ได้บุญใหญ่ร่วมกัน ได้ความสนิทเพิ่มพูล

(ต่อจากตอนที่แล้วค่ะ)

 

            พอเห็นว่าเรานั่งทำกันอยู่สองคน น้องเตยเลยเข้ามาช่วยหั่น  แอบบ่นโน่นนี่นั่นว่าไม่น่ารับโทรศัพท์พี่นีเลย แต่เราก็รู้และเข้าใจดีว่าความมีน้ำใจของน้องเตยมักจะมาพร้อมกับคำจิกกัดน่ารักๆเสมอ  บรรยากาศระหว่างเรา พี่ติ๋ว และน้องเตย เต็มไปด้วยความสดใสเพิ่มขึ้น เพราะความช่างเล่าเรื่องและแอบใส่มุกในคำพูดขอน้องเตย

          นั่งหั่นกันไปซักพัก น้องเตยเลยเอ่ยถึง น้องฉัตรกับน้องโต้ง นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มาฝึกงานอยู่ที่อบต.ต.ในเมือง แล้วมาขอใช้บ้านพักของทางสอน.เรา  เตยอยากให้เราไปเรียกน้องมาทำด้วยกัน เรื่องนี้เราใคร่ครวญนานอยู่พอสมควรเพราะว่าถ้าจะติดต่อน้องทั้งสอง ต้องอาศัยน้องติ๊ก (จพ.ทัณตะสาธารณสุข)  ที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน

 

“ ไห้โอกาสน้องเขาได้ทำบุญเถอะค่ะ น้องเขาจะมาหรือไม่มาก็แล้วแต่ ถือว่าเราได้ชวนน้องมาทำบุญแล้ว “

              พี่ติ๋วหันมาบอกเรา เพราะว่าชาที่พวกเรากำลังทำกันนี้จะเอาไปถวายหลวงปู่ ที่จังหวัดยโสธรค่ะ ท่านฉันแล้วอาการป่วยท่านทุเลาพี่ติ๋วเลยตั้งใจจะทำไปถวายให้ท่าน  เราเลยเดินมาตะโกนเรียกน้อง บอกวัตถุประสงค์ในการทำชาขลู่ น้องที่ลงมาคุยเป็นน้องโต้งค่ะ  น้องโต้งฟังเราอย่างตั้งใจ แล้วถามสถานที่ที่ทำ ก็รับปากเราว่าจะไปร่วมทำด้วยกัน

         ตอนนี้สมาชิกทำชาเราเลยมีด้วยกันห้าคนค่ะ มีน้องฉัตรกับน้องโต้งมาเป็นคนหั่นใบขลู่  เรา พี่ติ๋ว เตย เป็นคนคั่วใบชาให้กรอบ น้องฉัตรใจดีให้ยืมกระทะไฟฟ้ามาหนึ่งตัวด้วยค่ะ  บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างครึกครื้น สนุกสนาน ส่วนใหญ่พี่ติ๋วก็จะเป็นคนชวนน้องๆคุย เราเองก็ตั้งอกตั้งใจในการคั่วใบขลู่

บรรยากาศการทำชาขลู่ในห้องแพทย์แผนไทยที่รพ.สต.(เรา น้องเตย น้องฉัตรเสื้อดำ น้องโต้งเสื้อส้มลายน้ำเงิน)

        ตอนทำแรกๆใบขลู่ที่คั่งให้กรอบหอมมากเลยค่ะ พอทำไปได้ซักพักเรารู้สึกว่ามันฉุนเลยต้องรีบไปหาแมสมาใส่  เวลาผ่านไปเกือบจะสามทุ่ม น้องต้าพี่ชายของน้องเตยแวะมาหาค่ะ เห็นว่าเตยโทรเรียกมาให้ช่วยทำ น้องต้าเป็นเจ้าพนักงานสาธารณสุขที่ทำงานอยู่อำเภอเดียวกันกับเรา แต่อยู่ตำบลเขาน้อยค่ะ

        พอน้องต้ามาถึง เห็นใบขลู่สดที่ตากไว้เหลือเยอะ ต้าก็จัดการหาเตาไฟ กระทะ ตะหลิว มาให้พวกเราได้คั่วกันไวขึ้น จัดหาอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วต้าก็มานั่งหั่นใบขลู่ข้างๆเรากับน้องเตยและน้องฉัตร ตอนนี้พี่ติ๋วกับน้องโต้งออกไปคั่วขลู่ที่เตาข้างนอกอาคารแผนไทยค่ะ

