ขอบพระคุณแรงบันดาลใจจากพระมหาวินัย ภูริปญฺโญ ทิวาพัฒน์ จากกระทู้ธรรม "มางานศพพบอะไรใครรู้บ้าง เพียงเห็นร่างคนตายแล้วใจหาย มองดีดีคิดให้ซึ้งถึงความตาย คือความหมายของ"ครู"ผู้แสดง"

           

เมื่อนุ่งห่มให้ซากศพแล้ว เอาด้ายขาวผูกกรองมือ  กรองเท้า  แล้วโยงไป

ผูกไว้กับคอ  การผูกศพเช่นนี้ก็เป็นปริศนาธรรมหมายถึง "บ่วง ๓" ได้แก่  บุตร 

ทรัทย์ และภรรยา (ตรงส่วนนี้หากค้นในกูเกิล พอจะพบผู้บันทึกไว้บ้างแล้ว แต่

ไม่ชัดเจนนัก)ตรงกับภาษาบาลีว่า

ปุตโต  คีเว           บุตรคือบ่วงผูกคอ

ธนัง  ปาเท           ทรัพย์คือบ่วงผูกเท้า

ภริยา หัตเถ          ภรรยาคือบ่วงผูกมือ

และตรงกับบทประพันธ์บทหนึ่ง (จำที่มาไม่ได้แล้วค่ะ ใครทราบช่วยโพสเพิ่ม

เติมด้วยนะคะ)

"มีบุตรดุจบ่วงคล้อง             คอกระสันต์ อยู่ฮา

ทรัพย์ผูกบาทาพัน               แน่นไว้

ภรรยาเยี่ยงบ่วงขัน              ขึงรัดมือพ่อ

ใครตัดสามบ่วงได้                จึ่งพ้น สงสาร" 

เมื่อผูกศพเรียบร้อยแล้ว ให้เอาดอกไม้ ธูป เทียน  ซองหมากพลู ใส่มือให้

เชื่อว่าจะได้นำไปบูชาพระจุฬามณี อันเป็นพระธาตุเจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุพระ

พุทธเจ้าอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  หรือเพื่อแสดงว่าเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา

ถ้าเป็นศพ คนมีเงินมีทอง มักเอาแหวนทองรูปพรรณใส่ในปากศพ หมาย

ถึงว่า "ทรัพย์สมบัติเป็นของส่วนกลางสำหรับโลก แม้จะปกครองยึดถือได้ก็เพียง

ชั่วคราว เมื่อตายแล้วใส่ปากให้ก็เอาไปไม่ได้  ติดตัวไปได้ก็แต่บุญกุศลเท่านั้น

หรือบางท้องที่ใช้ใบพลูปิดหน้าศพ  บางรายที่มีฐานะดีอาจใช้ทองปิดหน้าศพ

โดยนัยธรรมะ ถือว่าการตายเท่ากับถูกแผ่นดินกลบหน้า ให้คนที่ยังไม่ตายถือ

เป็นคติรีบสร้างกุศล

แหวนหรือทองรูปพรรณที่ใส่ปากศพ  เป็นของเสียสละ เจ้าภาพมิได้คิด

เอาคืน มักตกแก่สัปเหร่อ

เมื่อกรองมือเท้า นุ่งห่มเสร็จแล้ว เอาผ้าขาวห่อศพทบไปมาหลาย ๆ ชั้น

ผูกตราสังด้วยด้ายขาวเป็นเปลาะ ๆ ให้แน่นหนาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วจึงนำศพใส่

โลง  การตราสังแน่นหนานั้นมิได้มีนัยธรรมะแต่ประการใด(เท่าที่ครูอิงศึกษามา)

เพียงแต่ประสงค์มิให้ศพอ้ามืออ้าแขนเป็นท่าน่าเกลียดขณะเผาศพ เนื่องจาก

สมัยก่อนนั้นที่เผาศพจะทำเป็น "เชิงตะกอนชั่วคราว" ไม่มิดชิดเหมือนกับกา

เผาศพในสมัยนี้ ซึ่งในการทำเชิงตะกอนชั่วคราว ก็มีปริศนาธรรมที่ควรบันทึก

เอาไว้เช่นกัน  ต้องติดตามอ่านปริศนาธรรมตอนต่อ ๆ ไปนะคะ

                   

ตอนต่อไป ปริศนาธรรมหลังการตายกรณีไทยพุทธภาคใต้

: (๔) การตั้งศพ สวดศพ เผาศพ