การถือเอาชุมชนให้เป็นหน่วยปฏิบัติการทางการศึกษาและหน่วยการเรียนรู้ นอกจากจะเป็นการบุกเบิกมิติการศึกษาเรียนรู้ในความหมายที่กว้างกว่าการศึกษาในระบบโรงเรียน ให้มีบทบาทต่อการพัฒนาชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมมากยิ่งขึ้นแล้ว ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการศึกษาในระบบ ให้มีความสามารถจัดการตนเอง ซึ่งในที่สุด ก็จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะส่งผลต่อการยกระดับให้การศึกษาในระบบเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีมากยิ่งๆขึ้นไปด้วย

โดยนัยสำคัญดังกล่าวนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชน ในอีกความหมายหนึ่ง จึงเป็นการปฏิรูปการศึกษาด้วยระบบชุมชน โดยมีส่วนสำคัญต่อการเตรียมพื้นฐานผู้เรียนและทรัพยากรการศึกษาที่ป้อนเข้าสู่การศึกษาในระบบ อีกทั้งพลังความเป็นชุมชนนั้น ก็ย่อมเป็นสภาพแวดล้อมและเครือข่ายการมีส่วนร่วมทางการศึกษา ที่จะเกิดการพัฒนาตนเองให้เข้มแข็งเพียงพอต่อการมีบทบาทสนับสนุนโรงเรียนและสถานศึกษา ให้บรรลุจุดหมายที่พึงประสงค์ร่วมกันได้ดียิ่งๆขึ้น

ดังนั้น การวิจัยด้านกระบวนการเรียนรู้ชุมชน ตลอดจนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชน จึงเป็นการวิจัยทางการศึกษาอีกสาขาหนึ่งที่ควรให้ความสนใจ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมการศึกษาเชิงระบบ ทำให้เกิดเครือข่ายชุมชนเพื่อการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม พร้อมกับเชื่อมโยงมิติการศึกษาให้มีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการสร้างความเป็นจริงให้เกิดขึ้นแก่สังคม มากยิ่งๆขึ้นไปด้วย หน่วยงานทางการศึกษา รวมทั้งหน่วยงานและองค์กรต่างๆที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ของประชาชน ตลอดจนการวิจัยของมหาวิทยา หากสามารถพัฒนาการวิจัยในด้านนี้ด้วย ก็นับว่าเป็นการสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะในชนบท ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านคนและทรัพยากรทางวิชาการ ได้มีเครือข่ายจากภายนอกชุมชนเป็นกำลังร่วมคิดและทำสิ่งต่างๆ ได้ดีมากยิ่งๆขึ้น

จากประสบการณ์ที่พอมี ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะต่อผู้สนใจ ในอันที่จะดำเนินการวิจัยด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชน ให้มีบทบาทต่อการพัฒนาการจัดการตนเองของชุมชนและการดำเนินงานของท้องถิ่น เพื่อสร้างสุขภาวะชุมชนได้เป็นอย่างดีมากยิ่งขึ้น ดังนี้ :

การวิจัยพื้นฐาน : มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจต่อสิ่งต่างๆต่อไปนี้ในระดับความเป็นจริงของชุมชนว่าในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้คิด ตัดสินใจ และริเริ่มสิ่งต่างๆได้อย่างเหมาะสมบนพื้นฐานของชุมชน : การสร้างความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับมิติสังคมวิทยาชุมชนในบริบทใหม่ๆของสังคมไทย ทั้งในสังคมเมือง สังคมชนบท และพื้นที่พิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต ตลอดจนการวิเคราะห์ทางสังคมประชากร การวิเคราะห์และพัฒนาโครงการทางประชากรศึกษา สิ่งแวดล้อมศึกษา และการศึกษาเพื่อการพัฒนาในมิติต่างๆ ด้วยแนวคิดและวิธีการที่สอดคล้องกับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชนได้อย่างสอดคล้องกับสภาวการณ์ทางสังคม เช่น พื้นที่เขตอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ พื้นที่ชายแดนซึ่งลักษณะทางสังคมมีความพิเศษจำเพาะ พื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรม พื้นที่ขาดแคลนทรัพยากรและไร้โอกาส ชุมชนในความหมายใหม่ เช่น สังคมออนไลน์ ชุมชนบ้านจัดสรร ชุมชนในองค์กรและแหล่งประกอบการขนาดใหญ่ เป็นต้น ประกอบด้วย

  • การวิเคราะห์สภาวการณ์ด้านการเรียนรู้ : การบริโภคข้อมูล ข่าวสาร สภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชนในชุมชน สภาวการณ์ความเท่าทันสื่อและศักยภาพการสื่อสารเรียนรู้ที่ใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของชุมชน (Literacy in Educational Technology and Innovation) ศักยภาพ ทุนประสบการณ์ และสภาพการดำเนินการและการจัดการตนเองของชุมชน องค์กรท้องถิ่น และกลุ่มประชาคม ในพื้นที่ชุมชน ระบบและโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน การปฏิสัมพันธ์และความเชื่อมโยงกันของการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษากับกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน
  • การสร้างความรู้พื้นฐานเพื่อใช้ทำงานให้เหมาะสมกับชุมชน : แบบแผนการสร้างประสบการณ์และการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มต่างๆในชุมชน บทบาทการศึกษาเรียนรู้และการใช้ความรู้ในชีวิตประจำวัน วิธีเรียนรู้จากแหล่งประสบการณ์ต่างๆ วิธีเรียนรู้ ผลกระทบ และผลสืบเนื่องของพัฒนาการทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชนต่อมิติต่างๆในวิถีชีวิตชุมชน

