ให้ไปดูกระบวนการผลิต "อาหาร" เจือสารพิษ แต่ละชนิด อย่างละเอียด ท่านจะเลิกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างไม่หันมามองมันอีกเลย

แต่ก่อนผมก็มีนิสัยการบริโภคแบบตามใจปาก อะไร “รู้สึก” ว่าอร่อย ก็เน้นรับประทานอย่างนั้น โดยไม่เคยไปศึกษา หรือไปตามดูว่าอะไรควร ไม่ควรบริโภค

แต่...

หลังจากทำงานในโครงการวิจัยระบบการทำฟาร์ม ทำให้ผมต้องออกไปคุยกับชาวบ้านแทบจะทั่วประเทศไทย ทำให้มีโอกาสเห็นความจริงของระบบการผลิตอาหารเป็นการค้าแทบทุกประเภท

ไม่ว่าจะเป็น ผัก พืชไร่ พืชผลิตเมล็ดพันธุ์ ผลไม้ ไก่ หมู วัว กุ้ง ปลา ฯลฯ

ทำให้ผมพอจะเดาได้ว่า อาหารชนิดใดน่าจะมีสารพิษน้อย หรือน่าจะมีมาก ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับแหล่งผลิต ฤดูการผลิต และขนาดของพื้นที่การผลิต

ที่พบว่า พืชที่มีการใช้สารพิษมากและรุนแรง ได้แก่ พืชและสัตว์ที่อ่อนแอต่อโรคและแมลง เช่น

  • กะหล่ำทุกชนิด ผักกาดขาว ผักกาดหัว
  • ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือเทศ
  • แตงโม ส้ม องุ่น ชมพู่
  • ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียว แบบฝักใหญ่ทั้งหลาย
  • ไก่กระทง หมูขุน ปลาในกระชัง
  • กุ้งกุลาดำ
  • ฯลฯ

นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารแปรรูปที่ใส่สารเคมี จำพวกขนมซอง เครื่องดื่มใส่สีแล้วอัดลม แหนม ลูกชิ้น ไส้กรอก และอีกมากมายหลายชนิด

ทำให้ผมเห็นความเป็นจริง และไม่คิดอยากจะบริโภคอาหารเจือสารพิษเหล่านั้นอีกเลย

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ผมได้รับทราบและเห็นสิ่งที่น่ากลัวมากขึ้นไปอีกคือ เกษตรกรที่ปลูกข้าวเพื่อการค้า จะไม่กล้ารับประทานข้าวที่ตนปลูก แต่จะไปซื้อข้าวจากตลาดมาบริโภคแทน

ผมถามว่า “แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าวที่ตัวเองซื้อมาจะมีสารพิษน้อย”

เขาตอบว่า “ก็น่าจะจางๆบ้าง และเชื่อว่าคนอื่นเขาคงไม่ใช้สารเคมีมากเท่าเรา โดยเฉพาะทางภาคอีสาน น่าจะมีข้าวที่ใช้สารพิษไม่มาก”

แต่เมื่อผมมาดูการผลิตข้าวในอีสาน ก็พบว่าใช้ทั้งยาฆ่าหอย ยาฆ่าปู ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ไม่แตกต่างกันจากภาคอื่น โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกขาย จะอัดยาสารพิษเต็มที่

แบบว่า แม้งูก็เลื้อยผ่านแปลงนาไม่พ้น ตายอยู่กลางแปลงนั่นแหละครับ แล้วผลผลิตข้าวจะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรบางรายปลูกพืชเมล็ดพันธุ์ขายในนาหน้าแล้ง ที่ใช้สารพิษรุนแรงมาก เพราะเขาว่าไม่ใช้เพื่อการบริโภค ไม่ต้องระวังมาก แต่กลับใช้ที่ดินตรงนั้นปลูกข้าวต่อ น่ากลัวจริงๆ

ทำให้ผมค่อนข้างขยาดกับการบริโภคข้าวที่มาจากตลาด โดยไม่ทราบว่าใครปลูก และปลูกอย่างไร

ที่ต้องถามว่า "อาหารนี้ท่านได้แต่ใดมา" อยู่บ่อยๆ

แต่จะสบายใจมากขึ้นนิดหน่อยถ้าไปทานข้าวตามบ้านชาวบ้านที่รู้แน่นอนว่าทำการเกษตรแบบไหน

และจะสบายใจมากๆถ้าไปทานข้าวกับเกษตรกรในกลุ่มเกษตรอินทรีย์

ดังนั้น ถ้าไม่แน่ใจ และจำเป็นต้องเดินทางไกล กลับมาทานที่บ้านไม่ได้ ผมจะนำข้าวไปทานเอง

ส่วนชีวิตประจำวันก็ทานข้าวที่บ้านอย่างเดียว เว้นมื้อกลางวันเพื่อลดภาระการห่อข้าวไปทานที่ทำงาน

ดังนั้น ผมจึงได้ข้อสรุปว่า

ถ้าอยากจะเลิกการบริโภคอาหารเจือสารพิษได้โดยสมัครใจ ให้ไปดูกระบวนการผลิต "อาหาร" เจือสารพิษแต่ละชนิด อย่างละเอียด ท่านจะเลิกบริโภคอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างไม่หันมามองมันอีกเลย เช่น

นักศึกษากลุ่มหนึ่งชอบดื่มโค้กมาก ได้ไปฝึกงานโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่ขอนแก่น ได้เห็นเขาเอาน้ำกับสารเคมีสารพัดชนิดมาผสมกัน แล้วอัดลมบรรจุกระป๋อง ตั้งแต่นั้นมา นักศึกษากลุ่มนี้ก็เลิกดื่มโค้กแบบไม่หันไปมองอีกเลย เขาว่าเห็นแล้วแทบ "อ้วก"

นักศึกษาเกษตรไปดูงานการผลิตผักสดสู่ตลาด เห็นเขาพ่นยาแบบ "พ่นเช้าเก็บเย็น" หรือ โรยฟูราดานที่โคน ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่กล้าบริโภคผักประเภทนั้นๆอีกเลย

นักศึกษาแพทย์ไปดูงานการผลิตนมสดรสสตรอเบอรี่ เห็นเขานำหางนมผงมาผสมสารเคมีสารพัดชนิด ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเทียม รสเทียม และสารป้องกันการตกตะกอน ตั้งแต่นั้นมานักศึกษากลุ่มนั้นก็เลิกบริโภคนมสดปรุงรสทุกชนิด

วิธีนี้น่าจะได้ผลครับ ใครสนใจ ลองดูได้ครับ

ขอให้ปลอดภัยจากสารพิษครับ