วันนี้น่าจะเหมาะกับการพูดถึงเรื่องใจ เรื่องความรัก ความเมตตา โดยเฉพาะเรื่อง "เปิดใจ"
เวทีส่วนใหญ่ที่ไปจัดกระบวนการ workshop มักจะถูกยิงคำถามจากผู้เข้าร่วมว่า "เปิดใจเขาต้องทำอย่างไรบ้าง?"
ตอนที่ถูกถามเรื่องนี้ ผมก็มักจะนึกใจวิธีการเปิดใจคน ให้ยอมรับ หรือปรับเปลี่ยน ตอนเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้เรียนรู้อะไรบางอย่างที่ลืมคิดไปคือ ผมอยู่ในเหตุการการสนทนาของกลุ่มในแห่งหนึ่ง ในการทำงานปกติของชีวิตประจำวันของเขา มันมีบางคำพูดที่อีกฝ่ายหนึ่ง พูดขึ้นมาด้วยอารมณ์ไม่พอใจ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งรับฟัง และนิ่งเงียบ
ผมไม่รู้ว่าทำไมความคิดผมมันวิ่งแว๊บไปที่คำว่า "เปิดใจ" ในขณะนั้น แล้วผมก็คิดต่อว่า
เออ..ที่จริง การเปิดใจ เรามักคิดถึงวิธีการใหม่ที่จะเข้าถึงการเปิดรับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาก คือการระวัง คำพูด คำจา กริยา การประพฤติในทุกๆการสนทนา มันง่ายมากที่จะทำให้เกิดอาการ "ปิดใจ" ของอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างง่ายแค่กระพริบตา
ก่อนที่จะทำเรื่องเปิดใจ สิ่งควรระวังให้มากลำดับต้น ต้องระมัดระวังการพูด การจา การปฏิบัติต่อกันในชีวิตปกติประจำวันที่ทำแล้ว มันจะส่งผลให้เกิด "การปิดใจ" เพราะหากเรากระทำ "การปิดใจ" บ่อยๆ ก็คงพอจะคิดออกนะครับว่า "การเปิดใจ" ก็คงเป็นฝันลมๆแล้งเต็มที
เห็นด้วยค่ะ แล้วก็ต้องพูดนิ่มๆ ไม่ต้องกร้าว พร้อมสื่อสารด้วย positive body language ค่ะ http://www.positive-way.com/body.htm
ก่อนเริ่มงานต้องฝึกกันก่อนเล็กน้อยน่าจะดีค่ะ เพราะธรรมชาติของการสนทนามักจะมีส่วนที่เป็น conflict ในตัวอยู่แล้วค่ะ
ขอบคุณ อาจารย์ ธวัช ที่ชวนให้ฉุกคิด เรื่องไกล้ตัวที่พูดไปแล้วใจไม่เปิด