เยี่ยมไร่ผู้ใหญ่สมศักดิ์-3

โสภณ  เปียสนิท 

.................................. 

 

                         เกือบสิบโมงเช้า รถตู้สีเทาเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าสู่บ้านของผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ปราชญ์ชาวบ้านด้านเกษตรแห่งตำบลสองสลึง (ตำบลนี้น้อยจัง) โดยหวัง “น้ำบ่อหน้า” คือจะแวะรับประทานอาหารเช้า ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ทุกคนใจจดจ่อ ช่วยกันมองหาร้านอาหาร ครึ่งชั่วโมงผ่านไป สายตาเกือบทุกคู่มองไปที่ป้ายร้านอาหาร รถค่อยๆ ชะลอตัวขับชิดขอบถนนด้านซ้าย พอถึงหน้าร้าน ใครบางตาไวอ่านป้ายผ้าสีขาวหน้าร้านเขียนว่า “ปิดทุกวันพุธ” เกือบทุกคนบ่นพึมขึ้นพร้อมกัน รถค่อยๆ แล่นจากไปด้วยความขวยเขิน

 

                        ช่างน่าสงสารจากนั้นจนถึงบ้านท่านผู้ใหญ่ไม่มีร้านขายอาหารให้เห็นอีกเลย เราแบกท้องอันว่างเปล่าจนถึงจุดหมาย เมื่อรถจอดสนิท ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ เดินเข้ามาที่รถพร้อมยกมือรับไหว้พวกเราด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง “เชิญ ๆ ที่โรงต้อนรับเลยครับ” ชายวัยเลย 60 ปีกล่าวพร้อมเดินนำหน้ากลุ่มเราเข้าสู่ห้องประชุมขนาดความจุ 50 กว่าคน พวกเราทยอยเข้านั่งประจำที่ ผู้ใหญ่กล่าวต้อนรับ ผมรับเชิญขึ้นกล่าวแจ้งวัตถุประสงค์ให้ทราบ

 

                ผู้ใหญ่กล่าวเล่าว่า เริ่มต้นที่นี่ด้วยหนี้สินจำนวนเกินหนึ่งล้านบาท ทำเกษตรเชิงเดี่ยว ใช้ปุ๋ยเคมีทุกชนิดที่มีอยู่จนหนี้สินเพิ่มขึ้น ชีวิตเกษตรกรเหมือนเดินอยู่บนถนนที่ค่อยๆ เล็กเรียวตีบตันลงทีละน้อย คงถึงจุดสุดท้ายในไม่ช้า ภาวะหนี้สินและความอดอยากยากจนบีบบังคับรอบด้านจนวิถีแห่งชีวิตค่อยๆ มืดมนอนธกาล

...............................................

ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ปราชญ์ชาวบ้านด้านการเกษตร กล่าวต้อนรับผู้มาเยือนจาก ราชมงคลวังไกลกังวล ด้วยการให้เกียรติ ว่ามาจาก "วังไกลกังวล" ขอขอบคุณ "ผู้ใหญ่" ไว้ ณ ที่แห่งนี้ด้วยครับ

 

ผู้ใหญ่เริ่มพาชมฐานต่างๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้ให้ "วิทยาทาน" ด้านศาสตร์ของพระราชา

หมูหลุมครับ ไร้กลิ่น ได้หมู ได้ปุ๋ย ได้แนะนำชาวบ้าน นับร้อย นับพัน นับหมื่น ที่เดินทางมาศึกษาหาความรู้ เพียงแค่ค่าอาหารสำหรับตัวเองเท่านั้น 


 

อ้าว.....มาดูผมทำไมครับ ชักเขินแล้วนา หาผักมาให้หน่อยครับพี่น้อง

บ้านหลังนี้ผู้ใหญ่อธิบายว่า มีชาวต่างชาติ "เขมร พม่า" มาเป็นลูกจ้างทำงานให้กับชาวสิงคโปร์ ที่ซื้อต่อจากชาวบ้านไปเรียบร้อยแล้ว