KM แท้ต้องเนียนอยู่ในงาน ไม่ใช่โครงการฯ ที่ทำแล้วจบ

         หลายคนเมื่อพูดถึงการ “ทบทวน” หรือการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้ หรือที่เราๆ เข้าใจกันดีหากใช้คำว่า  “KM”  บางท่านก็จะคิดว่า “รู้แล้ว”   “เข้าใจดีแล้ว”  หรืออาจมีบ้างที่ไม่ยอมแม้แต่จะสนใจ   ผมกำลังจะชี้ให้เห็นว่า ท่านเหล่านั้นกำลัง “ติดกรอบ” อยู่กับกระบวนทัศน์เดิมๆ  หากเป็นภาษาของนักจัดการความรู้บ้านเราก็จะรู้ๆ กันว่ากำลังตก “หลุมดำ”  ของตัวเองเข้าแล้วครับ

          การหยุดทบทวน  ย้อนคิดและไตร่ตรอง ถึงความเป็นไปเป็นมา  สิ่งที่เราได้ลงมือทำไปแล้ว  อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นตัวเอง  สิ่งไหนที่เราทำได้ไม่ราบรื่นนักก็จะได้ปรับปรุงแก้ไข  สิ่งไหนที่ดีก็จะได้ยกระดับและลงมือทำกันต่อไป  เพราะในโลกนี้คงไม่มีอะไรที่สมบูรณที่สุด    บางครั้งอาจนำ KM มาใช้แล้วหลงทางไปบ้าง  

          หากไม่ทบทวนเราก็จะไม่พบหนทางที่ถูกต้องและเหมาะสม และที่สำคัญผลึกทางความคิด  “ข้อห้าม  และข้อควร”  หรือองค์ความรู้อันจะเกิดขึ้นจากปัญญาปฏิบัตินั้นย่อมไม่เกิดขึ้นมาได้

         ไหนๆ ก็ปีใหม่ 2554 เข้ามาแล้ว   เราควรให้โอกาสกับตัวเราเองได้ทบทวน  ย้อนคิด  และกำหนดลู่ทางที่เหมาะสมกับเรา  กับงาน  และกับสังคมรอบข้างที่นับวันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วบ้าง    

        เพราะ แนวทาง KM ที่เราคิดว่าเหมาะแล้วเมื่อวันก่อน  อาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปด้วยเสมอ  หรือปฏิบัติอย่างเข้มข้นมากขึ้น เช่นว่า 

  • เราอาจจะต้องฝึกที่จะยอมรับคนอื่นหรือเพื่อร่วมงานให้มากขึ้น  เพราะเราไม่ได้รู้/เก่งไปหมดทุกเรื่อง   KM นั้นพระเอกย่อมมีได้หลายคน

  • บางครั้งแนวทางหรือเครื่องมือที่เราคิดว่าเหมาะ  อาจกลายเป็นกรอบกักขังความคิดสร้างสรรค์ของเราเสียเอง  เพราะทำ KM ไม่ควรที่จะหลงติดอยู่กับเครื่องมือและขั้นตอนที่กระด้างไม่เป็นธรรมชาติ

  • ฝึกที่จะยกย่อง เชิดชูและให้กำลังใจคนอื่นบ้าง  เพราะความสำเร็จไม่ได้เกิดจากเราเพียงผู้เดียว   ผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั่นล่ะคือมืออาชีพที่แท้จริง

  • บางครั้งเราอาจจะพูด(แบบผู้รู้)ให้น้อยลงเสียบ้าง   ให้เวลากับการเป็นผู้ฟังที่ดี  เพื่อสร้างบรรยากาศของวงเรียนรู้หรือสนทนา

  • การสร้างแรงจูงใจแก่คนทำงานนั้นสำคัญมากครับ  ต้องสร้างแรงจูงใจ เพราะ KM แท้ต้องเนียนอยู่ในงาน   ไม่ใช่โครงการฯ ที่ทำแล้วจบ 

  • ฯลฯ ช่วยต่อยอดให้ด้วยครับ

 

บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ

สิงห์ ป่าสัก

1  กุมภาพันธ์  2554