คำถามของผมก็คือ "เยาวชนไทยจะได้อะไรจากสิ่งเหล่านี้ครับ" หรือแม้แต่ "ผมหรือท่านเองจะได้อะไรจากสิ่งเหล่านี้ครับ"

วันนี้ผมมีเวลาพอที่จะเขียนเรื่องที่สองครับ จริงๆ อยากจะเขียนตั้งแต่วันแรกที่เห็นข่าว "จูบนานทำลายสถิติโลก" แล้วครับ แต่อยู่ต่างจังหวัดเลยไม่สะดวกในการเขียนเท่าที่ควร ก่อนอื่นก็ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ทำลายสถิติโลกนะครับ ยินดีกับประเทศไทยด้วยที่ได้มีชื่อเข้าไปอยู่ในกินเนสส์บุ๊ค (Guinness Book of World Records) ส่วนตัวผมไม่ค่อยเป็นคนมองโลกในแง่ลบเท่าไหร่ (ตอนไปอบรมนพลักษณ์ อาจารย์สรุปว่าผมเป็นลักษณ์ ๗ คือ อะไรลองหาอ่านเองนะครับ) แต่ผมรู้สึกกังวลมากกว่า โดยเฉพาะสื่อที่ประโคมข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง  มีทั้งภาพในหนังสือพิมพ์ มีทั้งภาพและเสียงในข่างทีวี คำถามของผมก็คือ "เยาวชนไทยจะได้อะไรจากสิ่งเหล่านี้ครับ" หรือแม้แต่ "ผมหรือท่านเองจะได้อะไรจากสิ่งเหล่านี้ครับ" ภาพผู้ชายจูบผู้ชาย ภาพความพยายามที่จะเข้าห้องน้ำโดยไม่ให้ปากหลุดออกจากกัน มันให้อะไรกับสังคมเหรอครับ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเหรอครับ ชาวต่างชาติจะมาเมืองไทยมากขึ้นเพราะเราะมี "จูบนานทำลายสถิติโลก" จริงหรือครับ หรืออาจจะจริง ผมอาจคิดผิด หรือถ้าผมไปต่างประเทศ ผมไปบอกว่า ประเทศผมมี "จูบนานเป็นสถิติโลก" แล้วคนในประเทศนั้นเขาจะยินดีหรือตื่นเต้นกับผมหรือไม่

ที่กล่าวมามิได้ประสงค์ไม่ดีแต่อย่างใด ใครอยากทำอะไรก็ทำเถอะครับ แต่สื่อควรเลือกให้น้ำหนักเรื่องที่ควรนำเสนอให้มากกว่านี้ครับ ถ้าสอนได้ว่าเรื่องนี้ให้แง่คิดอะไรด้วยก็จะดี ไม่ใช่อะไรก็บอกว่า "ผู้ปกครองควรพิจารณา" ตรงนี้มันปลายทางแล้วครับ สังคมบ้านเราส่วนใหญ่ "ผู้ปกครองไม่มีเวลาพิจารณา" ดังนั้น "สื่อต้องช่วยพิจารณาด้วยครับ" วันนี้เด็กๆ แทบจะเล่าประวัติของ "เซนต์ วาเลนไทน์" ได้คล่อง แต่แทบไม่มีเด็กคนไหนเล่าประวัติ "วันมาฆะบูชา" ได้เลย