การวิจัยทางมานุษยวิทยา : มุ่งสร้างความรู้ของชุมชนในมิติต่อไปนี้ว่าเป็นอย่างไร ? : การวิจัยที่ทำให้ชุมชนค้นพบตนเอง เข้าถึง และจัดความสัมพันธ์กับโลกรอบข้างได้อย่างเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งๆขึ้น เช่น การวิจัยเพื่อเข้าถึงระบบวิธีคิดที่สะท้อนความเป็นตัวของตัวเองของชุมชนตลอดจนกลุ่มทางสังคมต่างๆ ครอบคลุมทั้งระบบวิธีคิดต่อความจริง ความดี ความงาม ตลอดจนระบบความเชื่อ ระบบคุณค่า ระบบความรู้ สังคมวิทยาชุมชนที่สร้างขึ้นจากความรู้และประสบการณ์ของชาวบ้าน ประวัติศาสตร์จากการบอกเล่าและการสะสมไว้ในวิถีชีวิตของชุมชน มรดกทางสังคมของชุมชน แหล่งประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ความภูมิใจร่วมกันของชุมชน นิทาน เรื่องเล่า เพลง งานศิลปะและการสร้างสรรค์ ศิลปะในอาหารและเสื้อผ้า ระบบคิดเกี่ยวกับชีวิตและความสำนึกต่อมิติส่วนรวมของสังคมในชุมชน วัฒนธรรมการสื่อสารและการแสดงภาวะปัจเจกภาพในบริบทของชุมชน

การวิจัยและพัฒนาการมุ่งคิดค้น ประดิษฐ์ ปรับปรุงวิธีการและการปฏิบัติเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชน เพื่อสร้างสรรค์สุขภาวะสาธารณะชุมชน ดังต่อไปนี้ว่าทำให้ดีและมีความเหมาะสมพอเพียงแก่ชุมชน ได้อย่างไร ? : การพัฒนาทักษะการสื่อสารและการเรียนรู้ทางสังคมเพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองในเงื่อนไขแวดล้อมที่จำเป็นของชุมชน การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อมีส่วนร่วมต่อสาธารณะด้วยตนเองอย่างสร้างสรรค์ของประชาชน การพัฒนาทักษะพ่อแม่และสมาชิกครอบครัวในการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์เชิงการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะและภาวะผู้นำทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาของผู้นำชุมชน เครือข่าย อสม กลุ่มการรวมตัวของประชาชน กลุ่มเยาวชน การพัฒนาทักษะการสื่อสารและจัดการความรู้ในภาวะวิกฤติ การพัฒนาทักษะการสื่อสารและสร้างการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมชุมชน การถอดบทเรียนและพัฒนาความเข้มแข็งในการจัดการตนเองของชุมชน อบต โรงเรียน อสม และเครือข่ายประชาชนในชุมชน การพัฒนาสื่อและระบบจัดการความรู้ที่เหมาะสมสำหรับชุมชน การพัฒนาระบบแสง สี เสียง และระบบไฟ เพื่อจัดงานต่างๆที่มีรสนิยมและสร้างสรรค์มิติชุมชน รูปแบบการจัดงานและการใช้สื่อให้กิจกรรมชุมชนมีความหมายต่อการสืบทอดระบบภูมิปัญญาของชุมชนอย่างเข้มแข็ง

