ณ เตียงตั่งที่บ้านพักขอนแก่น

วันอังคารที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

                เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดวันที่ได้กลับมานอนที่บ้านพักขอนแก่น เป็นการเดินทางหลายพันกิโลเมตรโดยการนั่งหลังพวงมาลัยรถ เหนื่อยอย่างที่จะหาคำบรรยายไม่ได้ แปลกที่ข้างในมันยังไหวยังพอสู้ค่ะครู แถมเรื่องงานมันก็คิด ๆ ไม่หยุด ล่าสุดเมื่อคืนนั่งคั่วชาเสร็จประมาณห้าทุ่มครึ่งกับน้องนีและ ๆ ที่ รพ.สน.บ้านเมืองใหม่ ประทับใจหลายอย่าง กว่าจะจะได้มาซึ่ง “ชาขลู่” ที่ครูมอบหมายค่ะ ตื่นเช้ามาโทรหาครูแจ้งเรื่องขลู่เสร็จแล้ว แต่ก็รู้กับตนเองว่า “ต้องอบต่อก่อนแล้วค่อยแพ็ค” แล้วก็นั่งคุยกันกับน้องนีว่า “เมื่อคืนเราได้เรียนรู้อะไรกันบ้าง” สาย ๆ ขับรถออกมาถึงที่ทำงานเกือบ ๆ เก้าโมง พี่ ๆ ตะโกนบอกว่า “มีประชุม” รู้สึกกับตนเองค่ะครูว่า “สมองเบลอ” จอดรถเอาของลงแล้วก็ขับรถพาพี่ ๆ ไปอีกตึกหนึ่งด้วย ทั้ง ๆที่ในใจตนเอง อยากขึ้นไปอบขลู่ แต่ก็ต้องไปเข้าห้องประชุมก่อน พอฟัง นโยบายเป็นการประชุมทบทวนบทบาทองค์กรโดยแบ่งเป็นกลุ่ม ระหว่างเข้ากลุ่มจึงจัดการไปอบขลู่บางส่วนก่อน พอเดินเข้าห้องทำกลุ่มพี่ ๆบอกว่า “เสร็จแล้ว” ใจติ๋วหายแว๊บ รู้สึกว่า “ละเลยหน้าที่” แต่ปรากฏว่ายังไม่เสร็จ ยังเหลือในหลายส่วนที่ต้องช่วยกัน ไป ๆ มา ๆ ติ๋วไปนั่งเป็นคนพิมพ์ประเด็นแลกเปลี่ยน จนสุดท้ายขึ้นนำเสนอในห้องประชุม ตอนที่ทำกลุ่มไม่รู้สึกเหนื่อยเลยค่ะ แต่ตอนที่บีบตนเองให้ทำสไลด์ประกอบการนำเสนอให้เสร็จภายในสิบนาทีตอนนั้นรู้สึกใจเต้นตุ๊บ ๆ แรงมาก แล้วก็ทำเสร็จก่อนเวลาไม่นาน กลุ่มอื่น ๆ ใช้การพูด หรือ บางกลุ่มก็เขียนแผนผังตามถนัด แต่ติ๋วใช้ ppt ก่อนพูดตื่นเต้นค่ะหัวใจเต้นเหมือนจะกระเด็นออกมาข้างนอกค่ะ แต่พอเริ่มพูด เป็นการพูดจากภายในรู้สึกกับตนเองว่า “ค่อนข้างเลื่อนไหล” เพราะเป็นประเด็นที่เห็นช่องในการเสนอแนะแก้ไข ให้องค์กรณ์ปรับเปลี่ยนในการเห็นคุณค่าของความสุขในการทำงานมากขึ้น พอเที่ยง ๆ ทานข้าวแทบไม่รู้สึกหิวเลยค่ะครู เหมือนร่างกายรับไม่ไหว พอมีเวลาว่างคุยกันได้รับคำชมว่า “นำเสนอดี” นั่งทบทวนกับตนเอง ได้ข้อคิดว่า การที่หลาย ๆ คน ช่วยระดมความคิดเห็นแล้วช่วยกันเกลาทำให้ชิ้นงานออกมาดี ทำให้การนำเสนอเลื่อนไหล

บ่าย ๆ มาดูชาขลู่ที่อบไว้ คิด พูด ถาม ว่ามีอุปกรณ์ที่ต้องการไหม อย่างไม่น่าเชื่อค่ะครู มีครบ ด้วยติ๋วจิตนาการว่า แพ็คเป็นซองชาน่าจะสะดวก แต่ไม่มีจึงใช้ถุงซิปแล้วบรรจุในถุงร้อนแล้วซิลอีกที รู้สึกพอใจกับผลงานที่ออกมาค่ะ เหมือนได้รับรางวัล ตั้งแต่คิดทำ ลงมือทำ จนกระทั่งทำเสร็จแล้ว ติ๋วจะตั้งใจเล่าเรื่องนี้อีกที สุดท้ายได้พี่อ้อมาช่วย แต่กว่าจะเสร็จก็เกือบ ๆ สองทุ่มค่ะ บ่าย ๆ พอเห็นว่า “ท่าทางจะไม่ทัน” จึงโทรไปแจ้งพระอาจารย์ จึงขอโอกาสสอบถามเพิ่มเติม ได้ความว่า ท่านใช้ต้มจนกว่าจะจืด ทำเป็นกา ๆ ติ๋วได้บางอ้อกับตนเองว่า “ไม่ต้องใช้ถุงชา” โชคดีที่ไม่มีค่ะแล้วถุงที่ใช้น่าจะพอไหว หรือ อาจจะน้อยไป จึงกราบเรียนพระอาจารย์ว่า “อย่างไรก็ ช่วยสะท้อนให้โยมด้วยนะเจ้าค่ะ เพราะทำครั้งถัดไปจะได้ทำให้เหมาะสม”

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็สามทุ่มกว่าค่ะครู ตอนนี้เหมือนร่างกายไม่ไหวแล้ว ศิษย์ขอโอกาสพักก่อนนะเจ้าค่ะ ...............รักครูค่ะู่ แต่ก็ต้องไปเข้าห้องประชุมก่อน พอฟัง นโยบายเป็นการประชุิด ๆ ไม่หยุด