สิวเป็นโรคที่รักษาหายได้ แพทย์ผิวหนัง มีอาวุธครบมือในการรักษาโรคนี้ แต่การดูแลตัวเอง มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

สิว

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น


สิวเป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิว เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรจะเรียนรู้เอาไว้ ทั้งในด้านการดูแลตัวเอง บุตรหลาน และคนที่เรารัก  สิวมีหลายชนิด ทั้งสิวอุดตัน สิวคอมมีโดน สิวหัวขาว สิวหัวดำ  สิวที่เป็นตุ่มแดง รวมทั้งสิวชนิดรุนแรงที่เราเห็นเป็นตุ่มและก้อนหนองใต้ผิวหนัง  พบได้ในหลายส่วนของร่างกาย ทั้งใบหน้า คอ หน้าอก หลัง ไหล่ หรือแม้แต่ที่ต้นแขน   สมัยก่อนเรามักจะคิดถึงแต่ว่า สิวเป็นโรคของวัยรุ่น  แต่ในปัจจุบันสิวพบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย แม้ในคนที่อายุ 40 หรือมากกว่าก็มีสิทธิเป็นสิวได้เช่นเดียวกัน  สิวในวัยรุ่นนั้นบางคนค่อยๆหายไปเองหลังจากที่เป็นอยู่หลาย ไม่ว่าจะรักษาหรือไม่  แต่ผลลัพธ์ที่เราเห็นในคนรุ่นก่อนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลสิวก็คือ แผลเป็นจากสิวที่เห็นอยู่ทั่วใบหน้า  รวมทั้งผลต่อบุคลิกภาพและหน้าที่การงาน และผลทางจิตใจอันประเมินค่ามิได้ 

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร

ฮอร์โมนเพศชายที่พบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง  มีปริมาณมากขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยรุ่น  เป็นผลกระตุ้นให้ต่อมไขมันโตขึ้น และทำงานมากขึ้น   ต่อมไขมันนี้สร้างสารที่เราเรียกว่า ซีบุ้ม (sebum) ซึ่งจะถูกขับออกสู่ผิวหนังทางท่อที่ผ่านไปยังรูขุมขนที่เห็นอยู่บนผิวของเรา ไขมันที่มีปริมาณมากขึ้นจะไปกระตุ้นให้เซลตรงท่อทางเดินออกไปสู่รูขุมขนแบ่งตัวเร็วขึ้น  จนปิดทางเดินที่จะให้ซีบุ้มไหลผ่าน เกิดการอุดตันขึ้น  โดยสารที่อุดตันจะเป็นส่วนผสมของซีบุ้มและเซลของท่อทางเดินที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนผสมนี้เป็นอาหารอย่างดีของแบคทีเรียที่ฝังตัวอยู่ในบริเวณท่อทางเดินของไขมันที่ต่อมไขมันสร้างทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนขึ้นและสร้างสารเคมีที่ก่อให้เกิดการอักเสบจนกระทั่งผนังของท่อทางเดินไขมันแตกออก ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแดง  บวม และเกิดเป็นหนองขึ้นมา  ที่เราเรียกว่า สิว

การทำความสะอาดผิวหน้า

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิวนั้นมีอยู่มากมาย  เรื่องแรกที่จะกล่าวถึงก็คือ  ความเข้าใจผิดว่าสิวเกิดจากความสกปรก  เวลาเห็นคนเป็นสิว  ผู้คนจำนวนมากมักจะมองว่า  พวกที่เป็นสิวนี่ไม่ไหวเลย คงขี้เกียจล้างหน้า ทำความสะอาดร่างกาย เลยเป็นสิวเขรอะขนาดนี้  โดยเฉพาะสิวหัวดำ หรือที่เราเรียกว่าสิวเสี้ยน ที่มักจะพบอยู่บริเวณหน้าผากและจมูก เห็นเป็นจุดดำๆ ตามรูขุมขนนั้น  ตรงที่ดำก็คือ ไขมันที่แห้งและเซลของผิวที่หลุดออกมาจากบุท่อไขมันเห็นเป็นจุดดำๆตามรูเปิดของรูขุมขน  ไม่ใช่สิ่งสกปรกจากภายนอกแต่อย่างใด   ในการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าปกตินั้น  การล้างหน้าด้วยสบู่และน้ำอุ่นวันละ 2 ครั้งก็มักจะเพียงพอ  การล้างหน้าบ่อยเกินไปและการถูหน้าแรงๆ  มักจะทำให้สิวเห่อหรือกำเริบขึ้นมาแทนความคิดที่ว่ากำจัดสิ่งสำปรกบริเวณที่เป็นแล้วจะทำให้สิวดีขึ้น 

