การบริหารจัดการ "ข้าวไทย"

อนาคตเกษตรกรชาวนาไทยจะต้องไม่รอขายแค่ข้าวเปลือกอย่างเดียว เกษตรกรชาวนาต้องหาวิธีคิดสร้างสรรค์เพิ่มมูลค่าจากภูมิปัญญาของตนเอง

      "ข้าว" เป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวเพื่อขาย  จากอดีตที่ผ่านมาเกษตรกรปลูกพืชแบบเชิงเดี่ยวเน้นผลิตเพื่อการค้า มุ่งเน้นขายข้าวให้โรงสี และพ่อค้าคนกลาง ข้าวในระบบการปลูกจึงมีแค่ไม่กี่สายพันธุ์ เช่น ขาวดอกมะลิ105 กข.6 กข.15  ส่วน เล้าแตก สังข์หยด หอมสกล หอมสวรรค์ ข้าวก่ำใบดำ ข้าวก่ำเปลือกขาว เขี้ยวงู สินเหล็ก ดอกพยอม หอมนครชัยศรี นางนวล ดอกฮี เฉี้ยงพัทลุง เล็บนกปัตตานี ป้องแอ้วและอีกมากมายเป็นข้าวพื้นบ้านของแต่ละภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์ทั้งด้านโภชนาการและลักษณะเฉพาะตัวค่อยๆหายไป

       ท่านวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวไว้ว่า "อนาคตเกษตรกรชาวนาไทยจะต้องไม่รอขายแค่ข้าวเปลือกอย่างเดียว เกษตรกรชาวนาต้องหาวิธีคิดสร้างสรรค์เพิ่มมูลค่าจากภูมิปัญญาของตนเอง" เริ่มต้นตั้งแต่ต้นน้ำการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่คุณภาพไว้ใช้เองจนถึงปลายน้ำคือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างสู่ตลาด

    ในวาระครบรอบ 36ปี ส.ป.ก. วันที่ 6 มีนาคมที่จะถึงนี้ จึงจัดให้มีการนำข้าวของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมาจัดจำหน่าย และการรวบรวมสายพันธุ์ข้าวไทยทุกภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าทางโภชนาการมาสีและมิกซ์(ผสม)เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่มีในข้าวทั่วทุกภูมิภาคครบถ้วน และนอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวในแบบต่างๆอีกมากมาย เป็นการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการข้าว และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้เข้าถึงตลาดและเป็นที่ยอมรับ ด้วยตัวของเกษตรกรเอง

     ท่านที่สนใจแวะชมได้นะครับที่ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความชีวิต



ความเห็น (0)