ภายหลังที่ได้อ่านงานแปล Osho ของ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด จึงนับว่ามีแฟนงานแปลเพิ่มขึ้นมาอีก ด้วยความศรัทธาเช่นกัน  ทำให้มีช่องตู้สำหรับจัดเก็บหนังสือที่แปลโดยอาจารย์ประพนธ์เพิ่มขึ้นมาอีก

 

         คำสอนของหลวงปู่ "ติช นัท ฮันห์" เป็นหนังสือแปลอีกเช่นกันที่มีไว้ไม่เคยพลาดแม้แต่เล่มเดียว  บางเล่มอ่านง่าย บางเล่มอ่านยากแต่จะพยายามอ่านหลายๆ เที่ยว  รอประสบการณ์แก่กล้าขึ้นจะกลับไปอ่านจะทำให้เข้าใจได้อีก

 

         หนังสือพระธรรมคำสอนนอกจากของหลวงปู่ติชฯ แล้วส่วนมากเป็นหนังสือของพระพุทธทาส  พระพรหมคุณาภรณ์ หลวงปู่ชา หลวงปู่เทียน  หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ  พระอาจารย์ปราโมช และอื่น ๆ อีกหลายท่าน  หากมีโอกาสจะซื้อทันที

 

          การจัดเวลาสำหรับการอ่าน "อ่านทุกวัน อ่านได้หลายเวลา โดยอ่านสลับกันระหว่างหนังสือธรรมะกับหนังสืออื่น เช่นอ่านหนังสืออื่นประมาณ ๕๐ หน้าสลับมาอ่านธรรมะหรือเกี่ยวกับคำสอนประมาณ ๑ ตอน  เพราะต้องคิดและหยุดปฏิบัติตามไปด้วย  ยกเว้นหนังสือของ ดร.วรภัทร จะอ่านรวดเดียวจบ เพราะอ่านง่ายสนุกด้วย  และ การเดินสู่อิสระภาพ  อ่านแทบไม่วางจนจบเล่ม" ไม่มีวันไหนที่ไม่อ่าน  ในรถจะมีหนังสือไว้อ่านตอนรถติดไฟแดงนาน ๆ เสมอ

 

         "รักการอ่านหนังสือเพราะอ่านแล้วเพลิดเพลินและทำให้มีสมาธิ  บางเรื่องคิดไม่ออกหรือสงสัยมาเป็นเวลานาน  เมื่อได้อ่านหนังสือก็ทำให้เข้าใจ ที่สำคัญ "เราได้รู้ว่า ถ้าไม่อ่านก็ไม่รู้" นั่นเอง  และการอ่านทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น 

 

          เวลาแห่งความรักความสุขจากการอ่านคือ ตอนเช้ามืดหลังจากตื่นนอน หนังสือ ๑ เล่ม  เพลงเย็น ๆ โดยไม่ต้องใส่น้ำแข็ง และกาแฟดำ ๑ ถ้วย ใส่เพียง ๓ อย่างเท่านั้นคือกาแฟ ๒ ช้อน น้ำร้อน และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือต้องใส่ถ้วยกาแฟด้วย  "เกินบรรยายถึงความรู้สึก"

 

         ความตั้งใจอยากจะทำห้องสมุดที่บ้าน  และเปิดบริการสำหรับคนในหมู่บ้านให้มาอ่านหนังสือ  ซึ่งมีความคิดมานานแล้ว  นี่คือความรักและรักอยากจะทำในสิ่งที่รัก  ข้อขัดแย้งในความคิดเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ "เมื่อใครมาที่บ้าน็จะพูดเหมือนกันทุกคนว่าหนังสือเยอะจัง  แม้จะลุ้นให้เขาไปหยิบมาอ่านก็ไม่เป็นผล  หากหนังสือหรือนิตยสารวางอยู่ก็จะแค่พลิก ๆ ดูส่วนที่เป็นภาพ  หากไม่มีภาพก็จะวาง"  นับเป็นความสำคัญที่เริ่มต้นมาจากความรักและความศรัทธา

 

         จึงมีความเชื่อว่า "การอ่านเป็นเรื่องของการที่ได้รับการปลูกฝังและฝึกฝนกันมาจากครอบครัว เช่นเดียวกับการฝึกด้านอื่น ๆ"หลายครั้งที่ต้องการจะซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญแก่ใคร ๆ แต่กลัวเขาไม่อ่าน  และเห็นคนไม่อ่านหนังสือก็เคยรู้สึกอยู่ในใจว่า "ทำไม ๆ ๆ ๆ "

 

         สำหรับวันนี้อ่าน "ศานติในเรือนใจ" ของหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ เป็นข้อคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขด้วย โดยหายใจเข้าและหายใจออกให้มีความสุขและผ่อนคลาย   และอ่าน นิตยสาร "ค คน" สลับกันไป  จึงอยากจะบอกว่าหายใจเข้ารักการอ่านหนังสือ หายใจออกอ่านหนังสือแล้วมีความสุข  หายใจเข้ารักดวงตา หายใจออกดวงตาแจ่มใส

