ในการสัมมนาเกียรติยศ โดยมีผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สามท่าน เป็นวิทยากร เรื่อง “Zinc : From Discoveries to Public health Significane" ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายาเมื่อวันที่ ๒๔ ม.ค. ๕๔ มีคนลุกขึ้นมาถาม panel ว่า มีอาจารย์ในคณะแพทยศาสตร์ที่เขาสังกัด บอกว่าไม่จำเป็นต้องทำวิจัยเรื่อง trace element อย่างกรณี ธาตุสังกะสี เพราะเมื่อสงสัยว่ามีการพร่องสารนี้ ก็ให้ยาที่มีธาตุสังกะสี แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง ผู้ถามถาม panelist ซึ่งเป็นผู้ทำวิจัยเรื่องธาตุสังกะสี จนเกิดความเข้าใจว่าธาตุสังกะสีมีความสำคัญต่อสุขภาวะของมนุษย์อย่างไร ภาวะที่ร่างกายขาดธาตุสังกะสีเกิดความบกพร่องอะไรบ้าง การเสริมธาตุสังกะสีแก่เด็กที่เป็นโรคท้องร่วงเรื้อรัง และแก่เด็กในพื้นที่ยากจน ก่อผลด้านการเจริญเติบโต และโรคติดเชื้อในเด็ก อย่างไร
ไม่มีผู้ใดใน panelist ทั้ง ๓ คน ตอบคำถามนี้ตรงๆ เขาตอบโดยชี้ให้เห็นว่า ยังมีคำถามที่คำตอบยังไม่ชัดเจน หรือยังไม่มีคำตอบอีกมาก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นคำถามที่ลึกเพียงใด
ผมค้างคาใจ กับกระบวนทัศน์ "ไม่ต้องวิจัย" นี้มาก ว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ต้องการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก หากมหาวิทยาลัยมหิดลเต็มไปด้วยอาจารย์ที่มีกระบวนทัศน์ “ไม่ต้องวิจัย” อย่างนี้ เราจะพัฒนาไปเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลกได้จริงหรือ
หากมหาวิทยาลัยมหิดล ต้องการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลกจริงๆ มหาฯ ควรเลือกรับคนที่มีกระบวนทัศน์แบบไหนมาเป็นอาจารย์ หากคิดให้ลึก พิจารณาให้ถ่องแท้ เราสามารถแยกแยะคนเก่งออกได้เป็นหลายแบบ
• เป็นนักปฏิบัติที่เก่ง เช่นผ่าตัดเก่ง รักษาคนไข้เก่ง เข้าไปทำงานในชุมชนเก่ง เข้ากับชาวบ้านได้เก่งมาก
• สอนเก่ง เอาใจใส่ลูกศิษย์ดีเยี่ยม
• มีความขี้สงสัย คือตั้งคำถามวิจัยเก่ง และมีความสามารถด้าน research methodology
เรื่องนี้เชื่อมโยงไปยังกระบวนทัศน์ของนักวิชาการระดับใช้ความรู้ ซึ่งต่างจากนักวิชาการระดับสร้างความรู้ ที่จริง ๒ กลุ่มนี้ไม่แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด และมีคุณลักษณะหลายอย่างคล้ายคลึงกันหรือตรงกัน แต่ก็มีคุณลักษณะที่สำคัญที่ต่างกัน และการฝึกฝนต่างกัน การฝึกฝนด้านวิชาชีพจะโน้มน้าวกระบวนทัศน์ไปทางนักใช้ความรู้ ส่วนการฝึกฝนสายวิชาการคือทำปริญญาเอก และฝึกอบรมหลังปริญญาเอก จะโน้มน้าวกระบวนทัศน์และทักษะไปด้านสร้างความรู้
คำถามก็คือ มหาวิทยาลัยที่ต้องการเป็นมหาวิทยาลันวิจัยระดับโลก จะมีวิธีเลือกหรือสรรหาคนที่มีกระบวนทัศน์แบบไหนมาเป็นอาจารย์
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ม.ค. ๕๔