อาหารกับสิว

แม้ว่าจะยังเป็นที่ถกเถียงกันไม่เลิก แต่หมอผิวหนังส่วนใหญ่เชื่อว่า  อาหารไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว ที่แน่ๆก็คือ การควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดก็ไม่ช่วยให้สิวดีขึ้น  แต่ก็มีหมอผิวหนังอีกส่วนหนึ่งได้รับการบอกเล่าจากคนไข้สิว  ว่าทุกครั้งที่ทานชอกโกเล็ตหรืออาหารบางอย่างเช่นผลิตภัณฑ์จากนม  สิวก็จะเห่อขึ้น  รักษาหายแล้วพอกินใหม่ก็เป็นอีก  อย่างนี้คำแนะนำก็คือควรจะหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้นเสีย  แต่สำหรับคนส่วนใหญ่อาหารไม่มีผลทำให้สิวดีขึ้นหรือเลวลง

แสงแดดกับสิว

ผิวที่เกรียมแดดอาจจะทำให้ดูเหมือนสิวเป็นน้อยลง แต่เป็นผลชั่วคราวเท่านั้น  ไม่แนะนำให้คิดรักษาสิวด้วยการตากแดด  ซึ่งก่อให้เกิดโทษอื่นๆต่อผิวหนังตามมา  ทั้งทำให้เกิดรอยย่นบนใบหน้าเร็วกว่าปกติ  เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำบนใบหน้า รวมทั้งอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย  การใช้สารกันแดดในคนที่เป็นสิวต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะหลายชนิดก่อให้เกิดสิวจากสารกันแดดได้  สำหรับคนที่เป็นสิวง่ายหลังใช้สารกันแดด  ควรเลือกสารกันแดดที่เป็นชนิด oil-free  เลือกสารกันแดดที่อยู่ในรูปของเจลหรือโลชั่นบางๆแทน

เครื่องสำอางกับสิว

รองพื้นกับมอยเจอไรเซอร์หลายชนิดก่อให้เกิดสิว ฉะนั้นควรเลือกใช้ชนิดที่เป็น oil-free  และ ชนิดที่ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดสิว non-comedogenic  สารอีกอย่างที่ก่อให้เกิดสิวได้บ่อยคือ hairgels และ hairsprays  เวลาใช้ควรปิดบริเวณใบหน้าให้ดี

การรักษาสิว

กลยุทธ์ในการรักษาสิวที่ใช้ได้ดีมาตลอดคือการป้องกันการเกิดสิวใหม่  ส่วนสิวที่กำลังเป็นอยู่นั้น นโยบายในการรักษาที่ดีที่สุดก็คือปล่อยให้หายเอง  ซึ่งกว่าจะดีขึ้นต้องอาศัยเวลา  วิธีการอย่างนี้ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่แต่ถ้าสิวยังไม่ดีขึ้นใน 6-8 สัปดาห์ แนะนำว่าควรจะเปลี่ยนวิธีรักษาสิวใหม่

แพทย์ผิวหนังจะแนะนำวิธีรักษาให้เหมาะกับต้นเหตุของสิวแต่ละชนิด  หลายครั้งมีหลายโรคที่มีหน้าตาคล้ายสิว  ซึ่งมักเกิดจากเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่เราใช้กัน และบ่อยครั้งที่เกิดจากยา เช่นยาสเตียรอยด์  ยารักษาวัณโรค 