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คิม นพวรรณ



ความเห็น (53)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณคิดคม

ยังเขียนบันทึกไม่เสร็จค่ะ แต่กลัวหมดเวลาจึงรีบส่งบันทึกขึ้นก่อนค่ะ  ขอขอบพระคุณที่มาให้กำลังใจเป็นคนแรกค่ะ

ผมชอบอ่านเรื่อง "ชี้ค" ของปภัสสร เสวิกุล ครับ ได้เเรงบันดาลใจดี

อีกเรื่องก็ มูซาชิ ฉบับท่าพระจันทร์ โดย สุวินัย ภรณวลัย ครับ
ผมเพิ่มบันทึกสีเขียว เพิ่มเติมนะครับติดตามได้ที่บันทึกครับ พี่คิม

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะต้นกล้า

"ชี้ค" ของปภัสสร เสวิกุล  พี่คิมได้อ่านเหมือนกันค่ะ  เป็นหนังสือสร้างสรรค์และทำให้เรามีความคิดเป็นแรงผลักดันมากนะคะ

ยังมีมากมาย พี่คิมไม่สามารถเขียนให้จบได้ค่ะ จะแวะไปเยี่ยมนะคะ  ขอขอบคุณที่มามอบดอกไม้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะครูคิมผู้รักการอ่าน 

  • ครูตาเข้ามาเยี่ยมค่ะ  ครูคิมสบายดีนะคะ
  • ได้แนวคิดในการเขียนบทความแบบว่าอ่านง่าย ชวนติดตาม 
  • ขอนำแนวการเขียนไปเป็นตัวอย่างแก่นักเรียนนะคะ
  • ฝากดู "วันแห่งความรักการอ่าน" ที่แม่ก๋งวิทยาด้วยนะคะ

 

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่คิม

  • นิสัยรักการอ่าน เป็นเรื่องที่ปลูกฝังกันยากมาก
  • แสดงว่าพี่คิมมีนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก ๆ
  • การอ่านหนังสือมาก ๆ  ส่งผลต่อการเขียน  ทำให้งานเขียนออกมาดี น่าอ่าน
  • ทำอย่างไรหนอ ถึงจะปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับเด็ก ๆ ได้
  • มีความสุขทุก ๆ วันนะคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ตามมาอ่านจากบ้านน้องมะปรางค่ะ

มีดอกไม้มาฝาก

สวัสดีครับเกลอ ไปไม่ถึงพิษณุโลก เพราะมีคำสั่งจากหัวหน้าให้เข้าประชุม เรื่องการปรับตำแหน่งลูกจ้างสู่ตำแหน่งใหม่ จะแวะบ้านครูอิงก็ไม่ทัน

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคุณครูคิม

      ไม่นานมานี้ได้อ่านการ์ตูนของ  New York Times เป็นภาพในเครื่องบิน และมีเสียงประกาศว่า "ขณะนี้เครื่องกำลังเตรียมตัวลงจอด ให้ผู้โดยสารทุกท่านหยุดอ่านหนังสือด้วย ส่วนท่านใดที่อ่านหนังสือจริง ("real" books) ให้อ่านต่อไปได้" ปรากฎว่าในภาพทุกคนกำลังอ่าน e-books กันอยู่ ถือ ipad, Kindle, Nook กันอยู่ทุกคนเลยค่ะ :))

     แซวกันเล่นๆ แต่อาจเป็นจริงในเร็ววัน เพราะรอบกายมีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่ได้จับหนังสือจริงมาหลายปีแล้ว ทุกนาทีของชีวิตหนีบคอมพิวเตอร์ไว้ข้างกาย อ่าน e-books ตลอดเวลา แต่ก็ยังดีที่อ่านว่ามั้ยคะ

จ๋า :)

ชอบการอ่านเหมือนกัน แม้ว่าจะชอบช้าไปหน่อย

ชอบให้คนอื่นอ่านหนังสือ

และชอบคนอ่านหนังสือ

ครับ


เขียนเมื่อ 
  • บันทึกนี้จุดประกายให้เด็ก ๆ รักการอ่านยังไม่พอ ยังทำให้ผู้ใหญ่ที่ขี้เกียจอ่านเริ่มขยันขึ้นมาทันทีค่ะ ขอส่งต่อไป FB อีกเช่นเคยค่ะ พี่ครูคิม
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะIco48

  • เมื่อวานนี้เพิ่งเอาหนังสือก้าวย่างบนทางฝันไปเข้าเล่มและอ่านเรื่องแรกก็ประทับใจมะม่วงประวัติศาสตร์จังเลยค่ะ
  • จำคำพี่ครูคิม...คุยกันแค่สองสามคำเหมือนเรามีอะไรที่เหมือนกัน
  • จากอ่านเมื่อวาน+วันนี้ใช่เลยค่ะ...จุดเริ่มในหนังสือเหมือนอ่านเรื่องของตัวเองจังเลย
  • ที่สำคัญเรามีฝันเรื่องเดียวกันที่อยากทำห้องสมุดของตัวเองค่ะ
  • พี่ครูเพิ่มงานให้ตามเรื่องราวอีกแล้วซินะ แต่ไม่ถือเป็นภาระ เพราะใจสั่งมา อิอิ
  • ขอเป็นกำลังใจให้ก้าวย่างไปสู่ฝันที่เป็นจริงค่ะ

