คำถามชวนคิด เรื่องชีวิต.. ชวนฉงน

 

                                       แมว

        (ภาพประกอบจาก Internet)

      ท่านคิดว่า “ชีวิตหลังอนาคตของท่านจะเป็นอย่างไร”  เจอคำถามนี้เข้า อาจทำเอาหลายท่านงงและสงสัย ว่ามาถามอะไรแปลกๆ อีกแล้ว ชอบถามให้คิดไปไกล ในช่วงเศรษฐกิจไม่เอื้อ เพราะทุกวันนี้ แค่มีเงินพอซื้อข้าวยาไส้ เอาให้ตัวเองรอดก็แทบแย่  ยังจะมาแหย่ให้คิดเลยไปไกลถึงหลังอนาคต จะประชดกันหรือไร แต่จะว่าไปแล้ว สมองเขาก็มีไว้ให้คิดครับ ไม่ใช่เอามาประดับศีรษะให้ครบ 32 เฉยๆ โดยเฉพาะสมองซีกซ้ายที่ต้องหมั่นใช้ หมั่นคิดวิเคราะห์ เจาะหาเหตุผล เพราะอะไรที่ไม่ใช้นานๆ มักจะฝ่อ ลีบ และเสื่อมไปตามกฎของการไม่ใช้ สมองเราเองก็เช่นกัน

      มีหลายตำราที่บอกว่า คนที่จะก้าวหน้าได้ดี ต้องรู้จักคิด และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ซึ่งเจ้าวิสัยทัศน์นั้น ก็คือความคิดฝันนั่นเองครับ ว่าในอนาคตเราคิดจะเป็นอะไร อย่างไร ถึงแม้ว่าตอนนี้บางท่าน อาจจะรู้สึกหมดหวังมองไปข้างหน้ามืดมิด ชีวิตเหมือนเปลวไฟกลางสายลมไปสักหน่อย  แต่อย่างน้อยก็ชวนให้เราฝึกคิดครับ และเมื่อไหนๆ ได้คิดแล้ว ก็ควรคิดให้ไกลสุดๆ คิดให้ออกนอกกรอบบ้าง เลยกรอบไปบ้าง เพื่อจะได้มีอะไรใหม่ๆ ไม่ซ้ำแบบเดิมๆ (แม้เขาจะไม่ค่อยคิดกัน)

      เมื่อพูดเรื่องอนาคตส่วนใหญ่แล้ว หลายท่านมักฝันที่จะก้าวหน้า ได้เป็นหัวหน้า ผู้บริหาร ประสบความสำเร็จทั้งการงาน และครอบครัว เป็นที่นับหน้าถือตา ก็ว่ากันไป หรืออยากเป็นผู้ให้แก่สังคมบ้าง ก็ดีไม่น้อย ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือ สิ่งที่คิดอยากเป็นในอนาคตครับ แต่คิดแค่นี้แสนธรรมดา จะให้เข้าท่าต้องคิดไกลกว่านั้น ว่าหลังจากอนาคตแล้วจะเป็นอะไร และอย่างไร

      คำถามชีวิตหลังอนาคตจะเป็นอย่างไร แม้ชวนให้งง แต่ก็มีคำตอบครับ ไม่ได้คิดถามลอยๆ คำตอบชีวิตหลังอนาคต นั่นคือเป็น “อดีต” นั่นเอง แม้คำตอบจะชวนให้ฉงน เพราะที่เรารู้มา การลำดับเวลา จะเริ่มจาก  อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต แต่ต่อจากอนาคตจะเป็นอย่างไร ยังไม่ค่อยมีใครเขาคิดกัน ยิ่งมีใครมาบอกว่าต่อจากอนาคต  แล้วจะเป็น “อดีต” อาจยิ่งงงกันใหญ่ เอามาจากไหน เป็นไปได้อย่างไร เรื่องนี้ผมอธิบายอย่างนี้ครับ “ชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอน แต่ที่แน่นอนคือ คนเราทุกคนไม่อาจล่วงพ้นความตายไปได้”  อย่างเก่งก็แค่ร้อยปีกว่า ๆ ยกเว้นว่าท่านจำวันเกิดผิด หรือคิดคำนวณพลาด

      วันเวลาที่หมุนไป ทำให้เราแก่ลงทุกวัน และเท่าที่เห็นมา ไม่มีใครหยุดแก่ได้ครับ ยกเว้นคนนี้คือ พี่เบิร์ด เพราะที่ผมเคยเห็นตั้งแต่ผมยังเด็กๆ จนมาถึงตอนนี้ นับปีไม่ได้ รู้แต่ว่านาน คนอะไรหนุ่มยังไง ตอนนี้ยังก็หนุ่มหยั่งงั้น  จนตอนนี้ผมเองชักจะแก่แซงพี่เบิร์ดไปเสียด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราลองคิดไปอีก 70-80 ปีข้างหน้า เวลานั้นก็คงไม่มีเราๆ ท่านๆ เป็นตัวตน คงเหลือเพียงรูปถ่ายและชื่อ เท่านั้น หรืออาจจะมีใครที่เก่งกล้า สามารถยังอยู่ ก็คงจะมีสภาพยักแย่ยักยันเต็มที และเมื่อเวลานั้นเราก็จะกลายเป็น “อดีต” สำหรับคนรุ่นหลังไป คือเหลือแต่ชื่อไว้ให้เขาจดจำ แต่จะจดจำแบบไหน ก็แล้วแต่ว่าราเคยทำอะไรไว้แบบนั้นครับ 

      ดังนั้น ปัจจุบันใครทำดีไว้มักไม่เสียหาย เหมือนคำกล่าวที่ว่า "เวลาอยู่ก็ให้เขาดีใจ จากไปก็ให้เขาคิดถึง" ไม่ใช่ "เวลาอยู่ก็ให้เขาวุ่นวาย เวลาตายเขาก็กลัวจะฟื้นคืนชีพ ต้องรีบเผา" เรื่องอนาคตนั้นแม้จะยังไม่แน่ หลังอนาคตก็ยังมาไม่ถึง แต่ถ้าเราทำความดี โดยเฉพาะมาช่วยกันรักษ์โลกไว้ให้ลูกให้หลาน  ชีวิตหลังอนาคต บอกได้คำเดียวว่า ดีแน่นอน อย่างว่าครับ "สูงสุดสู่สามัญ เริ่มจากปัจจุบัน ไปอนาคต แล้วมาหมดสิ้นที่อดีต"   รู้อย่างงี้ บอกได้คำเดียวสั้นๆ ว่า “ต้องทำดีและรู้จักปลงเสียบ้าง” ครับ