ตามหลักพระพุทธศาสนา สอนให้เอาชนะคนไม่ดีด้วยความดี เรื่องนี้พระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงให้ดูเป็นตัวอย่างมาแล้วในตอนที่ผจญพญามา

             พบคนโกรธชนะด้วย       อโกธา
     พบชั่วความดีพา                      ชนะได้
     พบตระหนี่สรรหา                     หอบฝาก  ชนะแม่
     พบพูดเหลาะแหละให้              ชนะด้วยสัจจา

                                                     (คุณครูภาทิพ)          

           ตามหลักพระพุทธศาสนา สอนให้เอาชนะคนไม่ดีด้วยความดี เรื่องนี้พระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงให้ดูเป็นตัวอย่างมาแล้วในตอนที่ผจญพญามาร พระองค์ทรงอาศัยความดีที่เคยได้กระทำมาแล้วในอดีตมาเป็นที่พึ่งของพระองค์ ที่ในตำราเขาว่าทรงอาศัยบารมีนั่นแหละ  ในที่สุดพญาวสวตีมารก็พ่ายแพ้ไป ด้วยอำนาจแห่งความดีนั้น  เรื่องนี้ก็ทำให้ได้คิดว่า คนเราเมื่อทำความดีแล้วมีอุปสรรคอะไรมาขวางกั้น ไม่ว่าจะเป็นคนด้วยกันก็ดี หรือเรื่องราวอะไรต่าง ๆ ก็ดี ผู้ที่ทำความดีนั้น ต้องอดทน และมั่นคงในความดี อย่าได้ท้อแท้ ให้เอาพุทธจริยาของพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่าง พุทธจริยาในลักษณะนี้มีหลายเรื่องดังจะได้นำเสนอให้อ่านไปเรื่อย ๆ เรื่องนินทา สรรเสริญนี้เป็นเรื่องปกติ ทางพระท่านว่าโลกธรรม แม้พระพุทธเจ้าเองก็ยังมีมารมาผจญ ยังมีคนนินทาติเตียน แต่พระองค์ทรงมีวิธีปฏิบัติดังพระบาลีนี้

                      อกฺโกเธน   ชิเน โกธํ        อสาธุง    สาธุนา    ชิเน

                      ชิเน   กทริยํ  ทาเนน        สจฺเจนาลิกวาทินํ

          แปลว่า พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงชนะคนไม่ดีได้ด้วยความดี พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนพูดไม่จริง(เหลาะแหละ)ด้วยคำจริง              

          เรื่องความโกรธนี้ อาจารย์ทวี วรคุณ ท่านสอนให้โกรธแต่พองาม  คำว่า โกรธแต่พองาม คือไม่ได้แสดงอะไรออกไปตามอำนาจของใจที่มีความโกรธครอบงำ แสดงออกแต่พองาม พอให้เขารู้ว่าเราไม่พอใจ เรื่องนี้สามารถปฏิบัติได้  ที่สำคัญคือให้มีสติรู้เท่าทัน. (คำว่ามาร มีทั้งที่เป็นธรรมาธิษฐาน และปุคคลาธิษฐาน โดยความหมายก็คือสิ่งที่คอยล้างผลาญคุณงามความดี มารในพระพุทธศาสนา ท่านจัดไว้ ๕ อย่าง)

                    ๐ โกรธแสดงออกแล้ว              ฤางาม
                    กายพจีพฤติทราม                    ส่อไซร้
                    รู้ระงับงดตาม                            ต่อโทษ
                    แสดงแต่พอดีให้                       แค่รู้รำคาญ 
                    (พระมหาวินัย ๙.๕๔ น. : ๒ พ.ค. ๕๕)