GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

"งานวันแม่ไร้สัญชาติ : จากใจลูก (พระวันวิวาห์) เพื่อแม่ไร้สัญชาติ (แม่วิไล)"

อาตมาคิดทำไมท่านต้องไปยอมด้วย ท่านเป็นคนยอมคนมาตลอด และแล้วคำตอบก็ประจักษ์เมื่อท่านบอกว่า เรามาอาศัยประเทศท่านอยู่อย่าให้ท่านเดือดร้อน

ขอเจริญพร..

วันแม่ใกล้เข้ามาแล้วอีกไม่กี่วันแล้วคงเป็นวันที่ลูกๆทุกคนต้องเตรียมตัวกันยกใหญ่กับงานนี้ แม่เองคงตื่นเต้นไม่น้อยว่าทางโรงเรียนของลูกจะจัดกิจกรรมอะไรบ้าง  หลายๆ ครอบครัวมีความสุขในวันนี้และอีกหลายๆครอบครัวที่ไม่มีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันอบอุ่นของกิจกรรม  แต่ก็อย่างว่าการรักแม่ไม่ใช่ว่าเราจะมาแสดงออกเฉพาะวันที่ 12 สิงหาคมเท่านั้นแต่ก็เพื่อความเป็นอารยวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติและเป็นวันที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชสมภพ  วันแม่นี้อาตมาคิดว่าน่าจะเป็นจุดยึดเหนี่ยวที่ดีให้กับลูกได้มีเวลาระลึกถึงแม่บ้างหลังจากที่เราทั้งหลายตรากตรำกับหน้าที่การงานมาเป็นเวลานาน  แต่ในอีกมุมหนึ่งของสังคมจะมีซักกี่คนพอที่จะรับรู้ได้บ้างว่า  ยังมีแม่และครอบครัวที่ไร้สัญชาติอีกหลายคนในวันนี้ที่ยังไม่พบแสงสว่างในชีวิต

อาตมาพระวันวิวาห์  อภิญฺญาโณ ( ไชยปัญหา )  เป็นบุตรชายคนโตของคุณแม่วิไล  ไชยปัญหา  ครอบครัวของเราเป็นคนเชื้อชาติลาวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย  แม่เกิดที่บ้านหนองบก  เมืองหนองบก  แขวงคำม่วน  ประเทศลาว  พ.ศ.2509  ต่อมาเกิดสงครามภายในประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ครอบครัวของแม่ได้อพยพเข้ามายังประเทศไทย  ทางบ้านนาถ่อน ตำบลนาถ่อน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม  ตอนนั้นแม่บอกว่าเป็นช่วงฤดูทำนา พ.ศ.2522  และได้มาแต่งงานกับพ่อที่บ้านห้อม  ตำบลอาจสามารถ  อำเภอเมือง  จังหวัดนครพนม  ซึ่งก็เป็นคนเชื้อชาติลาวเหมือนกันแต่มากันคนละที่ พ่อมาจากบ้านโพธิ์ค้ำ  เมืองหินบูน  แขวงท่าแขก  ประเทศลาว  พ่อเข้ามาช่วง  พ.ศ.2519  และได้มีอาตมาตอนปี  พ.ศ.2527  และน้องชายอาตมาตอนปี  พ.ศ.2532

ครอบครัวของเราได้เข้าไปอยู่ในศูนย์อพยพช่วงหนึ่งเท่าที่อาตมาจำได้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นอาตมายังไม่ถึงเกณฑ์เรียนหนังสือด้วยซ้ำและในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสถามแม่ว่าทำไมเราต้องออกมาจากที่นั่น  แม่ก็บอกว่าโดนบังคับไม่เป็นอิสระทั้งพ่อ, แม่, ตา, ยาย ก็ได้พากันออกมาอยู่ที่บ้านห้อมเหมือนเดิม