 

 

    

 

  • รักการอ่าน คือรากฐานชีวิต เราจะดูว่าอนาคตใครจะดีร้ายอย่างไรโดยเฉพาะเด็ก ๆ ส่วนหนึ่งสังเกตได้จากนิสัยรักการอ่านครับ เด็กคนไหนอยู่ว่างๆ เป็นต้องหยิบเอาหนังสือมาอ่าน อนาคตสดใสแน่นอนครับ
  • ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้ ยิ่งดี สมัยนี้แม้รูปแบบการอ่านเปลี่ยนไป หาอ่านในอินเตอร์เนตได้มากขึ้น ง่ายขึ้น จะหนังสือหรือคอมดีทั้งนั้น ดีคนละอย่าง ขอให้เป็นประโยชน์ก็แล้วกันครับ
  • เด็กรักที่การอ่านหนังสือ พ่อแม่มักชอบอ่านด้วยครับ ครอบครัวต้องมีบรรยากาศที่ส่งเสริมการอ่าน ถ้าทำตรงนี้ได้ จะเกิดผู้ที่มีนิสัยรักการอ่านอีกเยอะครับ

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  •  คนรักหนังสือเป็นคนมีเสน่ห์นะคะ  ถ้าชอบเรื่องเดียวกันก็คุยกันได้ทั้งวัน 
  •  ตอนเด็กที่บ้านได้รับหนังสือการ์ตูนวีรธรรมให้อ่าน  ตัวเอกของเรื่องชื่อแฟรช กอร์ดอน  มีการเดินทางโดยยานอวกาศผ่านมิติต่างๆย้อนอดีตด้วย
  •  ปัจจุบันก็ยังหาเวลาอ่าน  โดยจะขอยืมต่อจากน้องชาย  เป็นหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาค่ะ

                                 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะครูตา ลป.

พี่คิมเข้าไปเยี่ยมบันทึกครูตามาแล้วค่ะ  น่าเผยแพร่มาก ๆ เลยนะคะ  เป็นกิจกรรมที่ดีและสร้างสรรค์ค่ะ

การเล่าประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวเราเป็นเรื่องง่ายค่ะ

ขอขอบคุณค่ะที่มาให้ดอกไม้และเป็นกำลังใจ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอิงจันทร์

ถูกบังคับให้รักมากว่าค่ะ

และอยู่ว่าง ๆ เห็นพ่อแม่อ่านก็อยากอ่านตามไปด้วย 

วันนี้มีหนุ่มประจวบฯ แวะมาชวนพี่คิมไปทานข้าวค่ะ  ทำให้มีน้องชายเพิ่มอีกคน  น่ารักค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณณัฐรดา

ตอนแรกก็คิดว่าไม่มีเรื่องเขียนแล้ว  บังเอิญไปอ่านเจอว่า...เขียนเรื่องรักการอ่านหนังสือก็ได้  จึงรีบมาลุย ๆ ค่ะ

ขอขอบคุณดอกไม้สีอ่อนหวานน่ารักค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--

รอไปช่วยกันจัดค่ายฯที่โรงเรียนของมาตายีก็แล้วกันนะคะ  รักษาสุขภาพไว้ด้วยค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณJaa

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ  ขอขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยน

น่าคิดนะคะแบบคุณJaa  แต่ก็ขอให้อ่านเถอะค่ะ  จะอ่านแบบไหนก็ขอให้อ่าน เพราะตอนนี้นวนิยายหรือวรรณกรรมหรือแม้แต่สารคดีก็อ่านจากที่หนีบติดตัวได้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท

อ่านช้าดีกว่าคนอ่านเร็วค่ะ เพราะอ่านช้าทำให้คิดและใคร่ครวญดีกว่าค่ะ อ่านเร็วบางทีต้องย้อนกลับมาใหม่เมื่อต้องการความเข้าใจแจ่มชัด

ดอกไม้ของอาจารย์สวยค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณSila Phu-Chaya

ยินดีค่ะคุณศิลา

เวลานี้ที่ร้านหนังสือ เริ่มมีผู้คนสนใจมากขึ้นแล้วค่ะ  และหนังสือการ์ตูนสำหรับเยาวชนก็มีอันดับขายดีด้วย  น่าชื่นใจนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะkrupong

อ่านแล้วพี่คิมอยากขอข้อคิดเห็นแบบติติงบ้างน่ะค่ะ

คิดก็เหมือนกันอีกแหล่วเราสองคนหน่ะ  พี่คิมขอเป็นกำลังใจให้น้องพบกับความสำเร็จนะคะ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะชำนาญ เขื่อนแก้ว