ยาที่หมอผิวหนังมักแนะนำให้ใช้สำหรับคนที่เป็นสิวน้อยๆ คือ acne lotion หรือ acne cream ซึ่งมักจะทำให้หน้าแห้ง ถ้าใช้บ่อยเกินไป  การใช้สารเหล่านี้จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ยายอดนิยมอีกอย่างที่แพทย์ผิวหนังมักจะสั่งให้คนไข้ใช้ก็คือ benzoyl peroxide และ กรดวิตามินเอ ซึ่งอาจจะมาในรูปครีม เจล หรือโลชั่น  เพื่อช่วยเปิดรูขุมขนที่อุดตันอยู่ไม่ให้อุดตัน และลดจำนวนแบคทีเรียลง  อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทำให้ผิวหน้าแห้ง และลอก  แพทย์ผิวหนังจะช่วยแนะนำการใช้ที่ถูกต้องและวิธีการในการแก้ไข้ปัญหาจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ยาปฏิชีวนะชนิดทาก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แพทย์ผิวหนังมักแนะนำคนไข้ในการใช้รักษาสิวที่เป็นไม่มาก แต่ถ้าเป็นมากอาจจะต้องทานยาปฏิชีวนะเช่น doxycycline, minocycline หรือ erythromycin ติดต่อกันเป็นเวลานานเป็นเดือน หรือหลายเดือนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว โดยเฉพาะในพวกที่เป็นสิวบริเวณหน้าอกและหลัง  การได้รับยาปฏิชีวนะในผู้หญิงบางคนอาจจะเกิดการติดเชื้อยีสต์ทำให้เกิดตกขาว หรือคันช่องคลอดได้ ซึ่งถ้าเกิดอาการที่ว่านี้ควรจะต้องหยุดยาและกลับไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีอื่นที่เหมาะสมในการรักษาสิวต่อไป

คลินิกรักษาสิวส่วนมากมักจะให้บริการกดสิว เพื่อกำจัดคอมมีโดน ในสิวหัวขาว สิวหัวดำ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้สิวยุบเร็วขึ้น  แต่คนที่เป็นสิวไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปบีบ แคะ แกะสิวเองเด็ดขาด เพราะเป็นสาเหตุอันดับต้นๆในการก่อให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิว ซึ่งถึงรักษาได้ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก และผลการรักษาก็เพียงแต่ทำให้ดูดีขึ้นบ้างแต่ไม่เท่ากับการที่ไม่เคยเกิดรอยแผลเป็นมาก่อน  การกดสิวนั้นควรทำในมือผู้ชำนาญที่ทำอยู่เป็นประจำ  ด้วยเครื่องมือที่สะอาด  วิธีการกดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ  รวมทั้งผู้ที่กดสิวควรมีความรู้เรื่องเทคนิคการทำให้ปราศจากเชื้อ   สิวที่เป็นก้อนอยู่ใต้ผิวหนังบางครั้งแพทย์อาจจะฉีดสารสเตียรอยด์ในปริมาณที่เหมาะสมเข้าไปใต้ผิวหนังตรงก้อนสิวเพื่อให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น

ยาคุมกำเนิดบางชนิด เช่น Diane, Yasmin อาจจะช่วยทำให้สิวหายได้  แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น หรือผลข้างเคียงอื่นๆจากยาคุมกำเนิด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนจะใช้ยาเหล่านี้


สำหรับในรายที่เป็นสิวชนิดรุนแรง  ยาอื่นๆอาจจะช่วยในการรักษาเช่น ฮอร์โมนเพศหญิงหรือยาที่ลดผลของฮอร์โมนเพศชาย  ยากรดวิตามินเอชนิดรับประทานคือ Isotretinoin นั้นเป็นยาที่อาจนำมาใช้ในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือในรายที่เป็นสิวชนิดรุนแรง  คนไข้ต้องใช้ยานี้อย่างระมัดระวังและมีความเข้าใจถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากยาตัวนี้เป็นอย่างดี  การพบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาและเฝ้าติดตามผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะการคุมกำเนิดในระหว่างและหลังการได้รับยากรดวิตามินเอชนิดรับประทานต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด เนื่องยานี้ก่อให้เกิดความพิการของทารกในครรภ์

การรักษารอยแผลเป็นจากสิว

มีหลายวิธีที่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการขัดผิวด้วยเครื่อง microdermabrasion, การลอกผิวด้วยน้ำยาเคมี,การรักษาด้วยเครื่องเลเซอร์  หรือใช้หลายๆวิธีร่วมกัน

ความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลผิวหน้าเป็นสื่งที่จำเป็น

ไม่ว่าจะรักษาสิวด้วยวิธีไหนจนหายก็ตามที แต่การดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สิวที่รักษาหายแล้ว  ไม่กลับมาเป็นใหม่ การรักษาสิวให้หายอย่างรวดเร็ว และรักษาสิวให้หายขาดนั้น เป็นเรื่องของการโฆษณาเกินความจริง อย่างไรก็ดีสิวเป็นโรคที่สามารถควบคุมได้ และด้วยวิธีการรักษาสิวที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันผิวของเราไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นที่ยากแก่การรักษา