พอออกมาจากที่นั่นแล้วภาพการดำเนินชีวิตของครอบครัวเรา อาตมายังจำได้ดีถึงแม้มันจะเป็นเพียงเสี้ยวเวลาหนึ่งในชีวิตของอาตมาเอง คุณตาท่านจะไปรับจ้างตัดไม้  ส่วนคุณพ่อก็เป็นสารพัดช่างที่ทำได้ทุกอาชีพช่างที่ท่านอยากจะทำ  และคุณยายกับคุณแม่ท่านทั้ง  2  เป็นแม่ค้าท่านจะช่วยกันเตรียมของไปขายที่ตลาดก็จะมีพวกใบตองกล้วยบ้าง ผักต่างๆ บ้าง รวมๆ กัน  9  โมงเช้าแม่จะเข็นรถเข็นไปไร่มันสำปะหลังเป็นระยะเวลา  1  กิโลเมตรเพื่อไปขุดมันสำปะหลัง ตอนบ่ายแก่ๆ แม่ก็จะเข็นรถเข็นกลับมาบ้านพร้อมกับกระสอบมันสำปะหลัง   ( ครอบครัวเราอาศัยที่ดินว่างเปล่าของคนในหมู่บ้านทำไร่ที่ดินก็ต้องขออาศัยชาวบ้านอยู่  ด้วยความขยันขันแข็งของคนในครอบครัวทุกวันนี้เรามีที่ดินเป็นของตัวเองแล้ว )  เพื่อที่จะเอามาทำเป็นขนมต่างๆไปขายที่ตลาดในตอนเช้าท่านจะจัดเตรียมของจนค่ำ  แล้วก็ทำกับข้าวพอถึงเวลากินข้าวพ่อแม่ท่านจะสอนอาตมากับน้องชายเสมอว่าให้รักใคร่สามัคคีปรองดองกัน เพราะเราไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้วมีกันแค่นี้และที่ท่านห้ามมาเสมอเลยคือไม่ให้เอาเพลงชาติไทยมาล้อเล่น,ไม่ให้มีเรื่องชกต่อยกับใคร เวลาเกิดเรื่องทีไรท่านเสียใจมากบางครั้งอาตมาเป็นฝ่ายถูกท่านก็ยังไปขอโทษพ่อแม่คนที่อาตมามีเรื่องด้วย  และนั่นทำให้อาตมาคิดทำไมท่านต้องไปยอมด้วยท่านเป็นคนยอมคนมาตลอด และแล้วคำตอบก็ประจักษ์เมื่อท่านบอกว่า เรามาอาศัยประเทศท่านอยู่อย่าให้ท่านเดือดร้อน  อาตมาจะได้ยินชาวบ้านพูดเสมอว่าพ่อแม่ของอาตมาท่านเป็นคนที่เก่งนะสู้ชีวิตมาได้ถึงทุกวันนี้  ตีสองแม่ต้องตื่นไปตลาดในขณะที่ลูกๆ กำลังหลับสบายก็มีหลายครั้งที่อาตมาได้มีโอกาสไปช่วยแม่ถ้าไปสายเราก็จะไม่มีที่วางของ กว่าจะขายหมดกลับมาถึงบ้านก็  8  โมงแม่จะทำอยู่อย่างนี้จนหมดหน้ามันสำปะหลัง  พอถึงหน้าทำนาแม่ก็จะไปรับจ้างทำนา  พอถึงหน้าหนาวท่านก็จะทำสวนแตงสับเปลี่ยนกันอยู่อย่างนี้เพื่อหาเงินส่งลูกๆ เรียนหนังสือทุกวันนี้ภาพเหล่านี้ก็ยังคงเห็นอยู่ทุกๆครั้งที่อาตมากลับไปที่บ้าน

สงสารพ่อกับแม่มากเวลาที่อาตมาพูดถึงเรื่องการเป็นพลเมืองไทยจะได้ยินท่านพูดปลอบเราสองพี่น้องเสมอว่าเดี๋ยวเราก็จะได้แล้ว  รอไปก่อนอีกไม่นานหรอกกี่ครั้งกี่ปีก็จะได้ยินแต่แบบนี้เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านหวังและรอคอยมาตลอด  ท่านจะหวาดระแวงมากกับการเป็นพลเมืองชั้น  2  ของสังคมไทยขนาดเวลาอาตมาส่งบัตรถวายพระพรไปให้ท่านเขียนส่งถึงในหลวงท่านก็จะถามว่าจะไม่เป็นอะไรเหรอจะมีผลกระทบอะไรมั้ยแม่ก็บอกว่าแม่พูดไทยไม่ได้นะเขียนก็ไม่ค่อยได้  วันที่อาตมาลูกชายคนนี้ของแม่อุปสมบทเป็นพระแม่ก็ไม่สามารถมางานบวชได้ แม่บอกว่ากลัวเวลาโดนตรวจแล้วจะไม่ผ่าน