พี่คิมเชื่อมากค่ะว่า  ทุกอย่างเริ่มที่ครอบครัว 

และขอให้อ่านเถอะนะคะ  จะอ่านอะไรอ่านแบบไหนก็ไม่ว่า แล้วจะเป็นหนทางให้ไปอ่านเรื่องที่ชอบค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ลีซอค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะKRUDALA

จริงเลยค่ะ  อ่านแล้วมาวิพากษ์ต่อยิ่งมันมากนะคะ

การ์ตูนวีรธรรมเคยอ่านค่ะ  และอีกอย่างก็วิทยาศาสตร์ชัยพฤกษ์ด้วยนะคะ  รุ่นเรามีไม่มากเหมือนเด็กเดี๋ยวนี้นะคะ

ตอนนี้อ่านเล่มไหนอยู่คะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณทึกท่าน

ที่กรุณามอบดอกไม้ให้เป็นกำลังใจค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • ลำดวนเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองรักการอ่านมากกกกกกกกก
  • ได้จากแม่ค่ะ แม่ชอบอ่านหนังสือทุกประเภท และชอบนำเนื้อหามาถามลูก
  • ทำให้เราต้องตามไปอ่าน
  • ครูคิมคะจะชวนมาสุพรรณ มาช่วยกันให้แนวทาง "จัดการเรียนรู้อย่างไรให้เด็กมีความสุข"
  • จะส่งข่าวอีกครั้งว่าเมื่อไรค่ะ
เขียนเมื่อ 

คนที่ชอบการอ่านเป็นคนที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน.....

บางคนอาจจะแขวะว่า...หนอนหนังสือมั่ง...อยากรู้อยากเห็นมั่ง...แต่ก็ภูมิใจที่เขาทำไม่ได้เหมือนเรา 

เพราะเรารู้ว่าเรายังโง่อยู่นะคะพี่คิม  เราจึงต้องเสาะแสวงหาความรู้มาเติมเต็มให้สมองของเราอยู่เสมอ  เพื่อทันโลกทันเหตุการณ์และที่สำคัญ..ทันคนค่ะ

มาอ่านหนังสือและรักการอ่านกันเถอะพวกเรา...เย้ๆๆๆๆ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ศน.ลำดวน

ขอขอบพระคุณค่ะ

คงไม่มีความสามารถถึงขั้นนั้นหรอกนะคะ  หากจะให้มาแค่เยี่ยมเยือนและเป็นกำลังใจนั้นคงได้ค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้งานลุล่วงนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะkrugui Chutima

พี่คิมอ่านทุกวันก็ยังคิดว่า ตนเอง โง่อยู่ทุกวันค่ะ  สำหรับความคิดของคนอื่น พี่คิมไม่ได้คิดถึงค่ะว่าใครจะว่าอย่างไร  สอนตัวเองเสมอว่า "จะไม่ทำความเดือดร้อนให้ใครไม่ว่าทางกายหรือทางใจ" ค่ะ

ด้วยความระลึกถึงเสมอนะคะ

เขียนเมื่อ 

ด้วยที่เป็นสมาชิกใหม่ในวงการ วันนี้คิดอยู่เหมือนกันว่าในฐานะที่เราเป้นครูก็อยากเป็นแรงหนึ่งที่ช่วยผู้ปกครองให้เห็นความสำคัญของการอ่านจึงอยากแนะนำวิธีปลูกฝังให้เด็กรักหนังสือ  แต่พอดีอยากรู้ว่า คิม นพวรรณ  เป็นใครเลยตามหาดู...ดีใจมากค่ะที่ได้รู้จักและที่สำคัญชอบมากที่ครูคิมบันทึกเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ  วันหน้าจะแวะมาทักทายและติดตามงานบันทึกของครูคิมนะคะ

 

เขียนเมื่อ 

ได้เข้าไปอ่านประวัติคุณครูคิม สุดยอดไปเลยนะครับ สำหรับวิธีการคิดของครู ระบบราชการไทยคงไม่เหมาะกับคนที่ทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง ขอนำข้อคิดต่างที่เป็นประสบการณ์ของครูมาปรับใช้นะครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะจันทิพย์

ยินดีที่ได้รู้จักมิตรใหม่รุ่นเยาว์ค่ะ

ขอขอบคุณที่มาทักทายและมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์  และขอเป็นกำลังใจให้น้อง จันทิพย์ ได้ทำหน้าที่อย่างมีความสุขนะคะ

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะนาย ยุทธพงษ์ เมืองสาเกตุนคร เดชบุรัมย์

ยินดีที่ได้รู้จักมิตรใหม่รุ่นเยาว์อีกท่านหนึ่งค่ะ

ขอขอบคุณในความรู้สึกที่ดีต่อกันและสำหรับการมาแลกเปลี่ยน  ชื่อน้องแปลกดีนะคะ มีชื่อกลางแบบฝรั่ง และคนไทยก็มีจำนวนไม่น้อยที่มีชื่อกลางเช่นนี้

