วันนี้ได้มีการประชุมคุณกิจและ "คุณคอม" หรือเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ความช่วยเหลือคุณกิจของบางอำเภอที่อาจจะยังไม่คล่องแคล่วด้านคอมพิวเตอร์มากนัก ได้มีการทบทวนกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาและนำเสนอการใช้งานเวบบล๊อก เพื่อเตรีมเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้เสมือนจริงอีกชุมชนหนึ่ง โดยได้เรียนรู้หลายอย่างจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน สิ่งที่พบว่าเป็นอุปสรรคต่อการเกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เสมือนจริงนี้มีหลายประการ เช่น ทักษะภาษาอังกฤษ ทักษะการพิมพ์ดีด และลักษณะเฉพาะของเจ้าหน้าที่ในการแสดงความคิดเห็น โดยหลายคนบอกว่าไม่ค่อยชอบภาษาอังกฤษ อ่านและแปลใช้เวลามาก ได้มีการเสนอเครื่องมือง่ายๆที่พอจะช่วยได้บ้างคือโปรแกรมแปลภาษาที่สามารถจัดหาได้ง่ายและมีหลากหลายชนิด ทั้งที่สามารถแปลได้เมื่อเลื่อนเม้าส์ไปชี้ที่คำภาษาอังกฤษนั้นเลย สำหรับทักษะการพิมพ์ดีดนั้นได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เคยพบเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ศาลที่พิมพ์ได้รวดเร็วมาก ซึ่งคงเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนและควรฝึกพิมพ์สัมผัส ซึ่งจะดีกว่าการจิ้มดีดมากเพราะจิ้มดีดนั้นเริ่มต้นอาจจะดูง่าย แต่จะมีปัญหาข้อจำกัดด้านความเร็วเมื่อพิมพ์ได้คล่องขึ้น ส่วนลักษณะเฉพาะของเจ้าหน้าที่ในการแสดงความคิดเห็นนั้น ได้แลกเปลี่ยนความคิดที่ว่า คนที่ถามคำถามอาจจะดูเหมือนไม่มีความรู้ แต่เขาจะไม่มีความรู้อยู่เพียงแค่ 4-5 นาที เพราะเมื่อเขาถามคำถามแล้วเขาก็จะได้รับความกระจ่าง ส่วนคนที่ไม่ถามหรือ "อมภูมิ" นั้นจะไม่ได้รับความกระจ่างตลอดไปเลยทีเดียว ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมให้ความสนใจและคิดว่าน่าจะนำไปบอกกล่าวกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อปรับเปลี่ยนความเข้าใจต่อการซักถามได้ สำหรับคุณคอมเอง ทุกคนบอกตรงกันว่าการสร้างเวบบล๊อกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาคือ "เนื้อหา" ที่คุณกิจเองจะนำเสนอและบันทึกเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งนับว่าเป็นที่น่ายินดีที่แสดงว่าคุณคอมเองก็มีประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการทำงานพอสมควร ที่ประชุมได้เสนอให้ลองใช้เวบบล๊อกนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดเลย ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี วันนี้ได้นำเสนอข้อมูลด้านวิชาการบางส่วนเกี่ยวกับการจัดการความรู้ เฉพาะในส่วนที่มีองค์ความรู้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ได้อ่านจากหนังสือของ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา เรื่อง สังคมความรู้ยุคที่ 2 ว่าการจัดการความรู้อาจจะมีระดับหรือขั้นตอนตามลำดับดังนี้ คือ 1. การเข้าถึงความรู้ K-access 2. การตรวจสอบความถูกต้อง K-validation 3. การประเมินคุณค่า K-valuation 4. การย่อยความรู้ให้พร้อมใช้งาน K-optimization 5. การกระจายความรู้ K-dissemination นอกจากนี้ยังได้นำเสนอถึงการจัดการความรู้ทางวิชาชีพแพทย์ ที่เรียกว่าการแพทย์เชิงประจักษ์ Evidence-based medicine และการจัดการความรู้ของชุมชนทางการแพทย์ระดับโลกชุมชนหนึ่งที่เรียกว่า Cochrane collaboration ที่มีการเสนอหัวข้อ ทบทวนอย่างจริงจัง และมีการนำเสนออย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและการดูแลผู้รับบริการทั่วไปอย่างมาก ช่วงท้ายของการประชุมได้ชักชวนทุกคนให้นำเสนอความคิดเห็นผ่านเวบบล๊อกและให้จัดหาอีเมล์ของตนเองให้ครบทุกคน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานภายในชุมชนแห่งการเรียนรู้เสมือนจริงของเราทุกคน คิดว่าอีกประมาณ 1-2 เดือนน่าจะได้มีการติดตามความก้าวหน้าของพวกเราว่าจะนำเครื่องมือเหล่านี้มาช่วยในการให้บริการได้เพียงใด ขอเป็นกำลังใจให้คุณกิจ คุณอำนวย คุณคอม และบุคลากรสาธารณสุขทุกท่านที่ปฏิบัติงานเพื่อผู้รับบริการทุกระดับอย่างทุ่มเทครับ วัชระ เอี่ยมรัศมีกุล