การเรียนรู้ R2R เริ่มต้นขึ้นในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ โดยท่าน นพ.สสจ. : นายแพทย์จรัญ จันทมัตตุการ มากล่าวทักทายและให้นโยบายตลอดจนทิศทางของการขับเคลื่อน R2R ของเครือข่ายคนหน้างานนราธิวาส

เป้าหมายที่แจ้งมาเท่าที่ทราบจากคุณสุทัศน์ R2R-Facilitator ก็ประมาณ ๗๐ คน แต่คุณสุทัศน์เล่าว่ามีแจ้งเพิ่มเพื่อขอเข้ามารับฟังและเรียนรู้ด้วยอีกยี่สิบกว่าท่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง หลายๆ ท่านคุ้นหน้าคุ้นตาจากที่ได้เจอกันในปีที่แล้ว และปีนี้ก็เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกครั้ง

ท่าน นายแพทย์ใหญ่ได้กล่าวเปิดอย่างประทับใจใครอีกหลายๆ คน

ท่านจะเน้นในเรื่องของความตรงต่อเวลา ซึ่งเรื่องนี้ท่านมองว่าคุณสมบัติของข้าราชการไทยที่พึงมี กล่าวถึงความเสียสละของทั้งผู้เข้าร่วมและวิทยากรที่มาร่วมกันในวันนี้ก็มีรากฐานมากจากความเสียสละ ที่สำคัญท่านได้เน้นย้ำในเรื่อง "ความตระหนัก"  ต่อหน้าที่การงานว่าเราพึงตระหนักในความรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหาและพัฒนางานประจำ และที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ท่านฝากไว้คือ "ความซื่อสัตย์" โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่

ทิศทางของการขับเคลื่อนท่านได้มีมุมมองที่น่าชื่นชมที่สะท้อนถึงความเข้าใจในกระบวนการสร้างความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการจัดการความรู้ว่า...

เราต้องช่างสังเกต คิดเป็น มองปัญหาหน้างานออก เพื่อที่จะมองเห็นหนทางว่าจะนำประเด็นใดมาคิดแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ดั่งการวิจัย

ทำไปแล้วต้องเน้นประโยชน์จากการใช้ผลงานจากวิจัย ไม่ใช่การทำไปแล้วแล้วไปไม่สามารถย้อนกลับมาสู่งานประจำในหน้าที่ได้

นอกจากนี้จำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อการบอกเล่าเรื่องราวของผลงานสู่กันฟังเพื่อการต่อยอดองค์ความรู้

และที่สุดแล้ว ต้องค้นหาและชื่นชมคนต้นแบบ เพื่อนำไปสู่การเป็นแบบอย่างที่ดีที่สามารถเป็นแรงกระตุ้นผลักดันเพื่อให้ผู้อื่นเกิดเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป

เมื่อกระบวนการเรียนรู้เริ่มต้น ข้าพเจ้าได้ให้ทุกคนร่วมกันทำ BAR = Before Action Review กันก่อนทำให้ได้ทราบทั้งความรู้สึกและความคาดหวังของแต่ละคนที่มีต่อการเข้ามาเรียนรู้ในครั้งนี้

โดยมากให้เสียงตอบรับและแสดงถึงความพร้อมต่อการเรียนรู้ R2R

Happiness-R2R และวิถีแห่งการงาน » BAR โจทย์คำถามแห่งการเริ่มต้นปัญหาระบบสุขภาพ นราธิวาส

จากนั้นเราก็เริ่มต้น "ทำความรู้จัก R2R" กันอีกครั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งกระบวนการทำความรู้จักและเข้าใจ R2R นั้นไม่ใช้การบรรยายหากแต่ให้เกิดการสร้างความรู้และความเข้าใจด้วยตนเอง ผ่านการดูสื่อวีทีอาร์ในเรื่อง R2R

และเพิ่มกระตุ้นให้เกิดการคิดด้วยการตั้งคำถามต่องานประจำตนเอง

ซึ่งที่สุดแล้วการเริ่มต้นการทำ R2R นั้นต้องมาจาก "จิตสำนึก" ของคนหน้างานที่ปรารถนาอยากจะทำ ซึ่งเป็นการทำเพื่อร่วมแก้ไขทุกข์ของผู้มารับบริการ นำปัญหาที่เกิดขึ้นในงานประจำมาค้นมาคิดมาพิสูจน์เพื่อหาหนทางที่ดีต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ

ไม่ใช่การมาสร้างวิจัย

ไม่ใช่การมาสร้างผลงาน

หากแต่มาร่วมกันก้าวย่างไปสู่เป้าหมายที่ว่า ทำอย่างไรผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่เราดูแลหรือรับผิดชอบจะมี "สุขภาวะที่ดี"...

เช่น

การค้นหา...การระบาดของไข้เลือดออก เราไม่เพียงแต่มุ่งตอบโจทย์ด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว หากเราต้องพิจารณาไปถึงบริบทแวดล้อมอื่นๆ ด้วยที่มีอะไรบ้างที่น่าจะมีการส่งผลต่อการเกิดการระบาดดังกล่าว

ไม่ใช่การค้นหาจำเลย ...

หากแต่ค้นหาเพื่อทำความเข้าใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

หรือแม้แต่การแก้ไขปัญหาในผู้ป่วยเบาหวานเองก็เช่นกัน...

ไม่เพียงแค่ดูว่าทำไมเขาหรือเธอจึงควบคุมน้ำตาลไม่ได้ แต่เราต้องเพิ่มความลึกซึ้งในการมองความเชื่อมโยงในเรื่องต่างๆ ที่มีผลเกี่ยวเนื่องหรือสืบเนื่องต่อสุขภาวะของผู้ป่วยเบาหวานนั้นด้วย

การเรียนรู้ในวันแรก...

สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือ...การที่ผู้เข้าเรียนรู้สามารถที่จะมองเห็นปัญหาหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหน้างานของตนเองออก และสามารถนำไปสู่การตั้งคำถามและประเด็นที่นำไปสู่การวิจัยต่อไปได้