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณครูคิม นพวรรณ

  • คนที่มีทักษะการฟัง มักจะเป็นนักพูดที่มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับคนที่เป็นนักอ่าน ซึ่งมักจะเป็นนักเขียนที่มีคุณภาพด้วย
  • การอ่านจะนำตัวเองออกไปสู่โลกอีกโลกหนึ่ง ที่แตกต่างไปจากโลกที่เรากำลังมีชีวิตอยู่ (ขึ้นอยู่กับเรื่องที่อ่าน) บางทีเหมือนอยู่ในอเมริกาเหนือ ถ้าอ่านเรื่องของลอร่า อิงกัลไวเดอร์ หรือ เหมือนจะเป็นนักสืบกับเขาไปด้วย ถ้าอ่านเรื่องของเซอร์อาเทอร์โคนันดอย หรือ นวนิยายของอากาธาคริสตี้
  • หนังสือเปลี่ยนชีวิตคนได้ ต้นส้มแสนรัก ของโจเซ่ วาสคอนซีลอส ทำให้ผมร้องไห้จนแทบจะหมดน้ำตา และเป็นแรงบันดาลใจแรกๆ ให้ก้าวเข้าสู่อาชีพการทำงานเพื่อเด็ก
  • อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณคนเขียนนิทานร้อยบรรทัด และนกกางเขน ที่ช่วยให้รู้สึกรักภาษาไทย รักวรรณคดีไทยเกือบทุกเรื่อง
  • ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความสุขกับการอ่าน มากครับ
  • ขอบคุณครับที่หยิบยกประเด็นนี้ ขึ้นมาพูดคุยในชุมชน

ได้ทำบุญวันเกิดประเสริฐนัก           ได้ตระหนักไม่ประมาทประการนี้

บริจาคหนังสือไปให้สิ่งดี                 ทานอย่างนี้มีให้ธรรมมากน้ำใจ

รักการอ่านขยันเรียนเพียรศึกษา      มีตำราปัญญาเกิดเปิดจิตใส

แบ่งเวลาวิปัสสนาพาจิตไป              สั่งสมไว้ไม่ประมาทท่านสุขเอย

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะสันติสุข สันติศาสนสุข

"ต้นส้มแสนรัก"  พี่คิมก็ร้องไห้ค่ะ  เป็นแรงบันดาลใจมาก ๆ เลยค่ะที่เราต้องหันมาใส่ใจและเติมเต็มให้กับเด็ก  ๆ นับเป็นหนังสือสุดยอดวรรณกรรมเยาวชนทีเดียวนะคะ

มองไปที่ตู้ยังเห็นสันหนังสืออยู่ค่ะ เห็นทีจะต้องนำกลับมาอ่านอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงเด็ก ๆ ทุกซอกทุกมุม

แต่เวลาเห็นคนไม่สนใจอ่านก็รู้สึก...กังวลกับเขามากค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณวิโรจน์ พูลสุข

หวังว่าคุณวิโรจน์คงสบายดีนะคะ  เดิมว่าจะเลี้ยงอาหารค่ะ แต่เปลี่ยนใจให้หนังสือเพราะที่นั่นเด็กขาดแคลนหนังสือค่ะ 

ขอขอบพระคุณที่มาแลกเปลี่ยนค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณสันติสุข สันติศาสนสุข

"ต้นส้มแสนรัก" อ่านทั้งของนักแปลหรือเปล่าคะ  พี่คิมอ่านทั้งของมัทนี และสมบัติค่ะ อยากทราบว่าใครแปลดีกว่ากัน

และอยากทราบว่า "ใครอ่านแล้วไม่ร้องไห้บ้าง"

พี่คิมก็ร้องไห้ค่ะ  เป็นแรงบันดาลใจมาก ๆ เลยค่ะที่เราต้องหันมาใส่ใจและเติมเต็มให้กับเด็ก  ๆ

มองไปที่ตู้ยังเห็นสันหนังสืออยู่ค่ะ  เห็นทีจะต้องนำกลับมาอ่านอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงเด็ก ๆ ทุกซอกทุกมุมในสังคมบ้านเรา 

 ตอนที่โปรตุก้าพาหนูน้อยเชเช่ไปเที่ยว  ซื้อขนมให้ และตอนที่ทำทำให้เชเช่บอกรักได้คือ "การที่เขาจ้องหน้าเชเช่อย่างเข้าอกเข้าใจยามที่รับฟังเรื่องเล่า"

นี่แหละค่ะ เด็กต้องการให้ผู้ใหญ่สักคนหนึ่งเข้าใจเขา

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  

  เป็นน้องใหม่เพิ่งเข้ามาที่นี่   แต่ก่อนเข้าก็แอบอ่านของคุณคิมหลายเรื่อง  ชอบจังค่ะเรื่องนี้  อ่านแล้วมีความสุข

เขียนเมื่อ 

Dear P'Kim,

    "My sweet orange tree" has also brought tears to my eyes :) So touching indeed. I was in a sky train in Bangkok once. The big guy sitting at the opposit side got my attention because of his red eyes. I thought he was drunk or something. He looked very suspicious with his hefty build, "going everywhere" hair, a bit shabby cloths and, of course, those red eyes.

