มีผักและผลไม้อยู่ ๒-๓ อย่าง ที่ผมไม่กิน  เหตุผลคือเป็นผักที่ฉีดยาฆ่าแมลงมาก เพราะถ้าไม่ทำเช่นนั้น ผู้ปลูกจะเสี่ยง แมลงกินจนหมด ..เจ๊ง ... หนึ่งในนั้นคือ แตงโม ครับ  เพราะการปลูกแตงโม ทั่วๆไป เขาจะใส่ยาฆ่าแมลงชนิดดูดซึมเข้าทางราก เพื่อให้ยาออกฤทธิ์อยู่ในต้น ยอด แล้วแมลงจะไม่กิน  แล้วคิดดูเถิดว่าผลที่คนกินเข้าไปน่ะ มันจะมีย่าฆ่าแมลงไม๊?  ผมจึงไม่ซื้อแตงโมมากินเลย  เมื่อไม่ซื้อก็ต้องปลูกกินเองครับ

         แตงโมจะกินให้อร่อย ต้องกินหน้าแล้ง  สำหรับ ปัตตานีบ้านผม ต้องกินต้นเดือนมีนาคม - เมษายน  หลังจากนี้ก็จะไม่อร่อยแล้วครับ  เพราะผลแตงโมมีน้ำเยอะ กินให้อร่อยต้องหน้าแล้ง เพราะร่างกายต้องการน้ำเยอะ  อีกอย่าง ผลผลิตที่ออกหน้าแล้งจะหวาน และปลอดภัยจากฝน ซึ่งผลจะแตกเสียหาย เนื่องมาจากแตงดูดน้ำเข้าไปเยอะเกิน

         ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงต้องปลูกแตงโมกันในช่วงปีใหม่ เพื่อให้แตงโมมีอายุ ๖๐-๘๐ วัน  ในช่วง ๑-๒๐ มีนาคม ครับ  สำหรับปีใหม่ปีนี้ ผมเดินทางแอ่วเหนือ เลยไม่ได้ปลูก แต่ก็โชคดีเพราะขืนปลูกลงไป เสียหายหมด เพราะฝนเจ้ากรรมปีนี้ตกไม่บันยะบันยัง แถวบ้านผมหลายคนที่คิดอย่างข้างต้น คือปลูกแตงโมในวันปีใหม่ จึงโดนฝนตีต้นกล้าแตงโม เสียหายหลายรอบแล้วครับ

         เมื่อกลับมาจากแอ่วเหนือ ๗ มกราคมฝนหยุดแล้ว  จัดแจงเพาะพันธุ์ลงถาดหลุม รดน้ำรักษาความชุ่มไว้  ๗ วันเมล็ดงอก วันที่ ๑๔ มกราคม โอนย้ายลงแปลงปลูกอีกที  วันที่ ๑๕ ม.ค. ปลูกไปได้ ๒๗ + ๑๒ หลุม ๑๖ ม.ค. ปลูกได้อีก ๖ หลุม  เมล็ดพันธุ์งอกยังไม่หมด  ต้องรออีกหน่อย ระหว่างนี้ต้องคอยบี้แมลงที่จะมากิน เพราะต้นเล็ก หากแมลงกินก็ยอดด้วน เสียหาย แต่ถ้าผ่าน ๒๐ วันนี้ไปได้ ยอดเยอะ แมงกินไม่หมดแล้ว  กะว่าปีนี้จะปลูกสัก ๕๐ หลุม  หลุมละ ๒ ต้น ได้ ๑๐๐ ต้น  เฉลี่ยออกลูกต้นละ ๒ ผลใหญ่ๆ ๓ ผลเล็กๆ  รวมต้นละเฉลี่ย ๑๐ ก.ก. รวมเบ็ดเสร็จหนัก ๑ ตันนะครับ เหลือจากกินและแจกแล้ว ขายแบบถูกๆ สบายๆ กก. ละ ๑๐ บาทก็พอ สัก ๕๐๐ ก.ก. ได้ค่ารดน้ำสัก ๕,๐๐๐ บาท กินและแจกในญาติโกโหติกาอีก ๕๐๐ ก.ก. พอแล้วครับ แค่นี้ก็อิ่มได้ปีนึงครับ