คุณสมพร ใช้บางยาง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นวิทยากร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ สถิรปัญญา ผู้บริหารโครงการ เป็นผู้ดำเนินการเสวนาเวทีระดับจังหวัด ณ หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
ร่วมสร้างเมืองไทยให้น่าอยู่ เพื่อคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัว กับท้องถิ่นไทยเวทีสาธารณะจาก โครงการเพิ่มขีดความสามารถเพื่อคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัว มหาวิทยาลัยทักษิณ
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา ท่านสมพร ใช้บางยาง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และวันที่ 13 สิงหาคม 53 ณ โรงแรมวังโนรา จังหวัดพัทลุง นายคุณัญพงษ์ ทหารไทย ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดพัทลุง ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดเวทีสาธารณะ ร่วมสร้างเมืองไทยให้น่าอยู่ เพื่อคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัว กับท้องถิ่นไทย โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดกว่า 400 คน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล พัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช
โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดสรร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ อปท. ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัวในพื้นที่ 50 แห่ง ของ 5 จังหวัด โดยมีอาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นทีมพี่เลี้ยงทางวิชาการ และใช้ระบบติดตาม สนับสนุน ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการนำเทคนิคการจัดการความรู้ในรูปแบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นระยะๆ ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาค และสรุปบทเรียนหลังจากได้ดำเนินการมาครบ 1 ปี
คุณสมพร ใช้บางยาง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงบทบาทของท้องถิ่นที่จะต้องช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น สร้างปัญญา สร้างความคิด และมุ่งเน้นการสร้างให้เกิดสุขภาวะ ของทั้งชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุขภาวะของเด็ก เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ
คุณเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการสร้างการเรียนรู้และสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่าการดำเนินการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนต้องทำให้ชุมชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ ในส่วนของ สสส. มีหน้าที่ในการสนับสนุน สร้างภาคีเพื่อให้เกิดการดำเนินการสร้างเสริมสุขภาวะ ทั้งในเชิงประเด็น และพื้นที่ ในส่วนของโครงการนี้เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ อปท. โดยมีนักวิชาการมหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้สามารถบริหารโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัวในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นสำคัญคือ ทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่
รองศาสตราจารย์นิโลบล นิ่มกิ่งรัตน์ ประธานคณะผู้ประเมินโครงการ ได้ให้ข้อคิดเห็นในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัว ว่า ต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบความคิดที่เน้นการร่วมคิดจากทุกภาคส่วนในชุมชน และการติดตามประเมินผลในสถานการณ์หรือพื้นที่จริง ร่วมกับการสนับสนุนทางวิชาการจะทำให้ อปท.มีความเข้มแข็งขึ้น
คุณอำนวย ชิดชู นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่ามะเดื่อ พัทลุง และคุณสมัชชา เกปัน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลควนโดน สตูล ได้สรุปให้เห็นประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ ทั้งในการพัฒนาบุคลากรของ อปท. ในการจัดการโครงการ การค้นหาข้อมูลในชุมชน วางแผนชุมชน และดำเนินการร่วมกับประชาชนในชุมชน ในช่วงหนึ่งปีที่โครงการได้ดำเนินการ ทำให้ท้องถิ่นกับองค์กร ภาคส่วนในชุมชน มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันมากขึ้น เกิดผลดีในการบูรณาการงานในชุมชน ผนึกกำลังของบุคลากรชุมชน และเด็ก เยาวชน ได้รับโอกาสที่ดี ได้รับสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะมากขึ้น
คุณฟุรกร ตาเดอิน เด็กชายร่มฉัตร บุญญานุวัตร และคุณฐานาวุฒิ บุญแนบ ตัวแทนเยาวชนจากโครงการ ได้เล่าถึงสิ่งที่เด็ก เยาวชนในพื้นที่ได้รับจากโครงการนี้ ทั้งพื้นที่ที่สร้างสรรค์มากขึ้น การได้ร่วมกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะ ทั้งการออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทำกิจกรรมกับครอบครัว ทำให้ลดพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆได้มาก และทำให้เด็ก เยาวชน กล้าเสนอแนะว่าต้องการให้ท้องถิ่นพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพวกเขาอย่างไร โดยเฉพาะการดูแลด้านการเรียน การ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ สถิรปัญญา ผู้บริหารโครงการ ได้กล่าวในเวทีสาธารณะนี้ว่า แม้กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมในช่วงสุดท้ายของโครงการในปีแรก แต่เชื่อว่า หลาย อปท. มีความสามารถและมีความเข้มแข็งในการพัฒนาสุขภาวะของเด็ก เยาวชน ครอบครัว เนื่องจากการจัดโครงสร้างการดำเนินงาน การวิเคราะห์ชุมชน การออกแบบกิจกรรมต่างๆ มีความสอดคล้องกับปัญหาชุมชน แม้ในปีแรกอาจเป็นโครงการที่สร้างให้เกิดความตระหนัก ยังไม่ถึงขั้นของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาวะ แต่พบว่า หลาย อปท. สามารถริเริ่มสร้างวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมทั้งทางกายภาพ และสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง เช่น การงดบริโภคแอลกอฮอล์ในงานมหรสพของชุมชน การประกาศพื้นที่ปลอดบุหรี่ในงานสาธารณะต่างๆของชุมชน การปรับและสร้างลานกิจกรรมดนตรี กีฬา ศิลปวัฒนธรรมในชุมชนทุกสัปดาห์ เพิ่มกิจกรรมที่คนในครอบครัวร่วมทำด้วยกัน การผลิตอาหารสุขภาพในชุมชน และบริโภคในชุมชน โดยเริ่มที่การส่งให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กพัฒนาเป็นเมนูสุขภาพ ซึ่งลักษณะดังกล่าวหากมีการดำเนินการต่ออย่างจริงจัง จะทำให้เกิดเป็นนโยบายสาธารณะของชุมชนเอง ซึ่งอาจมีประเด็น และวิธีการที่แตกต่างกันในแต่ละชุมชน แต่โดยเป้าหมายสุดท้ายแล้วเป็นสิ่งเดียวกันคือ สร้างสุขภาวะให้คนในชุมชน จึงเป็นเรื่องสอดคล้องกับการสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ โดยการสร้างชุมชนแต่ละชุมชนให้น่าอยู่นั่นเอง
รองศาสตราจารย์นิโลบล นิ่มกิ่งรัตน์ ประธานคณะผู้ประเมินโครงการจาก (สสส.) พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ประมาณ เทพสงเคราะห์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุฑารัตน์ สถิรปัญญา คุันชินกันหลายเวที ปากพะยูนท่านอาจารย์ก็แวะมาตามโครงการ