      THEN! I saw a "My sweet orange tree" book in his hands!!!! Oh no! he got red eyes from trying to resist the strong urge to cry!!!   hahahahahah :D How wrong I was!! Whoever breaks down because of this wonderful book can't be a bad person. Finally, he caught my eyes and we exchanged a smile. 

Jaa :)

Sorry I can't type in Thai from my lab.

เขียนเมื่อ 

Dear Jaa

How are you ?  You're  living in Thailand or abroad. Thank you to share and express their views. Tell your feelings to the readers to me know.

I have to pick up some books to read it several times. I have enjoyed reading.

เขียนเมื่อ 

Dear P'Kim,

        I'm staying in New York...about to go back home in Nakhonsithammarat soon :) ...totally agree with you that some books are too good to read just once. It's amazing to learn new things every time we reread the very same book...maybe we too have changed with time...becoming a new person everyday without noticing.

      I'm glad to exchange point of views with P'Kim who is a hardcore book worm...a very happy one. :D   Talk to you again soon. 

ps. I feel like keeping talking with you in English eeeeee . It's kinda special and cute! :)

Best,

Jaa :)

เขียนเมื่อ 

Sawatdee Ka, Jaa

Thank you for your friendship. My English, it got worse over time. Usage is because it was less. I would like  you to be happy, health in abroad, and to return to our beloved hometown Thailand. And safely yourself to back,ka.

You're kinda special and cute,too.

*** คิดถึงพี่คิมค่ะ  อยากมีเวลาอ่านหนังสือเยอะๆบ้างจัง

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วดีใจ ที่เราชอบนักเขียนกลุ่มใกล้เคียงกัน ทางเดียวกัน

เป็นสมาชิก ซีเคร็ต, ฅ ฅน เหมือนกัน

ชีวจิตไม่ได้เป็นค่ะซื้อตามอัธยาศัย อีกเล่มที่เป็นนานแล้ว มีขาดอายุบ้างแต่ซื้อหามาเติมได้เพราะมักมีเหลือ คือ สารคดี และ Natural geography

นวนิยายก็อ่านนักเขียนคล้ายกันมาก...แต่ของหมอเล็ก ว.วินิจฉัยกุล มาอันดับต้น ๆ ด้วยค่ะ

เรื่องแปลที่คิดถึงตลอดและอ่านหลาย ๆ ครั้ง ซื้อหามาไว้หลาย ๆ เล่มและหลาย ๆ หน้าปกเก่า คือ ต้นส้มแสนรัก

ขอถือโอกาสคุยกับคุณจ้า ด้วยว่า เห็นด้วยอย่างที่สุดกับ.....totally agree with you that some books are too good to read just once.

อ่านจนนับไม่ได้ค่ะว่ากี่รอบ

อยากคุยอีก ชอบใจบันทึกนี้ เป็นเมื่อก่อนคงท้าแข่งเรื่องการอ่านแล้วเล่า เพราะมีอาชีพแบบเดียวกัน เคยอ่านและสรุปเป็นรายงานให้พี่ ๆ  หลายเรื่อง อุดมการณ์บนเส้นขนาน ปุลากง เหมือนกันอีกแล้ว..

ตอนนี้โดยหน้าที่ต้องอ่านเรื่องไฮโซสำหรับเรา คือเรื่องวิชาการ วิทยาศาสตร์ ยอมรับว่าอ่านไม่รู้เรื่องเลย

ต้องใช้แบบเดิม คือ อ่านซ้ำ ๆ เร็ว ๆ ให้รู้โครงเรื่องก่อนแล้วอ่านใหม่อีกนับสิบครั้ง จึงจะเข้าใจจนสามารถเล่า(นำเสนอ)ให้เพื่อนและครูฟังได้

จากไม่ชอบจึงเริ่มติดการอ่านเรื่องไฮโซขึ้นมาบ้าง

 

ก่อนจบ อย่างไรก็ตาม ขอเสนอตัวแทนแข่งอ่าน

ลูกชายค่ะ อ่านเร็ว อ่านแหลก และอ่านทั้งไทยและอังกฤษ

คติของเขาคือ อ่านในร้านตอนเลือกซื้อจบสองเล่ม ซื้อกลับบ้านสามถึงสี่เล่ม แล้วแต่ ก.พ. (กระเป๋าพ่อหรือแม่) เช่นกันค่ะ

ปล. เขาเคยอ่านหนังสือท่านโอโช ฉบับอังกฤษ บท Intro แล้วสนทนาให้แม่ตกใจว่า Intuition ดีอย่างไร เมื่ออายุแปดขวบค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอัมพร

ขอขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ

และขออภัยที่ตอบเม้นท์ช้าและข้ามไป  หลายวันที่ผ่านมาไม่ได้เข้ามาทักทายหรือตอบเม้นท์ค่ะ

ขอเชิญแวะมาอีกในโอกาสหน้านะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะกิติยา เตชะวรรณวุฒิ

