แพทย์หวั่นแผนกรมบัญชีกลางยกเลิกสั่งจ่ายยานอกบัญชียาหลัก 8 โรค ผลักภาระค่าใช้จ่ายยาแพงให้ข้าราชการ ระบุเสี่ยงถูกผู้ป่วยฟ้องจากการเปลี่ยนยา จี้กรมบัญชีกลางศึกษาผลกระทบต่อการรักษาก่อนประกาศบังคับใช้ นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยว่า จากกรณีกรมบัญชีกลางมีแผนควบคุมรายจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยจะยกเลิกสั่งจ่ายยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ 8 กลุ่มโรคนั้น ตนในฐานะที่เป็นแพทย์โรคหัวใจ เห็นว่าการยกเลิกสั่งจ่ายยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย เนื่องจากยาที่สั่งห้ามมีหลายกลุ่มเป้าหมายและยาแต่ละตัวมีความจำเพาะ หากมีการปรับเปลี่ยนยกเลิกการสั่งจ่ายยานอกบัญชียา ต้องมีข้อมูลทางวิชาการที่สามารถยืนยันให้ชัดเจนว่ายาในบัญชียาหลักแห่งชาติมีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยเท่ากับยานอกบัญชี โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยบางรายเคยใช้ยานอกบัญชีมาอย่างต่อเนื่อง และมีความจำเป็นที่ต้องใช้ยานอกบัญชียาหลักตลอดระยะเวลาการรักษา เนื่องจากผู้ป่วยเคยมีอาการแพ้จากการใช้ยาที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติหรือมีประสิทธิภาพในการรักษาที่ลดลง หากยกเลิกการเบิกยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว ผู้ป่วยจะต้องควักค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อยาในส่วนนี้เอง ทำให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย และหากผู้ป่วยมีอาการดื้อยาหรือใช้ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้วพบว่าประสิทธิภาพในการรักษาลดลงจะส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลมากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากพบว่าผู้ป่วยเกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
“แพทย์กังวลในเรื่องการรักษาคนไข้ ยิ่งเป็นการผลักภาระการรักษาให้กับคนไข้เพิ่มให้กับราชการ หากการยาในบัญชียาหลักมีประสิทธิภาพในการรักษาลดลง ยิ่งทำให้เสี่ยงการฟ้องร้องแพทย์เพิ่มมากขึ้น หากนโยบายดังกล่าวทำให้คุณภาพชีวิตของข้าราชการลดลงและเกิดความเสียหายใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ” นพ.อิทธพร กล่าว
ด้าน นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็ง กล่าวว่า กรณีที่กรมบัญชีกลาง มีแผนควบคุมและยกเลิกยานอกบัญชี 8 กลุ่มโรค โดยรวมทั้งกลุ่มยาต้านมะเร็ง (Anticancers) ซึ่งเป็นยาทางเคมีที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง ซึ่งยังไม่มีข้อมูลที่ระบุออกมาชัดเจนจากกรมบัญชีกลางว่า มียาชื่ออะไรบ้าง จึงอยากให้กรมบัญชียากลางออกมาชี้ชัดว่าจะมีการยกเลิกยาตัวใด เพื่อลดการเกิดปัญหาแพทย์ผู้รักษาสั่งจ่ายยาให้กับคนผู้ป่วย เพราะอาจส่งผลทำให้เกิดการฟ้องร้องตามมาได้ หากมีการยกเลิกสั่งจ่ายยานอกบัญชียาหลักแล้วผลกระทบก็อาจจะมีกับผู้ป่วยที่เคยใช้ยา
ขณะที่ นพ.ประสาท เหล่าถาวร อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และอดีตนายกสมาคมแพทย์ โรคหัวใจ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ยาส่วนใหญ่ที่ใช้ในการรักษา มีประสิทธิภาพต่างกันไม่มาก ซึ่งการเลิกสั่งจ่ายยานอกบัญชียาหลักเพื่อควบคุมงบประมาณของกรมบัญชียากลางนั้นเป็นเรื่องดี แต่หากมีการปรับเปลี่ยนนโยบายเลิกสั่งจ่ายยานอกบัญชียาหลัก ก็ควรที่จะต้องมีทางเลือกอื่น ๆ ไว้ให้สำหรับแพทย์ผู้รักษา และไม่ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยลดลง
กรุงเทพธุรกิจ
19 มกราคม 2554