การวิจัยปฏิบัติการ : มุ่งเรียนรู้จากการปฏิบัติ สร้างความรู้ชี้นำการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างดำเนินการและวิธีจัดการต่างๆเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาของชุมชนในสิ่งต่อไปนี้ว่าทำให้เกิดขึ้นด้วยการพึ่งตนเองในการจัดการของชุมชนได้อย่างไร เหตุผลและวิธีคิดต่อการดำเนินการต่างๆของชุมชนเป็นอย่างไร บรรลุผลที่ต้องการอย่างไรบ้าง บทเรียน องค์ความรู้ นวัตกรรม กระบวนการค้นพบ และภูมิปัญญาปฏิบัติต่างๆเป็นอย่างไร  ? :  แหล่งการเรียนรู้และนำเสนอข้อมูลชุมชนที่ดำเนินการและบริหารจัดการด้วยตนเองของกลุ่มประชาคมในชุมชน การระดมพลังการมีส่วนร่วมเพื่อดำเนินการและบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้และนวัตกรรมการเรียนรู้ในชุมชน เช่น เครือข่ายบ้านเรียน กิจกรรมในสวนสาธารณะเพื่อการเรียนรู้และสร้างการพักผ่อนหย่อนใจร่วมกันนอกบ้าน เครือข่ายโรงเรียน อสม บ้านเรียนศิลปะชุมชน องค์กรและเครือข่ายดำเนินการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับกลุ่มพลเมืองสูงวัย ผู้พิการ กลุ่มสร้างสรรค์การพึ่งตนเอง และกลุ่มเป้าหมายต่างๆ การดำเนินการพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของชุมชน การจัดการชุมชนเรียนรู้ผ่านการพัฒนาระบบการผลิตในวิถีทำกินของชุมชน การดำเนินการศูนย์ปฏิบัติการเรียนรู้ชุมชนทางสื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชนด้วยการจัดการเชิงธุรกิจ ธุรกิจเชิงวิชาการ ธุรกิจเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่พอเพียง การสร้างงานและรูปแบบออแกไนเซอร์งานต่างๆในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ที่เด็ก เยาวชน และประชาชนในชุมชน สามารถบริการชุมชนและทำงานเพื่อพึ่งตนเองในการพัฒนาชีวิตที่ดีได้ การพัฒนาโครงสร้างและการจัดองค์กรดำเนินการเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชนตามที่ต้องการขององค์กรท้องถิ่นและชุมชน การพัฒนาเวทีชุมชนและแหล่งการเรียนรู้สาธารณะในชุมชนให้เกิดระบบจัดการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชนที่มีประสิทธิภาพ การดำเนินการเครือข่ายจัดการความรู้ทางเว็บบล๊อกเพื่อทำให้ชุมชนมีคลังความรู้ พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ท้องถิ่น และสามารถเข้าถึงจากสังคมภายนอกได้อย่างกว้างขวาง

แนวดำเนินการวิจัยและปฏิบัติการเชิงสังคม เพื่อเคลื่อนไหวชุมชนให้ได้ร่วมกันปฏิบัติและเรียนรู้การจัดการตนเองด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชน ก่อนที่จะใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพียงได้แต่ความทันสมัย อีกทั้งเข้าถึงประชาชนและชุมชนได้อย่างทั่วถึงไปจนถึงระดับครัวเรือนและระดับปัจเจกนั้น จะทำให้ชุมชนเกิดระบบวิธีคิด รวมทั้งเห็นคุณค่าความสำคัญของความรู้กับการดำเนินชีวิต ตลอดจนเห็นคุณค่าความสำคัญของภูมิปัญญาชุมชน แล้วจึงมีเหตุผลที่ดีต่อการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ ซึ่งบทเรียนจากหลายแห่ง ที่สามารถดำเนินการในแนวทางดังกล่าวนี้ได้ เช่น เวทีคนหนองบัว, เครือข่ายโฮงเฮียนภูมิปัญญาล้านนา, เครือข่ายโรงเรียน อสม, เครือข่ายบล๊อกเกอร์จำนวนหนึ่งของเว็บบล๊อก GotoKnow ซึ่งกำเนิดที่คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นสังคมออนไลน์ที่เชื่อมโยงถึงภาคปฏิบัติการในชุมชนด้วย เหล่านี้ ได้ให้บทเรียนที่น่าสนใจบางประการว่า จะก่อให้เกิดการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาอย่างมีคุณค่า อีกทั้งมีการจัดการของชุมชนที่เข้มแข็งมากกว่าการได้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆโดยขาดกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการอยู่กับการปฏิบัติ 

ยิ่งไปกว่านั้น การมุ่งส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมดำเนินการและจัดการตนเองได้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาชุมชน จะเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยแปรประสบการณ์ของชุมชนในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ ให้สามารถบันทึก สร้างเป็นระบบความรู้และคลังภูมิปัญญา ตลอดจนเป็นสื่อการเรียนรู้และทรัพยากรทางความรู้ ซึ่งจะสามารถเป็นวัตถุดิบและเป็นปัจจัยพื้นฐาน ในอันที่จะริเริ่มสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงต่างๆของสังคม ขึ้นจากพื้นฐานที่งดงามและเข้มแข็งของชุมชน ทั้งทางด้านการปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน การพัฒนาสังคมวัฒนธรรมประชาธิปไตย การพัฒนาสังคมวัฒนธรรมการอ่านและการใช้ความรู้ในบริบทการเปลี่ยนแปลงสมัยใหม่

ที่สำคัญคือ จะช่วยทำให้สังคมมีเครือข่ายการเรียนรู้และสร้างความเป็นจริงของตนเองให้ปรากฏ สามารถค้นหาและเข้าถึงด้วยระบบจัดการความรู้ลงไปจนถึงระดับวิถีชีวิตชุมชนที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในระบบข้อมูลและความรู้ทางสังคมมาก่อน ซึ่งจะทำให้ชุมชนอีกเป็นจำนวนมากสามารถร่วมนำเสนอความเป็นจริงใหม่ๆที่ดีและมีอยู่ในสังคมของประเทศ ที่คนส่วนใหญ่อาจจะไม่เคยเห็นความเป็นตัวของตัวเองดังกล่าว เพราะไม่มีวิธีจัดการเข้าไปช่วยชุมชนได้อย่างเหมาะสมเพียงพอ.