อยากอ่านเล่มไหนบอกนะคะ  ไม่ต้องซื้อค่ะ  พี่คิมเพิ่งรื้อตู้และพยายามจะจัดใหม่  เลือกออกไปบริจาคแล้วหลายร้อยเล่มค่ะ  เหลืออีกกองจะไปบริจาคโรงเรียนบนดอยที่แม่ฮ่องสอนค่ะ

คิดถึงเสมอนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหมอเล็กภูสุภา

ถ้าหากคุยกันเรื่องหนังสือ ภาพยนต์ เพลง ประวัติศาสตร์ ฯลฯ แล้วเหมือนคอเดียวกัน  มันในอารมณ์มากนะคะ

อ่านแล้วดีใจ ที่เราชอบนักเขียนกลุ่มใกล้เคียงกัน ทางเดียวกัน เป็นสมาชิก ซีเคร็ต, ฅ ฅน เหมือนกัน

ตอนแรกไม่ได้เป็นสมาชิกทำให้กังวลกลัวไม่ได้อ่านค่ะ  เพิ่งนำเล่มเก่าไปบริจาคค่ะ 

ค คน  จะเปิดอ่านหน้าสุดท้าย จดหมายถึงลูกแก้มลุกกล่อมก่อนอื่นค่ะ

ชีวจิตไม่ได้เป็นค่ะซื้อตามอัธยาศัย อีกเล่มที่เป็นนานแล้ว มีขาดอายุบ้างแต่ซื้อหามาเติมได้เพราะมักมีเหลือ คือ สารคดี และ Natural geography

ชีวจิตเพิ่งจะเป็นสมาชิกตอนที่ลาออกแล้วนี่เองค่ะ เห็นว่ามันเหมาะกับคนแก่สูงวัยค่ะ

นวนิยายก็อ่านนักเขียนคล้ายกันมาก...แต่ของหมอเล็ก ว.วินิจฉัยกุล มาอันดับต้น ๆ ด้วยค่ะ

ว.วินิจฉัยกุล  อ่านแรก ๆ ตามคุณแม่คือ ราตรีประดับดาว  เทวาพาคู่ฝัน รักร้าว หลงเงา ต่อมาหาอ่านเองบ้างเช่นทางรัตติกาล  ปัญญาชนก้นครัว ชอบเหมือนกันค่ะ 

เรื่องแปลที่คิดถึงตลอดและอ่านหลาย ๆ ครั้ง ซื้อหามาไว้หลาย ๆ เล่มและหลาย ๆ หน้าปกเก่า คือ ต้นส้มแสนรัก

ต้นส้มแสนรักได้อ่านหลายรอบค่ะ  ทดสอบว่าจะร้องไห้อีกไหม  อ่านแล้วทำให้ได้มีโอกาสเป็นครูที่ดีและเข้าใจเด็กมากขึ้นค่ะ

ขอถือโอกาสคุยกับคุณจ้า ด้วยว่า เห็นด้วยอย่างที่สุดกับ.....totally agree with you that some books are too good to read just once.

ขอบคุณค่ะ

อ่านจนนับไม่ได้ค่ะว่ากี่รอบ

อยากคุยอีก ชอบใจบันทึกนี้ เป็นเมื่อก่อนคงท้าแข่งเรื่องการอ่านแล้วเล่า เพราะมีอาชีพแบบเดียวกัน เคยอ่านและสรุปเป็นรายงานให้พี่ ๆ  หลายเรื่อง อุดมการณ์บนเส้นขนาน ปุลากง เหมือนกันอีกแล้ว

บ้านขนนก  บุญรอด  คำพิพากษา  ปูนปิดทอง  อุมดมการณ์บนเส้นขนาน ปุลากง  เขาชื่อกานต์  ช่วยอ่านให้เพื่อนไปทำรายงานค่ะ

ตอนนี้โดยหน้าที่ต้องอ่านเรื่องไฮโซสำหรับเรา คือเรื่องวิชาการ วิทยาศาสตร์ ยอมรับว่าอ่านไม่รู้เรื่องเลย

ไม่อยากสนใจเรื่องหนัก ๆ แล้วค่ะ  เพราะพี่คิมไม่สันทัดทางวิชาการค่ะ

ต้องใช้แบบเดิม คือ อ่านซ้ำ ๆ เร็ว ๆ ให้รู้โครงเรื่องก่อนแล้วอ่านใหม่อีกนับสิบครั้ง จึงจะเข้าใจจนสามารถเล่า(นำเสนอ)ให้เพื่อนและครูฟังได้

เช่นเดียวกันค่ะ   

ลูกชายค่ะ อ่านเร็ว อ่านแหลก และอ่านทั้งไทยและอังกฤษคติของเขาคือ อ่านในร้านตอนเลือกซื้อจบสองเล่ม ซื้อกลับบ้านสามถึงสี่เล่ม แล้วแต่ ก.พ. (กระเป๋าพ่อหรือแม่) เช่นกันค่ะ

เคยทำแบบเดียวกันค่ะ แบบซื้อ๒ แถม ๑ อะไรทำนองนี้ค่ะ  คืออ่าน ๑ เล่มซ้อ ๒ เล่ม บางเรื่องอ่านแล้วหายไปแต่กลับมาเจอซื้ออีกค่ะ