     ระหว่างที่นั่งคั่วใบขลู่ ซึ่งตอนนี้ควบสองกระทะค่ะเพราะพี่ติ๋วหนีไปหาเตาไฟแล้ว เราก็นั่งคิดอย่างแปลกใจ ในท่าทางของน้องต้า  ด้วยเราไม่เคยเห็นน้องต้าเวลาทำงานเพราะที่ทำงานเอยู่คนละที่  ที่คุ้นเคยก็เพียงแค่ตอนที่เราเจอกันเวลาว่างจากงาน ต้าคนที่เรารู้จักเป็นเพียงน้องชายที่ชอบพูดกวน เฮฮา ชอบแย่งของกินน้องสาว (น้องเตย)  ในความคิดเรา รู้สึกเหมือนต้าเป็นน้องชายเตยมาตลอด

           แต่ภาพที่ต้าวนหากระทะ จุดเตาถ่านด้วยตัวเอง เตาไม่มีก็ขนมาจากบ้าน หอบตะหลิวมาด้วยอีกต่างหาก ดูเป็นการเป็นการจนเราทึ่ง  ขณะที่นิ่งคิดน้องต้าก็เอาแต่หั่นๆๆๆและเล่าเรื่องคนไข้โรคประสาทในตำบลเขาน้อยให้เราได้ฟังอย่างสุกสนานเช่นเดิม

       น้องต้าที่เรารู้จัก กับน้องต้าในค่ำคืนนี้ดูแตกต่างกันจริงๆ หรือเป็นกับเราคุ้นเคยเฉพาะภาพที่สัมผัสจนชิน พอมาเห็นอีกด้านหนึ่งของคนๆเดียวกันเลยทำให้เรามองเขาต่างออกไป   อย่างนี้รึเปล่านะที่เขาว่ากันว่าอย่าตัดสินใครแค่เพียงด้านเดียว เราพึ่งแจ้งแก่ใจในวันนี้เอง

           เวลาล่วงเลยมาเกือบจะสี่ทุ่ม ใบขลู่ของเราลดลงมากว่าครึ่ง น้องๆเริ่มเหนื่อย เราเองก็เริ่มเหนื่อย เพลียอย่างไม่รู้สาเหตุ อาจจะเป็นเพราะทำต่อเนื่องกันนานเกินไป รู้สึกเหมือนนั่งทำงานกันนานมาก สมาธิของเราจดจ่ออยู่ที่เตาทั้งสอง เราเรียนรู้ว่าถ้าใส่ขลู่ที่หั่นแล้วลงกระทะให้กระจายตัวออกไปเหมือนเรากำลังทอดไข่ จากนั้นรอให้ขลู่มันออกสีเหลืองแล้วค่อยคนแล้วกระจายตัวขลู่ให้กว้างเหมือนเดิม มันจะแห้ง กรอบ เร็วว่าที่เราจะคลุกมันอยู่กับกระทะตลอดเวลา

             สมาธิจดจ่ออยู่กับขลู่มากจนเราฟังไม่รู้เรื่องว่าวงสนทนาคุยอะไรกัน เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นขลู่หั่นจวนจะเสร็จแล้ว  มองดูทุกคนแล้วเห็นทุกคนยังตั้งใจทำ เราเองที่เหนื่อยมากก็เลยไม่กล้าหยุดมือทำ นี่ซนะที่พี่ติ๋วบอกเรา ทุกคนได้ฝึกความอดทน  การอดทนทำอะไรซักอย่างที่เราสมควรทำ มันทำให้เรารู้สึกว่าเวลางานมันออกมาเสร็จแล้วมันรู้สึกดีแค่ไหน

            การทำงานเป็นทีมทำให้งานสำเร็จเร็วมากขึ้น เวลาที่เรารอคอยความสำเร็จมันเป็นความสำเร็จของกลุ่ม ไม่ใช่ความสำเร็จเพียงลำพัง ความสำเร็จเช่นนี้ทำให้เรารู้สึกสนิทกับคนในทีมได้อย่างแปลกประหลาด

             เราได้เรียนรู้ว่า การผ่านความยากลำบากไปพร้อมๆกันกับใครซักคน สองคน  หรือสามคน  ทำให้เราค้นพบคำว่ามิตรภาพที่ดีมันเป็นอย่างไร  หากการทำชาขลู่ครั้งนี้มีเพียงเรากับพี่ติ๋ว งานคงออกมาได้ไม่สำเร็จสวยงามได้ขนาดนี้ ต้องขอบคุณทุกคนในทีมจริงๆที่อยู่ช่วยกันจนงานออกมาสำเร็จด้วยดี

ได้บุญใหญ่ร่วมกัน ได้ความสนิทเพิ่มพูล ^0^