แม่เป็นคนที่มีความสามารถพยายามขวนขวายมาก อาตมากลับไปบ้านจะเห็นตำราการทำอาหารภาษาไทยที่แม่หามาศึกษาด้วยตนเองเห็นแล้วก็งง เอ๊ะ..แม่รู้เรื่องรึเปล่านะ แต่ก็ไม่ได้ถาม  ทุกวันนี้ที่เกิดมาเป็นลูกไร้สัญชาติมีแม่ไร้สัญชาติไม่เคยเสียใจเลยและไม่เคยโทษแม่ที่ทำให้อาตมาเกิดมาไร้สัญชาติ  อาตมาภูมิใจในตัวแม่ที่แม่เป็นแม่ของอาตมาทุกวันนี้  ลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างของผู้เป็นแม่ฉันใดก็ฉันนั้นแม่ก็เช่นกัน  ถึงแม่คนนี้จะไม่เลิศเลอเหมือนแม่คนอื่นๆ สำหรับอาตมาแล้วสำนึกอยู่เสมอว่าชีวิตนี้คงหาใครมาแทนแม่คนนี้ไม่ได้อีกแล้ว

ภูมิใจมากที่ได้เขียนเรื่องราวของแม่  ให้สังคมได้รับรู้ถึงเรื่องราวของความทุกข์ที่แม่มีมาตลอดเป็นเวลา  27  ปี  วันแม่ปีนี้อยากจะให้ของขวัญกับแม่อยากให้ท่านได้รับสิทธิการเป็นพลเมืองไทยอย่างเต็มภาคภูมิเหมือนคนไทยคนอื่นๆ  ถึงแม้แม่จะเคยบอกว่าแม่ไม่ได้ไม่เป็นไรขอให้ลูกของแม่ได้ก็แล้วกัน  อาตมาอยากให้แม่มีความสุขเหมือนกับแม่สัญชาติไทยคนอื่นๆ

เพื่อศักดิ์ศรีของมวลมนุษยชาติตัวอาตมาเองก็หวังว่าในช่วงเวลาที่โชคชะตามาพบกันเพื่อสร้างสรรค์จุดเปลี่ยนในการเดินทางไม่รู้จบของมนุษย์เพื่อค้นหาอิสรภาพ  ไม่เพียงแต่ครอบครัวอาตมาเท่านั้นพวกเราทุกคนก็คงหวังว่าสักวันสังคมไทยเราคงก้าวข้ามขนบธรรมเนียมอันพิกลพิการและความอยุติธรรมไปได้  จงรักแม่ของเราเพราะแม่เรานี้มีเพียงคนเดียวจะดุจะร้ายยังไงแม่ก็คือแม่ <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="center">"รักแม่"</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="center">อภิญฺญาโณ ภิกขุ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"><div style="text-align: center"></div></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 42359
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

อ่านแล้วรู้สึกว่า คนไทยหลายคนยังไม่เห็นคุณค่าของแผ่นดินเกิดเหมือนคนไร้สัญชาติ ไม่ว่าวันนี้จะเป็นอย่างไร อยากจะส่งความสุข และความปรารถนาดีไปยังครอบครัวของท่านด้วย

ขอเจริญพรขอบคุณ คุณโยมบอนด้วยสำหรับความรู้สึกที่ดีๆ

ข้อความถึงท่านอาจารย์แหวว,อาจารย์เตือน เจริญพรโยมอาจารย์สำหรับเรื่องเรียงความแม่ที่ส่งมานี้ที่แสดงอยู่นี้ต้องขอโทษโยมอาจารย์ทั้งสองด้วยว่านี้เป็นฉบับร่าง ฉบับจริงพึ่งเสร็จวันที่ 8 สิงหาที่ผ่านมาว่าจะเอาไปให้อาจารย์วันที่จัดงานวันแม่พร้อมประวัติที่หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ครบแล้วขอเจริญพร

 

เตือนคะ

งานฉบับนี้เขียนใน พ.ศ.ไหนคะ จะได้อ้างอิงถูก ตอบด้วยค่ะ ตอบทางอีเมลล์ของอาจารย์นะคะ