ปล. เขาเคยอ่านหนังสือท่านโอโช ฉบับอังกฤษ บท Intro แล้วสนทนาให้แม่ตกใจว่า Intuition ดีอย่างไร เมื่ออายุแปดขวบค่ะ

ชื่นใจค่ะ  ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นะคะ

กลับมาอ่านคำวิจารณ์ของนักอ่านทั้งหลายอีกรอบ

บันทึกนี้ ช่างน่านิยมจริงๆ

เป็นการส่งเสริมการอ่านอีกทาง

เขียนเมื่อ 

ผมก็ชอบอ่านครับ เห็นหนังสือแล้วเป็นต้องซื้อ เล่มไหนยังไม่ได้อ่านไม่เป็นไร ถ้ามีเนื้อหาสาระที่ดีคิดว่าได้ใช้ในอนาคตซื้อไว้ก่อนเพราะถึงวันนั้นหนังสือเลิกผลิตแล้วจะร้องไห้ซื้อก็ไม่สามารถหาได้... แต่ก็มีเหมือนกันซื้อหนังสือซ้ำ เพราะอ่านผ่านแล้วเข้าท่าดีแต่ดันลืมว่าเคยซื้อไปแล้ว

ผมมีวิธีการที่จะส่งเสริมเด็ก ๆ ชอบอ่านหนังสือ ผมใช้กับลูกสาวแล้วได้ผลครับ

ตอนอายุประมาณ 5-6 เดือนก็เริ่มจากหนังสือลอยน้ำที่เป็นพลาสติกใส่ให้เขาเล่นในอ่างน้ำเลย แล้วสอนเขาดูรูปแล้วพูดตาม เล่นกับเขาโดยมีหนังสืออยู่ในมือด้วย

จากนั้นถ้าเราอ่านหนังสือปกติผมจะอ่านทีละหลายเล่มโดยเอามากองไว้ก่อนแล้วก็นอนอ่านแล้วลูกเห็นก็จะคลานมาหา คลานบนกองหนังสือนั่นแหละไม่เป็นไรคอยระวังว่าหนังสือจะหัก ปีก ฉีกขาดบ้าง ถ้าลูกพยายามแทะหนังสือเราก็บอกว่า... อ๊ะ ๆ อันนี้เขาเอาไว้อ่านกัดไม่ได้ แล้วก็เอาของเล่นสำหรับแทะมาให้กัดแทน แล้วก็ชวนเขามาเปิดหนังสือด้วยกัน

จากนั้นเวลาเขาเปิดหนังสือแล้วจะฉีกก็บอกว่า อ๊ะ ๆ อันนี้ฉีกไม่ได้แล้วหากระดาษ A4 สีขาว ๆ ไม่มีตัวหนังสือมาฉีกแทน เวลาเราเขียนหนังสือแล้วเขาพยายามจับปากกามาขีดหนังสือเราก็บอกว่า อ๊ะ ๆ อันนี้ขีดไม่ได้ แล้วหากระดาษ A4 สีขาว ๆ มาให้ขีดแทน

พอโตขึ้นเขากลายเป็นเด็กรักการอ่านมาก และไม่เคยฉีกหนังสือ ขีดเขียนในหนังสือเลยครับ

ทำให้เด็กชอบกินผักก็เหมือนกันครับ เริ่มแต่ 5-6 เดือนเหมือนกัน เพราะถ้าบังคับหรือฝึกตอนโตมันจะยากสักหน่อยครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท

พี่คิมยังไม่ถึงเป็นนักอ่านหรอกนะคะ  แต่อยากสื่อให้ทราบว่า "การอ่านต้องฝึกมาจากครอบครัว" ให้รู้คุณค่าของการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะโยธินิน

ใกล้ปิดภาคเรียนแล้ว  พี่คิมมีแผนว่าจะนำเด็ก ๆ ในซอยมาฝึกอ่านกันค่ะ  เพราะที่บ้านมีหนังสือการ์ตูน  พี่คิมชอบอ่านการ์ตูนด้วยนะคะ

เห็นด้วยค่ะว่า "ครอบครัวและพ่อแม่มีอิทธิพลต่อทางเลือกของลูก" ค่ะ  ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจนะคะ

การอ่านหนังสือเป็นการรักษาจิตใจให้มีสมาธิ  อย่างดีเลยนะคะ

เขียนเมื่อ 

แอบดูหนังสือที่พี่ครูคิมชอบอ่าน ;)...

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์Wasawat Deemarn

ตอนนี้อ่านไปหมดที่ยังไม่ได้อ่านค่ะ  ยกเว้นเรื่องดารา  และดวงชะตา  แบบนี้ไม่อ่านเลยค่ะ

ระหว่างนี้ถือว่าเข้าสู่วัยชรา  ต้องอ่านธรรมะมากเป็นพิเศษ อ่านไปก็ฝึกปฏิบัติไปค่ะ

วันนี้อ่าน "รุ่งอรุณแห่งความู้สึกตัว" ของท่านเขมานันทะค่ะ

ขอขอบคุณค่ะ